13 พฤษภาคม 2009เรื่องโรงเรียนที่หลายคนไม่ทราบ
เปิดเทอมแล้วครับ หลังจากที่ตอนที่แล้วผมได้พูดเกี่ยวกับโรงเรียนและตัวของผมไปหลายเรื่อง
ถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโรงเรียน ก็ต้องเอามาแผ่หยิบให้ฟังเป็นประเด็นเลยว่า หลายๆคำ
ที่พูดไปถึงตอนที่แล้วนั้น มีมุมมองโฆษณาเป็นอย่างมากหากไม่อ่านข้อเท็จจริงประกอบด้วยนะ
เริ่มที่เรื่องแรก …
เสาธงที่สูงที่สุดในประเทศไทย
** หมายเหตุ รูปภาพที่เห็นเป็นภาพปัจจุบัน จะสร้างแล้วเสร็จประมาณ 2-3 เดือน
เกี่ยวกับเสาธงของโรงเรียนที่บอกไปว่า จะทำสูงที่สุดในประเทศนั้น ก็เป็นเรื่องจริง ที่มีความสูงถึง
35 เมตรนั้น และมีฐานเป็นเสือทั้งหมด 18 ตัว โดยเป็นระบบเลื่อนอัตโนมัติ
แต่ก็น่าคิดว่าช่วงนี้ฤดูฝนและโอกาสที่ฟ้าจะลงก็มีสูงเหมือนกัน เนื่องจากเสาสูงมาก ถึงขั้นตึก 6-7
ชั้น ดังนั้นก็คือว่าน่าจะเสี่ยง
สาเหตุในการจัดทำก็เนื่องจากได้รับความอนุเคราะห์ของคุณสรพงษ์ ชาตรี ที่ทำคุณประโยชน์
ให้กับโรงเรียนด้วยดีเสมอมา และอยากจะบูรณะฟื้นฟูเสาธงที่มีใช้มา 60 ปี
ระบบบัตรนักเรียนแบบ RFID
ตอนแรกดีใจมาก ที่จะมีบัตรนักเรียนเป็นแบบบัตรแข็ง มันจะทนกว่าแล้วก็เป็นแบบ RFID ในการ
ทำงานด้วย ส่วนตัวชอบอยู่แล้ว เพราะรร.มีความทันสมัยเข้าใจเอาเทคโนโลยีมาประยุกต์ และมี
ระบบ SMS รายงานถึงผู้ปกครองด้วย สำหรับนักเรียนที่ไ่ม่มี คิดค่าบริการเทอมละ 300 บาทโดย
ประมาณ จึงมีข้อวิจารณ์หลายข้อ
- หากนักเรียนที่มาเรียนตามปกติ ผู้ปกครองก็จะเสียเงิน sms ไปฟรีๆ
- ผู้ปกครองนักเรียนไม่เปิดดู
- เปิดไม่เป็น
- ข้อความเต็ม
- ไม่สนใจ
- เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์
ทำให้เกิดข้อถกเถียงจนยืดเยื้อ และโรงเรียนจริงๆแล้วนั้น ก็วางระบบมาแล้วเสร็จเรียบร้อย
เหลือแต่บัตรนักเรียน ซึ่งจริงๆแล้วระบบนี้ไม่สามารถขับเคลื่อนออกไปได้นั้น ก็เป็นเพราะว่า
โรงเรียนไม่สามารถดำเนินการตรงนี้ต่อไ้ด้ และระบบ RFID กลับมาทำเพื่อรองรับระบบ SMS
ซึ่งไม่มีผู้ปกครองคนไหน “เอา” จึงเหลือระบบนี้ิทิ้งไว้เฉยๆ
น่าแปลกที่ผู้อำนวยการไม่ได้ปรึกษาหารือในรร. กลับมีการเซ็นต์สัญญา และทดลองใช้ติดตั้ง
