เรื่องมันเกิดขึ้น…พร้อมๆกัน

เรื่องนี้ไม่ได้เป็นเรื่องรับวาเลนไทน์แต่อย่างใดครับ เพราะว่าตอนนี้ก็ไม่ได้มีอินลง อินเลิฟ อะไรกับ
เขาหรอกครับ (กลับมีแต่คนมองแปลกๆ….ตั้งแต่ใส่คอนแท็คเลนส์)

วันนี้เลยไม่พูดเรื่องความรัก แต่มาพูดเรื่องคอนแท็คเลนส์

จริงๆแล้ว อีกประมาณวันสองวัน ก็ครบรอบ 1 เดือนที่ผมใส่คอนแท็คเลนส์คู่นี้แล้วครับ ผมเองน่ะ
อยากจะบอกว่า ไม่อยากถอดมันเลย สาเหตุก็เพราะว่า ผมเริ่มมาใส่คอนแท็คตอนผมไปเกาหลีโน่น
คนที่ติดตามเรื่องของผมช่วงๆนั้น ก็รับไม่ได้กับหน้าของผมที่เปลี่ยนไป (บ่นกันมาเยอะมาก)

ผมกลับมาใส่คอนแท็คเลนส์ตอนช่วงไปเกาหลี ด้วยเหตุผลที่ว่าแว่นผมเริ่มมองไม่เห็นแล้ว และผม
เองก็กลัวจะมองไม่เห็นคนสอนตอนไปเกาหลี กลัวเรียนไม่รู้เรื่อง มองจอไม่ชัดครับ เลยตัดสินใจ
กลับมาพึ่งคอนแท็คเลนส์อีกครั้ง ผมเองไม่ได้ใส่ครั้งนี้ครั้งแรกครับ ผมใส่มาแล้วครั้งหนึ่ง และผมก็
ไม่ได้ติดใจอะไรเลย และก็ทิ้งไว้ไม่ใส่ ปัจจุบันก็ยังมีกล่องเก็บคอนแท็คไว้ให้สะเทือนใจอยู่ ด้วย
ความที่มัน “ใส่ยาก” และสัญชาตญานเราก็คือ เวลามีอะไรใกล้ๆตา มันจะหรี่ตาเองครับ ระยะแรกๆ
พวกใส่คอนแท็คนี่ ทำใจเลยล่ะว่า จะเอานิ้วที่มีคอนแท็คเลนส์อยู่ จะสวมเข้าไปครอบตรงตาดำ
ได้ยังไง ? (เออ นั่นน่ะสิ)

นอกเรื่องอีกแล้ว​…

dsc09308-copy

อยากจะสื่อในตอนนี้ก็คือ ไม่อยากถอดมากครับ เพราะความรู้สึกดีๆที่เรามองเห็นผ่านคอนแท็ค
เลนส์คู่นี้ มันมีเยอะแยะเหลือเกิน ประสบการณ์ต่างๆมากมายในชีวิต มันอยู่ในนี้ครับ ผมใส่มัน
ครั้งแรกที่เกาหลี จำได้เลยวันนั้นว่า ใช้เวลาแต่ละข้างนี่นานมาก หลังจากนั้นผมก็เริ่มชิน ผมเจอ
กับอากาศที่หนาวเย็น ภาพหิมะสวยๆ ผมมองเห็นผ่านคอนแท็คเลนส์คู่นี้ ความรู้สึกดีๆมันผ่าน
สายตามาตลอด 1 เดือนครับ โอ้ยย พูดไปเสียดายไป ไม่กล้าทิ้งครับ 😛

อีกเรื่อง คือเรื่อง โทรศัพท์มือถือ ของผมครับ

เพื่อนๆหลายคนถามผมว่า “มือถือนี่เก็บได้ที่ไหน” เพื่อนถามด้วยความสงสัย
ผมตอบกลับไปว่า “เฮ้ย ซื้อมาสิฟะ แต่มันนานมาแล้วเฉยๆ”

คือจะบอกว่า สองวันก่อน ผมตัดสินใจบอกแม่เรื่องไอโฟนครับ ว่าอยากได้ เพื่อที่จะเอาไปไว้ดู
วิดิโอเรียนๆทั้งหลายที่โหลดมาจากอินเทอร์เน็ต PDF อะไรก็มีครบครันละ เหลือแต่ไม่มีเวลาดู
เวลารอรถเมล์ หรือ คาบว่าง หรือไม่ได้เรียน มีอีกมากมายที่เป็นเวลาเหลือครับ ก็คิดว่ามันน่า
จะเป็นทางเลือกที่ดี ถ้าจะมีคนบอกผมว่า “เวลาว่างก็หยิบหนังสือขึ้นมาอ่านสิ” ผมเองก็คงตอบว่า
หนังสือมันไม่มีใครอธิบายครับ บางเรื่องอ่านเองไม่เข้าใจจริงๆ กับธรรมชาติคือ ที่นั่นอยู่ดีๆ ไม่มี
ใครอ่านหนังสือหรอกครับ ถ้าบรรยากาศมันไม่พาไป เพื่อนจะมองเราแปลกๆนะ (อันนี้บางคน
ก็ไม่คิดเรื่องนี้)

