23 พฤษภาคม 2009สาระน่ารู้ GAT-PAT คืออะไร ?

GAT / PAT คืออะไร

ความถนัดทั่วไป (GAT : General Aptitude Test)
คือ การวัดศักยภาพในการเรียนในมหาวิทยาลัยให้ประสบความสำเร็จ แยกได้ 2 ส่วน คือ
1. ความสามารถในการอ่าน เขียน คิดวิเคราะห์ และแก้โจทย์ปัญหา 50 %
2. ความสามารถในการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ 50 %

ความถนัดทางวิชาชีพและวิชาการ (PAT :P rofessional and Academic Aptitude Test)
คือ ความรู้ที่เป็นพื้นฐานที่จะเรียนต่อในวิชาชีพนั้น ๆ กับศักยภาพที่จะเรียนในวิชาชีพนั้น ๆให้ประสบ
ความสำเร็จ มี 7 ประเภท คือ
1. PAT 1 ความถนัดทางคณิตศาสตร์
2. PAT 2 ความถนัดทางวิทยาศาสตร์
3. PAT 3 ความถนัดทางวิศวกรรมศาสตร์
4. PAT 4 ความถนัดทางสถาปัตยกรรมศาสตร์
5. PAT 5 ความถนัดทางวิชาชีพครู
6. PAT 6 ความถนัดทางศิลปกรรมศาสตร์
7. PAT 7 ความถนัดทางภาษาต่างประเทศ

การสอบ GAT และ PAT
ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ได้กำหนดองค์ประกอบและค่าน้ำหนักในการ
คัดเลือกเข้าศึกษาในสถานศึกษาระดับ อุดมศึกษาด้วยระบบกลาง (Admissions) ปีการศึกษา
2553  ประกอบด้วย
1. GPAX 20%
2. O-NET 30%
3. GAT 10-50%
4. PAT 0-40%
รวม 100 %

คำถาม – คำตอบ  GAT / PAT

1.  องค์ประกอบในการพิจารณาคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยของรัฐในระบบ
Admissions กลาง ในปีการศึกษา 2553 มีอะไรบ้าง
ตอบ       1.  GPAX ผลการเรียนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตร ม.ปลาย หรือเทียบเท่า     20%
2.  O-NET (8 กลุ่มสาระฯ)                                                                 30%
3.  ความถนัดทั่วไป (GAT)                                                                10-50%
4.  ความถนัดทางวิชาการและวิชาชีพ (PAT)                                           0-40%
รวม                                                                                        100%

2.  ความถนัดทั่วไป (GAT : General Aptitude Test) คืออะไร
ตอบ       การวัดศักยภาพในการเรียนในมหาวิทยาลัยให้ประสบความสำเร็จ แยกได้ 2 ส่วน
ส่วนที่ 1 คือ ความสามารถในการอ่าน เขียน คิดวิเคราะห์ และแก้โจทย์ปัญหา    50%
ส่วนที่ 2 คือ ความสามารถในการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ                       50%

3.  ความถนัดทางวิชาชีพและวิชาการ  (PAT) คืออะไร
ตอบ       ความรู้ที่เป็นพื้นฐานที่จะเรียนต่อในวิชาชีพนั้น ๆ กับศักยภาพที่จะเรียนในวิชาชีพนั้นๆ
ประสบความสำเร็จ

4.  ความถนัดทางวิชาชีพและวิชาการ (Professional and Academic Aptitude Test หรือ PAT)
มีกี่ประเภท
ตอบ       มี 7 ประเภท คือ
PAT 1 ได้แก่ ความถนัดทางคณิตศาสตร์ ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ
(1) ความรู้ในวิชาคณิตศาสตร์ พีชคณิต เรขาคณิต Calculus สถิติ ฯลฯ
(2) ความถนัดในการเรียนคณิตศาสตร์ในมหาวิทยาลัยให้ประสบความสำเร็จ เช่น
การคิดแบบนักคณิตศาสตร์ การแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์
การอ่านเรื่องทางคณิตศาสตร์แล้วเข้าใจแก้ปัญหาตามกระบวนการ
คณิตศาสตร์เป็นต้น

PAT 2 ได้แก่ ความถนัดทางวิทยาศาสตร์ ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ
(1) ความรู้ในทางวิทยาศาสตร์ที่จะเรียนในคณะวิทยาศาสตร์ และคณะอื่นที่
เกี่ยวข้องได้ เช่น ความรู้ในเรื่องเคมี ชีววิทยา ฟิสิกส์ earth science, ICT เป็นต้น
(2) ความถนัดในการเรียนวิทยาศาสตร์ในมหาวิทยาลัยประสบผลสำเร็จเช่น
การคิดแบบ นักวิทยาศาสตร์ การแก้ปัญหาด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ฯลฯ

PAT 3 ได้แก่ ความถนัดทางวิศวกรรมศาสตร์ ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ
(1) ความรู้พื้นฐานที่จะเรียนต่อในคณะวิศวกรรมศาสตร์สำเร็จ เช่น ความรู้ทาง
คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี เป็นต้น
(2) ความถนัดในการเรียนวิศวกรรมในมหาวิทยาลัยประสบความสำเร็จ เช่น
การคิดแบบวิศวกร การแก้ปัญหาทางวิศวกรรม เป็นต้น