ระบบก่อนที่จะนำเสนอผู้ปกครองและเห็นปัญหาพร้อมกัน สาเหตุก็เกิดจาก sellman ที่มีความ
สามารถขึ้น (หรือเพราะผอ.ไม่รอบคอบ ไม่คิดผลที่ตามมาไม่ทราบ) จึงสามารถที่จะขายสินค้า
ด้วยสรรพคุณและสามารถอธิบายให้เห็นได้ทันที ทำให้อาจจะเกิดปัญหาเช่นนี้มา ก็เป็นที่น่าคิิด
ว่าจะเอาระบบนี้ไปทำไม ในเมื่อจะมีกี่คนที่เอา กับการลงทุนไปไม่น้อย
เรียนฟรี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ
ขอบอกว่าเป็นเจ้าทุกข์โดยตรง โรงเรียนกำลังประสบปัญหาหนังสือไม่พอ และไม่ชอบการให้
หนังสือเรียนฟรีในลักษณะนี้ของรัฐบาลมากๆ
คำว่าในลักษณะนี้ ผมหมายถึงการให้นักเรียนยืมเรียนหนังสือ โดยต้องรับผิดชอบหนังสือ เพื่อ
มีการใช้ในรุ่นต่อๆไป จึงต้องมีการรักษาหนังสือมากขึ้น แต่ที่น่าสังเกตคือ
- ถ้าเด็กต้องการแลกเชอร์ หรือจดโน้ตย่อ ก็ทำไม่ได้ หรือทำได้ยาก
- เด็กต้องการนำหนังสือหลังจากเรียนจบ (เพราะเก็บคืนทุกเทอม) ถ้าต้องการทบทวนบทเรียน
ก็สามารถทำได้ยาก
- หาย ขาด หรือมีปัญหา ซื้อใหม่ทันที
ก็เลยทำให้มีปัญหา และตอนนี้ผมก็ไม่มีหนังสือที่จะเรียนเลยสักเล่ม เลยคิดเหมือนกันว่าโครงการ
นี้ ค่อนข้างไม่ชอบอย่างมาก มันฟังแล้วดูตลก ถ้างั้นรัฐบาลก็สนับสนุนค่าใช้จ่ายอื่นๆก็ได้ หรือ
เป็นเงินสดไปออกเงินซื้อหนังสือเพิ่มเอง เป็นของตัวเองก็ได้ อันนี้ยอมรับว่าไม่ไหว
มีเรื่องว่าจะแฉตั้งแต่เมื่อวานเพียงเท่านี้ล่ะครับ ยังไงก็ตามเป็นนักเรียนก็ยังต้องฝืนเรียนต่อไป
เพื่อให้ทุกคนเห็นและเข้าใจอย่างที่ผมทราบก็ต้องมาแก้ข่าวของบล็อกตอนที่แล้วกันสักหน่อย
Tags: school, โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย





Gotta
13 พฤษภาคม 2009, 8:40 pm
เสาธง เนี่ย ถ้าทำเสร็จแล้วมันโค่นล้มขึ้นมาเนี่ย คงจะเสียเงินใช่เล่น (น่าจะยาก)
เรื่อง RFID ที่ประเทศอังกฤษเค้าก็เล่นหนักขนาดผังในเสื้อผ้า แต่เค้าว่าถ้าเด็กจะหนีก็ถอดเสื้อทิ้งใน รร. แล้วเปลี่ยนเสื้อหนีออกมา
ถ้าเนี่ยแค่บัตร พี่คงแอบซ่อนบัตรไว้ใน รร. แล้วกะจังหวะหนีออกมา เหอะๆๆ (คิดเฉยๆเน้อ)
ระบบ SMS หรอ? เหอะๆ ไร้สาระ ไปนิด แต่นอกจากนั้นคือ แพงงงไป!!
