25 มกราคม 2009Asia-Pacific Robofest Camp 2009 : ตอนที่ 5
วันสุดท้ายแล้วครับ ผมตื่นเช้าเป็นพิเศษกันโดนบ่นครับ เพราะหลายๆวันก่อนพวกเรามักจะตื่นสาย
กันมาก จนเป็นที่โดนบ่นครับ (เลยจะทำตัวเป็นตัวอย่างน้องว่างั้น) เพราะเมื่อคืนพวกผมสามารถ
เล่นอินเทอร์เน็ตได้ จาก access Point ของโรงแรมครับ โชคดีมากๆ เลยอาจจะเห็น tweet แรก
ของผมที่เกาหลีจากที่นี่แหละ
เช้านี้ไปเที่ยวที่พระราชวังเคียงบ๊อก (Gyeongbokgung Palace) ซึ่งเป็นหนึ่งในพระราชวังของที่
เกาหลี เนื่องจากประเทศเกาหลีเคยมีการปกครองแบบระบบกษัตริย์ แต่ก็ต้องมาล่มสลายเพราะ
สงครามของญี่ปุ่น (อ่านเพิ่มเติมได้ใน ราชวงศ์โซซอน (ลี))
ที่นี่ คุณกาญจนา เล่าให้ฟังว่าเป็นที่ประทับของกษัตริย์ในสมัยก่อน รวมถึงขุนนางต่างๆด้วย
ลายผนังก็มีส่วนเช่นกัน หากเป็นกษัตริย์จะเป็นลายมังกร หากไม่มีก็จะเป็นที่ประทับของขุนนางไป
สถานที่นี้ถูกสร้างขึ้นใหม่ เนื่องจากไม่มีสิ่งก็สร้างใดหลงเหลืออยู่หลังจากสงคราม เพียงแต่ยึด
ตำแหน่งที่ตั้งเดิม ตามประวัติศาสตร์
เดินเข้ามาเรื่อยๆ ก็จะเจอกับอาคารหลักที่เขาเรียกว่า Geunjeongjeon ซึ่งผมก็อ่านไม่ออกเหมือน
กันครับ เป็นสถานที่ประทับของกษัตริย์และอื่นๆ ที่พูดง่ายๆว่าชั้นสูง จะประทับที่นี่ครับ
ลักษณะบริเวณรอบๆ ประสาทก็จะมีเป็นหลายๆอาคาร ตามที่เห็นในภาพนี้ล่ะครับ
ภูมิปัญญาของคนสมัยก่อน ที่คุณกาญจนาบอกว่า คนเกาหลีเขาภูมิใจมากๆ คือการทำพื้นระบาย
ความเย็นครับ ในสมัยก่อนอากาศหนาวเย็นมากๆ ก็ต้องมีการระบายความเย็น โดยการทำช่อง
ไปยังบริเวณพื้นแล้วก่อไฟเอาครับ เพื่อให้พื้นนั้นอุ่นลง ในปัจจุบันก็มีการนำมาดัดแปลงให้ใช้
ได้กับพื้นที่อาศัยปัจจุบัน คือการเดินรางน้ำอุ่นใต้อาคารแทบทุกอาคารครับ
ก่อนที่ผมจะเจอกับสถานที่ ที่รายล้อมไปด้วยหิมะครับ ซึ่งแน่นอนว่า เดิมที่นี่ต้องเป็นน้ำรายล้อม
อาคารนี้ ซึ่งอาคารนี้เรียกว่า Gyeonghoeru ซึ่งเป็นเหมือนกับท้องพระโรง ซึ่งเป็นสถานที่ที่ใช้
