เรื่องโรงเรียนที่หลายคนไม่ทราบ

เปิดเทอมแล้วครับ หลังจากที่ตอนที่แล้วผมได้พูดเกี่ยวกับโรงเรียนและตัวของผมไปหลายเรื่อง
ถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโรงเรียน ก็ต้องเอามาแผ่หยิบให้ฟังเป็นประเด็นเลยว่า หลายๆคำ
ที่พูดไปถึงตอนที่แล้วนั้น มีมุมมองโฆษณาเป็นอย่างมากหากไม่อ่านข้อเท็จจริงประกอบด้วยนะ

เริ่มที่เรื่องแรก …

เสาธงที่สูงที่สุดในประเทศไทย

** หมายเหตุ รูปภาพที่เห็นเป็นภาพปัจจุบัน จะสร้างแล้วเสร็จประมาณ 2-3 เดือน

rajsima-witthayalai003

rajsima-witthayalai002

เกี่ยวกับเสาธงของโรงเรียนที่บอกไปว่า จะทำสูงที่สุดในประเทศนั้น ก็เป็นเรื่องจริง ที่มีความสูงถึง
35 เมตรนั้น และมีฐานเป็นเสือทั้งหมด 18 ตัว โดยเป็นระบบเลื่อนอัตโนมัติ

แต่ก็น่าคิดว่าช่วงนี้ฤดูฝนและโอกาสที่ฟ้าจะลงก็มีสูงเหมือนกัน เนื่องจากเสาสูงมาก ถึงขั้นตึก 6-7
ชั้น ดังนั้นก็คือว่าน่าจะเสี่ยง

ภาพปัจจุบันที่กำลังเริ่มทำการถอนตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม 2552
ภาพปัจจุบันที่กำลังเริ่มทำการถอนตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม 2552

สาเหตุในการจัดทำก็เนื่องจากได้รับความอนุเคราะห์ของคุณสรพงษ์ ชาตรี ที่ทำคุณประโยชน์
ให้กับโรงเรียนด้วยดีเสมอมา และอยากจะบูรณะฟื้นฟูเสาธงที่มีใช้มา 60 ปี

ระบบบัตรนักเรียนแบบ RFID

ตอนแรกดีใจมาก ที่จะมีบัตรนักเรียนเป็นแบบบัตรแข็ง มันจะทนกว่าแล้วก็เป็นแบบ RFID ในการ
ทำงานด้วย ส่วนตัวชอบอยู่แล้ว เพราะรร.มีความทันสมัยเข้าใจเอาเทคโนโลยีมาประยุกต์ และมี
ระบบ SMS รายงานถึงผู้ปกครองด้วย สำหรับนักเรียนที่ไ่ม่มี คิดค่าบริการเทอมละ 300 บาทโดย
ประมาณ จึงมีข้อวิจารณ์หลายข้อ

– หากนักเรียนที่มาเรียนตามปกติ ผู้ปกครองก็จะเสียเงิน sms ไปฟรีๆ
– ผู้ปกครองนักเรียนไม่เปิดดู
– เปิดไม่เป็น
– ข้อความเต็ม
– ไม่สนใจ
– เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์

ทำให้เกิดข้อถกเถียงจนยืดเยื้อ และโรงเรียนจริงๆแล้วนั้น ก็วางระบบมาแล้วเสร็จเรียบร้อย
เหลือแต่บัตรนักเรียน ซึ่งจริงๆแล้วระบบนี้ไม่สามารถขับเคลื่อนออกไปได้นั้น ก็เป็นเพราะว่า
โรงเรียนไม่สามารถดำเนินการตรงนี้ต่อไ้ด้ และระบบ RFID กลับมาทำเพื่อรองรับระบบ SMS
ซึ่งไม่มีผู้ปกครองคนไหน “เอา” จึงเหลือระบบนี้ิทิ้งไว้เฉยๆ

น่าแปลกที่ผู้อำนวยการไม่ได้ปรึกษาหารือในรร. กลับมีการเซ็นต์สัญญา และทดลองใช้ติดตั้ง
ระบบก่อนที่จะนำเสนอผู้ปกครองและเห็นปัญหาพร้อมกัน สาเหตุก็เกิดจาก sellman ที่มีความ
สามารถขึ้น (หรือเพราะผอ.ไม่รอบคอบ ไม่คิดผลที่ตามมาไม่ทราบ) จึงสามารถที่จะขายสินค้า
ด้วยสรรพคุณและสามารถอธิบายให้เห็นได้ทันที ทำให้อาจจะเกิดปัญหาเช่นนี้มา ก็เป็นที่น่าคิิด
ว่าจะเอาระบบนี้ไปทำไม ในเมื่อจะมีกี่คนที่เอา กับการลงทุนไปไม่น้อย

เรียนฟรี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ

ขอบอกว่าเป็นเจ้าทุกข์โดยตรง โรงเรียนกำลังประสบปัญหาหนังสือไม่พอ และไม่ชอบการให้
หนังสือเรียนฟรีในลักษณะนี้ของรัฐบาลมากๆ

คำว่าในลักษณะนี้ ผมหมายถึงการให้นักเรียนยืมเรียนหนังสือ โดยต้องรับผิดชอบหนังสือ เพื่อ
มีการใช้ในรุ่นต่อๆไป จึงต้องมีการรักษาหนังสือมากขึ้น แต่ที่น่าสังเกตคือ

– ถ้าเด็กต้องการแลกเชอร์ หรือจดโน้ตย่อ ก็ทำไม่ได้ หรือทำได้ยาก
– เด็กต้องการนำหนังสือหลังจากเรียนจบ (เพราะเก็บคืนทุกเทอม) ถ้าต้องการทบทวนบทเรียน
ก็สามารถทำได้ยาก
– หาย ขาด หรือมีปัญหา ซื้อใหม่ทันที

ก็เลยทำให้มีปัญหา และตอนนี้ผมก็ไม่มีหนังสือที่จะเรียนเลยสักเล่ม เลยคิดเหมือนกันว่าโครงการ
นี้ ค่อนข้างไม่ชอบอย่างมาก มันฟังแล้วดูตลก ถ้างั้นรัฐบาลก็สนับสนุนค่าใช้จ่ายอื่นๆก็ได้ หรือ
เป็นเงินสดไปออกเงินซื้อหนังสือเพิ่มเอง เป็นของตัวเองก็ได้ อันนี้ยอมรับว่าไม่ไหว

มีเรื่องว่าจะแฉตั้งแต่เมื่อวานเพียงเท่านี้ล่ะครับ ยังไงก็ตามเป็นนักเรียนก็ยังต้องฝืนเรียนต่อไป
เพื่อให้ทุกคนเห็นและเข้าใจอย่างที่ผมทราบก็ต้องมาแก้ข่าวของบล็อกตอนที่แล้วกันสักหน่อย

😛

Comments

comments

Powered by Facebook Comments