(พ่อพี่ไม่เปิด เพราะเปิดไม่เป็น + รำคาร โฆษณารกๆ -*- )
Teddy-boy
13 พฤษภาคม 2009, 8:40 pm
เห็นด้วยครับ
ไม่ชอบหนังสือยึดเรียนอย่างแรง
เพราะงั้นทำให้นักเรียนถึงต้องพึ่งติวเตอร์มากขึ้นครับ
Vee
13 พฤษภาคม 2009, 8:45 pm
เรื่องหนังสือเรียนนี่เราก็เห็นใจรัฐบาลนะ ปีนึงหนังสือไม่ใช่ถูกๆเลย แล้วจะให้เค้าออกให้หมดก็ยังไงอยู่ รู้สึกว่าได้ชุดนักเรียนปีละสองชุดใช่ป้ะ?
จริงๆอยากให้ออกค่าเทอมให้ไปเลยอะ มาออกอะไรจุกจิกๆลำบากกันทั้งสองฝ่ายอะ
เดี๋ยวนี้โรงเรียนรัฐค่าเทอมเทอมละเท่าไหร่เนี่ย?
Vee
13 พฤษภาคม 2009, 8:46 pm
@ Teddy-boy:
เอ่อ เกี่ยวอะไรกับติวเตอร์? 55
(บางทีเราก็สงสารพวกติวเตอร์นะ อะไรๆก็โดนด่าไปซะหมด)
oatalone
13 พฤษภาคม 2009, 8:47 pm
เสียดายครับ
ก่อนเสาธงนี้จะจากไปพวกเด็กนักเรียน โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย ก็ได้ดูเเค่
วันเเรกของการเปิดเรียนเป็นครั้งสุดท้าย เเล้วตอนนี้เราก็จะไม่เห็นอีกเเล้ว
เสาธงที่ตั้งมานานกว่า30 ปี
จะร้องครับ
ThAniK
13 พฤษภาคม 2009, 8:52 pm
โอย เจอเหมือนกัน เบื่อไอ้ระบบโรงเรียนมาก ขอแสดงความคิดเห็นเป็นเรื่องๆไปนะครับ
1. เรื่องเรียนฟรี
แน่นอนผมคิดว่าคนทั้งประเทศก็น่าจะมีปัญหาแบบนี้เช่นกัน หลายคนก็แนะนำว่า ซื้อใหม่ไปดีกว่า หนังสือที่ยืมมาก็เก็บลงกล่องซะ แต่ก็ฮาเพื่อน ที่มันเขียนชื่อมันลงไปแล้ว อิอิ
2.เรื่อง RFID
ผมว่าระบบค่อนข้างทำมาดีเลยทีเดียว แต่ไม่ได้ปรึกษากันก่อน อย่างที่เฟรมว่า ยอมรับเลยว่า SMS เป็นระบบการแจ้งเตือนที่ค่อนข้างไวและสะดวก แต่ก็มีราคาสูง (จำข่าวที่ว่าการส่ง SMS ราคาแพงกว่าการรับ-ส่งข้อมูลผ่านดาวเทียมเสียอีก) ผู้ปกครองหลายท่านก็ตามไม่ทันเทคโนโลยี อย่างคุณน้าของผม ดอง SMS ไว้ 200 กว่าฉบับ
แล้วโรงเรียนตัวเอง ?