ในการประกอบงานพิธีรื่นเริง ตัวอาคารก็จะเป็นสองชั้น อย่างที่เห็นนี่ล่ะครับ ล้อมไปด้วยน้ำ
ในปี 1592 ที่ถูกญี่ปุ่นรุกรานจากสงคราม และทำลายอาคารต่างๆ สถานที่นี้เป็นสถานที่เดียว
ที่ยังคงเหลือชิ้นส่วนอยู่บ้าง และหลังจากนั้นก็ได้สถาปนาขึ้นใหม่
ในนี้มีพิพิธภัณฑ์ด้วยครับ ซึ่งจริงๆแล้วผมอยากอยู่ตรงนี้นานๆ อยากรู้วัฒนธรรมของที่นี่เยอะๆ
แต่เนื่องจากเวลาจำกัด ผมดูได้แค่บางส่วนครับ แต่น่าสนใจ ตั้งแต่ยุคเริ่มต้น การกินอยู่
คนที่นี่มีถิ่นฐานมาจากไหน ทำนองนี้ครับ
บอกได้คำเดียวว่า ไม่ผิดหวังครับ แนะนำวิธีการเที่ยวคือ ในส่วนของอาคารต่างๆ ให้รีบเดินชม
ถ่ายรูปให้เรียบร้อยครับ แล้วไปในส่วนที่เป็นพิพิธภัณฑ์ สำหรับผู้ที่สนใจนะครับ น่าศึกษาจริงๆ
จบแล้วครับ สำหรับการท่องเที่ยวที่พระราชวังเคียงบ๊อก สำหรับใครที่มองหา Currency
Exchange ก็สามารถหาได้ที่นี่ครับ มีบริการให้ด้านหน้าทางเข้าครับ
จากนั้นเราไปต่อกันที่ถนน Insadong ครับ ซึ่งเป็นถนนที่มีการแสดงงานศิลปะ จำหน่ายสินค้า
ที่เป็นของที่ระลึก อาหารต่างๆ ก็มีขายที่นี่ครับ
ของที่ระลึกก็จะคล้ายๆกับเมื่อวานครับ แต่อาจจะมีให้เลือกเยอะกว่า หลายร้านกว่า เช่นตุ๊กตา
มีด ดาบไม้ , หน้ากาก ฯลฯ
ที่นี่จึงเป็นสถานที่แนะนำในการหาเลือกซื้อของฝาก ที่เป็นของที่ระลึกสำหรับผมนะ แนะนำๆ
ใกล้ถึงเวลาแล้วครับ แต่ก็ยังมีเวลาพอที่น่าจะไปเดินห้างใกล้ๆกับสนามบิน ซึ่งนั่นก็คือ ห้าง
Lotte Mart ครับ ซึ่งก็จะคล้ายๆกับ I’ PARK ที่ไปมาเมื่อวานครับ
พูดถึงอีกเรื่องคือเรื่อง ถุง ครับ ที่นี่มีการประหยัดในการใช้ทรัพยากร ซื้อของบางที่ เขาจะไม่ให้
ถุงมาครับ หรือถ้าต้องการก็ซื้อที่เคาท์เตอร์ เขาจะถามคุณว่า ต้องการถุงไหม (ประมาณนี้ จริงๆ
แล้วมันจะพูดเกาหลีมา เราก็ต้องเข้าใจภาษามือหน่อย) ถ้าต้องการเขาก็คิดไป รู้สึกจะ ₩ 50
ชั้นบนของ Lotte Mart ก็จะมีร้านอาหาร กับร้านขายเสื้อผ้า รองเท้า เครื่ิองหนังต่างๆก็มีครับ