PAT 4 ได้แก่  ความถนัดทางสถาปัตยกรรมศาสตร์ ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ
(1) ความรู้พื้นฐานที่จะเรียนต่อในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์สำเร็จ เช่น ความรู้
ทางคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ศิลปกรรม ฯลฯ
(2) ความถนัดในการเรียนในคณะสถาปัตย์ในมหาวิทยาลัยประสบความสำเร็จ
เช่น มองเห็นภาพ 3 มิติในใจ การออกแบบ ฯลฯ
PAT 5 ได้แก่ ความถนัดทางครู ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ
(1) ความรู้พื้นฐานที่จะเรียนต่อในคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์สำเร็จ เช่น
ความรู้พื้นฐานทางคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคม ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ฯลฯ
(2) ความถนัดในการเรียนในคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์สำเร็จ หรือแววใน
การจะเป็นครู เช่น ความสามารถในการแสวงหาความรู้ ทักษะสื่อสารรู้เรื่อง ฯลฯ
PAT 6 ได้แก่ ความถนัดทางศิลปะ ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ
(1) ความรู้ในทฤษฎีทัศนศิลป์ นาฏศิลป์ ดนตรี และความรู้อื่นที่เป็นพื้นฐานที่
จะเรียนในคณะศิลปกรรม หรือที่เกี่ยวข้องประสบความสำเร็จ
(2) ความถนัดในการเรียนศิลปะ เช่น ความคิดสร้างสรรค์ ฯลฯ

PAT 7 ได้แก่ ความถนัดในการเรียนภาษาต่างประเทศ ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ
(1) ความรู้เรื่องไวยากรณ์ หลักภาษา วรรณกรรม วรรณคดี ฯลฯ
(2) ความสามารถในการฟัง พูด อ่าน เขียน สรุป ย่อความ ขยายความ สังเคราะห์
วิเคราะห์ ฯลฯ
มี 6 ภาษา คือ  ก) ภาษาฝรั่งเศส   ข) ภาษาเยอรมัน   ค) ภาษาญี่ปุ่น  ง) ภาษาจีน
จ) ภาษาบาลี  ฉ) ภาษาอาหรับ

5.  ใครคือผู้ออกข้อสอบ
ตอบ       อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญในคณะที่เกี่ยวข้องของมหาวิทยาลัย

6.  สอบกี่ครั้ง ๆ ละ กี่ชั่วโมง กี่คะแนน
ตอบ       – GAT สอบ 3 ครั้งต่อปี คะแนนเต็ม 300 คะแนน สอบ 3 ชั่วโมง
- PAT สอบ 3 ครั้งต่อปี คะแนนเต็ม 300 คะแนน สอบ 3 ชั่วโมง

7.  สอบเมื่อไร
ตอบ        สอบเดือนมีนาคม กรกฎาคม และตุลาคม พ.ศ.2552 (ตามที่ประชุม ทปอ. ระบุ)

8.  ครั้งแรกจะสอบเมื่อไร
ตอบ        สอบเดือนมีนาคม พ.ศ.2552

9.  มีตัวอย่างข้อสอบหรือไม่
ตอบ        มี อยู่บนเว็บไซต์ สทศ.

10.  คะแนน GAT และ PAT เก็บไว้ได้กี่ปี
ตอบ       2 ปี เลือกคะแนนที่ดีที่สุด

11. ใครจัดสอบ GAT และ PAT
ตอบ       สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

12.  สมัครอย่างไร
ตอบ       สมัคร Online ผ่านเว็บไซต์ สทศ. http://www.niets.or.th/

14.  สอบ GAT และ PAT ที่ไหน
ตอบ       ที่สนามสอบทั่วประเทศ ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้สมัครว่าอยู่จังหวัดใด

15.  จะประกาศผลสอบเมื่อใด
ตอบ       ภายหลังจากการสอบ 2 เดือน

16.  สอบ GAT และ PAT ได้กี่ครั้ง
ตอบ       มีการจัดสอบปีละ 3 ครั้ง แต่คะแนนเก็บไว้ได้ 2 ปี เท่านั้น

17.  เสียค่าสมัครสอบเท่าใด
ตอบ       ค่าสมัครวิชาละ 200 บาท

18.  คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์เข้าสอบ
ตอบ       จะต้องเป็นนักเรียนที่กำลังเรียนอยู่ในชั้น ม.5 – ม.6 หรือเทียบเท่า และ/หรือเป็น
นักเรียนที่จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเทียบเท่า แล้วเท่านั้น

19. ในการสอบ PAT กำหนดมั้ยคะว่า จะสอบได้กี่ PAT ต่อคน
ตอบ       แล้วแต่สาขาที่นักเรียนเลือกเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยว่า ต้องการ PAT อะไรบ้าง

20. ถ้านักเรียน ม.6 ปีนี้ ไปเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว ในปี 2552 จะกลับมาเข้ามหาวิทยาลัย โดยกลับมาสอบ GAT / PAT  ได้หรือไม่
ตอบ       ได้ ระบบ Admissions ปี 2553 เป็นต้นไป ทุกคนที่จะเข้ามหาวิทยาลัยต้องมีคะแนน O-NET/GAT/PAT

21. ถ้านักเรียน ม.6 ปีนี้ ไปเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว ในปี 2552 จะกลับมาเข้ามหาวิทยาลัย โดยกลับมาสอบ GAT / PAT  ได้หรือไม่

ตอบ       ได้ ระบบ Admissions ปี 2553 เป็นต้นไป ทุกคนที่จะเข้ามหาวิทยาลัยต้องมีคะแนน O-NET/GAT/PAT

ข้อมูลเพิ่มเติมและสมัครสอบได้ที่ http://203.149.31.102/index.php

Tags: ,

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.