โรงเรียนผมนั้น ยอมรับว่ามีระบบบริหารต่างๆที่ค่อนข้างแย่ และเป็นการเลี้ยงลูกศิษย์ด้วยเงิน อาจารย์หลายท่านก็บ่นว่าผอ.คนนี้ไม่ค่อยจะส่งเสริมความปองดองในหมู่คณะเสียเท่าไหร่ แม้แต่การเข้าหอประชุม ก็ยังปิดประตูล๊อกไม่ให้ผู้ปกครองเข้า แม้จะเลทไปไม่กี่นาที (ก็คนเค้ามีธุระที่ต้องทำ)
ทั้งหมดเกี่ยวกับโรงเรียนตัวเองนั้น บ่นเกี่ยวกับผู้อำนวยการที่อาจารย์ทุกคนแทบจะเกลียด อยู่ได้ด้วยการ “ประจบ”
ขอบ่นแต่เพียงเท่านี้
vmaxzaa
13 พฤษภาคม 2009, 8:52 pm
เหอๆ โครงการ 15 ปีนี่
โรงเรียนพี่เค้าก็บอกว่าไม่้ดี
เลยกำลังจะฉีกกรอบให้เขียนไปเลย ช่างมัน 555+
Gotta
13 พฤษภาคม 2009, 8:58 pm
@ ThAniK:
โถ่ๆๆ - -”
Wak3up
15 พฤษภาคม 2009, 7:46 pm
เพิ่งจะรู้ว่า้เสาธงที่โรงเรียนสูงสุด
Murkin
3 มิถุนายน 2009, 11:52 pm
อืม มิน่าล่ะวันี้เฆ็นถ่ายรูป เสาธงใหม่อย่างจดจ่อ
Murkin
3 มิถุนายน 2009, 11:55 pm
;ว่าแต่ โครงการเรียนฟรีนี้ วุ่นวายเหลือเกิน
Bow
7 กรกฎาคม 2009, 4:08 pm
เหอะๆก็นะ
สูงเท่าไรนะ35ฟุตเหรอ
แล้วสถานทูตสูงที่สุดไม่ใช่เหรอ
ิbank 104
29 กรกฎาคม 2009, 10:09 pm
ดีใจที่น้องทำบล็อกนี้ขึ้นมา
ทำให้พวกพี่ๆรู้ข่าวคราวความเคลื่อนไหวของโรงเรียนเรา
มากกว่าทางwebของโรงเรียน
SuND@Y BoYZz
31 สิงหาคม 2009, 6:50 pm
เรียนฟรี 15 ปี อย่างมีคุณภาพหรอ ???
เป็นพี่นะ แจก E-book Reader ไม่งั้นก็ Tablet PC คนละเครื่องไปเลย ใช้ตั้งแต่ม.1 ยัน ม.6
ถ้าเป็น E-book Reader ก็กำหนดสเป็คดีๆหน่อย เอาจอพอดีๆกับขนาดหนังสือ ให้มันอ่านง่าย รองรับการเขียนข้อความเพิ่มผ่าน Stylus(เอาไว้จดโน๊ตเพิ่มเติมเวลาเรียน)^^
แล้วเนื้อหาต่างๆที่เรียนก็ใช้ Memory Card บันทึกไว้ทั้งหมด พอจะเรียนวิชาไหนก็เสียบการ์ด แล้วก็เลือกE-bookวิชาที่จะเรียนขึ้นมา
ก็แก้ปัญหาค่าหนังสือไปได้เยอะ เพราะเทอมนึงซื้อหนังสือก็1,000-2,000แล้วใช่ป่ะ
นี่ใช้ Memory Card สมมติว่าใช้ SDHC 4GB. อันนึงไม่ถึง 300 บาท ใช้ได้เป็นปี พื้นที่ 4GB. เก็บได้ทุกวิชาอยู่แล้วแหละ
ถ้าเฉลี่ยแล้วตลอด 6 ปี ซื้อหนังสือปีละ 2,000 ก็เท่ากับ 12,000 บาท
แต่ถ้าเป็น Memory Card 6 ปี ปีละ 300 ก็เท่ากับ 1,800 บาท
ลดภาระผู้ปกครองได้ประมาณ 10,000 บาท
เรื่องเนื้อหาหลักสูตร ก็จะเป็นแบบเดียวกันทั่วประเทศ คราวนี้เด็กไทยก็จะได้เรียนหนังสือเนื้อหาเดียวกันทั้งประเทศซักที ก๊ากๆๆๆๆๆ
แล้ว RFID ก็มีเครื่อง Antenna อยู่แล้วช่ายป่ะ ก็ฝัง RFID tags ลงไปใน E-book Reader นั่นแหละ ลดปัญหาเด็กหนีเรียนแล้วทิ้งบัตรนร.แบบRFIDไว้ในรร.ได้เยอะ เพราะฝังลงไปในเครื่อง เวลาเด็กกลับบ้านก็คงต้องเอากลับด้วยอะ เครื่องมือทำมาหากิน ใครจะกล้าทิ้งไว้ในรร.