มีร้านล้างรูปที่นี่ แต่ที่เด็ดกว่าร้านล้างรูปคือ ตู้ล้างรูป ที่มีให้บริการ
ราคาก็แล้วแต่รูปแบบและขนาดของภาพ ซึ่งไปเลือกเอาได้ตอนที่เราเข้าทำรายการอยู่ครับ
เมื่อเลือกเสร็จแล้ว ถาดที่ให้ใส่ Memory stick มันก็จะออกมา
แต่ผมเนี่ย ไม่เข้าใจหรอกครับ มันเป็นภาษาเกาหลี ผมก็ไปแงะ และแอบใส่ แถมใส่ก็ไม่ได้เสียบ
Adapter ก่อน มันเลยคาไว้อยู่อย่างงั้นครับ (โชคไม่เข้าข้างผมเลย)
ผมเลยไปปรึกษากับคุณ Steve ซึ่งเขาเป็นคนที่ติดต่อเกี่ยวกับเรื่องการจัดการค่ายให้กับเรา
ทั้งหมด เขากินข้าวอยู่บริเวณนั้นครับ เขาติดต่อพนักงานให้ผม สุดท้ายก็เอาออกมาได้
อย่างหวุดหวิดครับ เหนื่อยจริงๆ - - ”
ผมเองก็กลัวน้อยหน้าครับ เลยไปซื้ออะไรติดไม้ติดมือในชั้นล่างบ้าง ก็ไปสะดุดช็อคโกแลตที่ราคา
ไม่แพง sale อยู่ข้างล่างครับ ไปเจอพวกผักที่เราชอบกิน ที่มันเป็นพืชคล้ายสาหร่าย นั่นก็หยิบมา
อันนึงครับ กะว่าจะเอาไปลวกกินกับข้าวหอมมะลิไทยซะหน่อย ซื้อสตรอเบอรี่ที่มันผลโตเอามากๆ
ครับ มาแพ็คนึง นี่คือของส่วนตัวของผมครับ ทั้งหมด หมดไป ₩ 7,000 กว่า
สำหรับคนที่ซื้อมาก เขาจะมีบริการลังกระดาษ ให้เราเอามาแพ็คครับ สำหรับคนที่ต้องการซื้อไป
ฝากคนที่บ้าน ก็สามารถมาแพ็คของที่นี่ เพื่อโหลดไปใต้ท้องเครื่องบินได้ครับ (ไม่เสียค่าบริการ)
เวลาใกล้เข้ามาเรื่อยๆครับ รุ่นน้องผมยังซื้อของกันไม่เสร็จ บางคนเงินเหลือกันเป็นแสนวอน
ก็เลยใช้เวลากันนานหน่อย ผมเลยมาช่วยน้องเขาแพ็คของครับ น้องบางคนก็ซื้อผักกาด
กลับบ้าน ผมก็ขำไปพักนึงเลยล่ะว่า “นึกไม่ออกแล้วหรือไง ว่าจะซื้ออะไรเนี่ย” แต่มันใหญ่มาก
ครับ ถามเหตุผลน้องเขา น้องเขาก็บอกว่า มันใหญ่ดี แปลก ไม่เคยเห็นในบ้านเรา ราคาไม่แพง
ถ้าจำไม่ผิดก็ ₩ 700
จากนั้นผมก็เดินทางไปยังสนามบินอินชอน ซึ่งใช้เวลาไม่นานมากจากที่นี่ครับ (ประมาณ 10 นาที)
แต่โชคไม่เข้าข้างผมครับ เหมือนผมลืมอะไรไปบางอย่าง
ผมลืมถุงของของผม ไว้ที่ Lotte ครับ !!
และไม่ใช่อะไรครับ ก่อนหน้าที่จะออกมา รุ่นน้องผมฝากกระเป๋าสตางค์กับเข็มขัด ไว้ในถุงนั้น
ซึ่งมันราคาประมาณ ₩ 50,000
ไม่อยากจะคิดครับ ผมเองกลุ้มใจมากๆ รวมถึงน้องเขาก็หน้าเสียไปเลยครับ รู้สึกเสียใจมาก
เมื่อถึงสนามบินแล้ว มาเช็คกล่องที่แพ็คไปก็ไม่เห็น ถือว่าผมดวงไม่ดีล่ะครับ
ข้าวของในนั้นตีเป็นเงินก็ประมาณ ₩ 56,000 ครับ ผมเองก็ต้องจ่ายเงินค่าเสียหายไปให้น้องเขา
ล่ะ ถือเป็นบทเรียนราคาห้าหมื่นวอน ที่ผมเองจะไม่มีวันลืมไม่ว่าจะไปที่ไหนจริงๆ
แต่มันรู้สึกสังหรณ์ๆ เพราะว่าตอนที่เราเข้าไปซื้อของในนั้น ทำไมมีความรู้สึกเหมือนไม่มีอะไรน่าซื้อ
ผมหยิบสาหร่ายแล้วก็วางแล้ววางอีก ไม่เอาสักที รวมไปถึง ทำไมผมต้องถ่ายรูปถุงตัวเองที่เป็นถุง
ที่ลืมมาจากที่นั่นด้วย น่าคิดครับ
เอาเป็นว่าลืมเรื่องนั้นไปก่อนครับ ไม่งั้นคุณผู้อ่านจะไม่ได้เข้าสนามบินกับผมซักที
ก่อนที่จะไปผมเองก็ต้องขอถ่ายรูปร่วมกับคุณกาญจนาด้วยครับ ขอชื่นชมว่าเป็นไกด์ที่เก่งจริงๆ
คนหนึ่งเลยล่ะ เท่าที่ทราบก็คือ คุณกาญจนาเป็นคนไทยที่อาศัยที่เกาหลีครับ
หลังจากนั้นผมก็ผ่านเข้ามาจนถึงที่รอเที่ยวบินแล้วครับ เที่ยวบินกลับก็คือ KE651 ซึ่ง Boarding
เวลา 17.05 น. ครับ เมื่อเข้ามาในส่วนของสนามบินแล้วหากจะซื้อของที่นี่ ยากหน่อยนะครับ
สำหรับใครที่ยังไม่ได้แลกเงินจากวอน เป็น ดอลล่าร์ เพราะที่นี่จะใช้ดอลล่าร์ส่วนมากครับ ส่วน
น้อยที่รับเงินวอนด้วย เขาจะคิดอีกอัตรานึง
ปิดท้ายด้วย อาหารบนเครื่องบิน ครับ
เป็นข้าวกับไก่ ของหวานมันเป็นเหมือนเต้าหู้มั้ง
แล้วกินกับซอส เลี่ยนมากๆ >,<
ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพครับ ใช้เวลา 5 ชม. จากนี้แล้วเวลาบ้านเราช้ากว่าเขา
2 ชั่วโมง เลยถึงประมาณ 4 ทุ่มครับ อุณหภูมิที่สนามบินสุวรรณภูมิประมาณ 25 องศา เรียกได้ว่า
ที่ใส่ๆมากันเต็มยศ ก็ต้องปลดอะไรออกบ้างล่ะครับ
ถือเป็นประสบการณ์ชั้นเยี่ยมของผมในชีวิตเลยทีเดียวล่ะ สำหรับการไปต่างประเทศครั้งแรก
ในชีวิตของผม และการไปครั้งแรกก็เจออะไรพิเศษๆ เช่นอากาศหนาวเป็นพิเศษ การแลกเงิน
ที่ผมก็ไม่เคยมีแบงค์ดอลล่าร์ หรือแบงค์วอน ติดกระเป๋าเหมือนเพื่อนๆที่เขาไปกันมาก่อนแล้ว
ครั้งนี้จึงเป็นอะไรที่ “เล่าได้” ของผม อยู่หลายตอนเลยล่ะครับ
ถ้ามีโอกาสก็จะกลับมาอีก ที่นี่เป็นเมืองที่น่าอยู่ อากาศดี (ถ้าแต่งกายดี)
ก็ต้องขอขอบคุณโอกาสในครั้งนี้ของผมด้วยครับ และขอบคุณผู้อ่านที่ติดตามเรื่องนี้จนจบทั้ง
5 ตอนด้วยกัน ผมเองก็พยายามนำเสนอเนื้อหากับประสบการณ์ครั้งแรกเต็มที่ ^^
และแน่นอน !!
ผมไม่ได้ไปตัวเปล่ากลับมาครับ นึกถึงผู้อ่านบล็อกของผมเสมอ ![]()
ผมมีของที่ระลึกจากเกาหลีมาแจกคุณผู้อ่าน เป็นพวงกุญแจ , ที่ห้อยโทรศัพท์ และที่คั่นหนังสือ
ซึ่งผมจะเลือกให้ (หรือให้ท่านเลือก - - ”) อย่างใดอย่างหนึ่ง ส่งถึงบ้านครับ !!