เรื่อง SMS จริงๆแล้วเขียนโปรแกรมเพิ่มนิดนึง ให้เชื่อมข้อมูลกับฐานข้อมูลของงานปกครองก็ได้มั้ง เปลี่ยนจากเด็กไม่มาก็ส่ง SMS ไปให้ผู้ปกครองทันที เป็นเก็บรวบรวมใว้ที่ฐานข้อมูลงานปกครอง แล้วส่งไปบอกผู้ปกครองอาทิตละครั้ง เอิ๊กๆ
มันก็ลดCostลงมาได้เยอะ จาก 300 อาจจาลงมาเหลือไม่ถึง 100ต่อคน เพราะใช้วิธีคิดค่าบริการแบบถัวเฉลี่ย (คนละ 300 นี่กะว่าคืนทุนภายในเทอมเดียวเลยป่ะ ฮ่าๆๆๆ)
แล้วในระยะแรก ก็น่าจะเป็นแบบบังคับตามความสมัครใจอะ ฮ่าๆๆ งงมะ
บังคับว่าจะส่งข้อมูลหั้ย แต่หั้ยเขาเลือกรูปแบบการส่งข้อมูลว่าจะส่งผ่าน SMS หรือ จดหมาย
ถ้าผู้ปกครองพร้อม ใช้เทคโนโลยีเป็น ก็ให้เลือกแบบ SMS เสียค่าบริการ
ถ้าผู้ปกครองไม่พร้อม ก็ให้ใช้เป็นจดหมายไปก่อน(แต่ส่งไปทำงาน กันเด็กดักฉีกจดหมาย ฮ่าๆๆ)
ถ้าทำแบบนี้มันก็เข้ามาแทนที่ระบบใบแสด ที่เด็กปลอมลายเซ็นผู้ปกครองอะ ฮ่าๆๆ
ทำแบบค่อยเป็นค่อยไปยังดีซะอีก เหมือนเป็นโครงการนำร่องอะ เราจะได้ทำ Analysisแล้วปรับปรุงระบบให้มันดีๆ จนไม่เหลือช่องโหว่ของระบบ ถึงเวลานั้นมันก็คงพร้อมแล้วในอนาคต ค่อยปรับเป็น SMS ทั้งหมดก็ได้ เพราะอุปกรณ์เรามีพร้อมอยู่แล้ว
อีกอย่าง RFID ไม่ได้ทำได้แค่ส่ง SMS ซะหน่อย มันทำอะไรได้ตั้งเยอะ
พัฒนาระบบให้มันใช้ในโรงอาหาร เหมือนบัตร Smart Purse อะไรแบบนี้
ต้องวางบัตรไว้ที่เครื่องอ่านบัตร เวลาใช้คอมในห้องสมุด เหมือนคอนโดในญี่ปุ่นอะ ที่เวลาขึ้นลิฟท์ต้องเสียบบัตร เอิ๊กๆ
ถ้าจะเอาแค่ว่าส่ง SMS อะ อันนั้น Barcode ที่รร.ใช้อยู่ก็ทำได้ รูดปึ๊ด รูดปึ๊ด ฮ่าๆๆ
อุปกรณ์กับเทคโนโลยีไฮเทคแค่ไหน แต่ถ้าใช้ไม่เต็มประสิทธิภาพ มันก็คงให้ผลลัพธ์ไม่ต่างจากใช้ระบบManualเท่าไรอะ
พี่อยากทำแบบนี้อะ แต่คงอีกนาน ฮ่าๆๆๆ