เพียงกรอกแบบประเมินเว็บไซต์ Framekung.com ให้ครบถ้วน เด็ดโดนใจ รับไปเลยครับ
ผมมีทั้งหมด 5 รางวัลครับ (ให้มากไปกลัวได้ทุกคนครับ ยิ่งแต่คนอ่านเว็บน้อยๆ (ฮา))
คลิกที่นี่
ร่วมสนุกกันเยอะๆนะครับ
เฮ้อ จบแล้ว … จะไปหาอะไรมาบล็อกต่อดีล่ะเนี่ย (แอบหมดมุก)
ดูทุกตอนของ Asia-Pacific Robofest Camp 2009
- ตอนที่ 1 - เดินทางถึงสนามบิน , สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ (Everland Resort) ,
เข้ามหาวิทยาลัย Hanyang , รับหุ่นยนต์ i-Robo , ประกอบหุ่นยนต์ - ตอนที่ 2 - แข่งขันหุ่นยนต์เก็บของ , หุ่นยนต์ซูโม่
- ตอนที่ 3 - พิธีเปิด Asia-Pacific Robofest 2009 , การแข่งขันหุ่นยนต์ต่อสู่้ , การแข่งขัน
หุ่นยนต์ความคิดสร้างสรรค์ , เล่นกับหิมะ , พิธีอำลาชาวค่าย - ตอนที่ 4 - พิธีมอบรางวัล , เที่ยวหมู่บ้านเก่าคนเกาหลี Korean Folk Village ,
ทานเนื้อย่าง เที่ยวที่ I’ Park , เดินทางพักที่ค่ายยุวชน International Seoul Youth Hostel
เที่ยวกลางคืนที่ เมียงดง - ตอนที่ 5 - เที่ยวพระราชวังเคียงบ๊อก Gyeongbokgung Palace , พิพิธภัณฑ์คนเกาหลี
The National Korean Folk Museum of Korea , ซื้อของที่ระลึกที่ Insadong , Lotte Mart
เดินทางกลับประเทศไทย
Tags: competition, korea, life, robofest, trip



































inatmon
25 มกราคม 2009, 6:56 pm
เหอๆ ไอ้เราก็นึกว่าเป็นเซ็ตรูปน้อง Lisa (แอบผิดหวังนิดหน่อย ฮ่า)
มีหมดมุขอีก ส่วนตัวอยากไปช้อปที่โน่นมาก ขอให้ราคาถูกกว่าไทยแล้วกัน
ReNaMoN
25 มกราคม 2009, 7:22 pm
อยากได้จังเลย ซื้อมาแล้วเหมือนกันแต่ว่าอยากได้อีก อิอิ
SPN : JUA
25 มกราคม 2009, 7:47 pm
จบซะเเล้ว T T
อยากอ่านต่ออ่ะครับ
zumokik
25 มกราคม 2009, 11:19 pm
เสื้อแจกไหม (ล้อเล่น :p)
ToGeTheR-W@Y
27 มกราคม 2009, 7:07 pm
น่าไปน่าไป
Vee
27 มกราคม 2009, 10:08 pm
ที่คั่นหนังสือน่ารักมาก กรี๊ดดดด
jackezs
4 กุมภาพันธ์ 2009, 6:47 pm
เต้าหู้รสชาติ…….มาก
oatalone
24 กุมภาพันธ์ 2009, 10:23 pm
คิดถึงเกาหลีมากเลยครับ เเละเพื่อนที่เกาหลีที่หน้ารัก
ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2553 | Framekung.com
21 กุมภาพันธ์ 2010, 1:48 pm
[...] ยังรู้สึกว่าเหมือน เพิ่งกลับจากเกาหลีอยู่เลย (นี่ก็เวอร์ไปแฮะ) [...]