สรุปก็คือว่า ผลที่คุยกันวันนั้นมันไม่ผ่านครับ

แต่วันนี้ มือถือผม มันอาการแปลกๆตั้งแต่เช้าละ คือ ปุ่มเปิดมันกดยากขึ้นกว่าเดิม คืองี้ครับ
เมื่อหลายเดือนก่อน มือถือผมปุ่มมันหลุดหายไปครับ เปลี่ยนหน้ากากใหม่มันก็ไม่มีให้ คิดว่ามัน
ติดมากับเครื่อง ซึ่งถ้าจะไปหาก็ต้องหาที่ร้านขายโทรศัพท์ หรือรับซ่อมเลย

ผมก็จะใช้วิธีการเปิดเครื่องโดยใช้เล็บนิ้วโป้ง จิกไปให้แตะตรงปุ่มที่มันเป็นปุ่มแล้วเสียบเข้า
แผงวงจรมันอีกทีอะ (ดูจากรูป)

dsc09309-copy

ภาพข้างบนนี้ ก็คือภาพข้างบนเครื่อง สังเกตว่าไอ้ปุ่มที่ว่าที่มันเป็นรูโบ๋ ตรงกลางนั้นหายไปแล้ว
คือมันคงเจ๊งไปแล้วอะครับ ผมไม่สามารถที่จะเปิดเครื่องได้ ตอนนี้ผมโชคดี รุ่นน้องมาทำให้มัน
เปิดเครื่องได้ จากการมั่วๆ แต่ทีนี้ถ้าผมจะใช้จริงๆ (ไม่อยากมั่ว) เนี่ย งานมันเข้าแล้วล่ะครับ

ก็คงต้องเปิดโทรศัพท์ 24 ชม.แก้ขัดไปก่อน ไม่อยากเอาไปซ่อม เพราะสภาพไม่คุ้มกับการซ่อม
แล้วครับ จะบอกเหตุผลนี้ให้แม่ฟังก็นะ

ลองนึกภาพเอาแล้วกันครับว่ามันจะเป็นยังไง …

ผมถึงบอกไงว่า เรื่องมันเกิดขึ้น…พร้อมๆกัน

แถมด้วย รูปโทรศัพท์มือถือของผมครับ (จะบอกว่าไม่เหมาะกับภาพ background ที่เป็น
keyboard ที่อยู่ข้างหลังเลย)

dsc09310-copy

แต่มันลอกอย่างนี้ดีนะครับ มันทำให้ผมสามารถที่จะท่องตัวอักษร เรียงจาก ก-ฮ ได้ ว่าตัวอักษร
อะไรมาก่อนตัวอะไร (วันนี้สอบ O-NET เลยจำได้แม่น ทำข้อสอบได้) แต่ก็นะ เวลาจะคุยโทรศัพท์
ที ถ้าอยู่ที่สาธารณะก็ไม่อยากเอาออกมาเท่าไรเลยครับ

อะไรว้า … จบไม่ Happy Ending เลย

จะ Valentine แล้วนะเนี่ย พรุ่งนี้

กลับมาจาก ICT Contest Festival 2009

สวัสดีครับ ตลอดระยะเวลา 3 วันที่ผ่านมา ผมเดินทางเข้ากรุงเทพฯ กับโรงเรียนครับ ซึ่งที่โรงเรียน
ก็มีโครงการ มีกิจกรรมไปแข่งขันในงานนี้ด้วยเหมือนกัน ผมกับรุ่นพี่อีกคนนึงชื่อพี่ตาล ไปแข่ง
ลินุกซ์กับผม เราเดินทางเช้าวันศุกร์ ล้อหมุนตี 5 (แต่ผมมาช้า เลทไป 15 นาที :P) จากโรงเรียน
ถึงพารากอน ก็ประมาณ 9 โมงครับ

ผมเองขออาจารย์รับผิดชอบกล้องวิดิโอ เพราะว่าส่วนตัวอยากจะถ่ายอะไรดีๆ มาฝากคนอ่านบล็อก
ของผมด้วยล่ะครับ ครั้งนี้จะพิเศษหน่อย อยากให้บรรยากาศการแข่งขันในเวทีระดับประเทศ มีมา
เป็นวิดิโอ จะได้เห็นเหมือนกับที่ผมเห็นครับ

dsc04820-medium
การแข่งขันรอบนักเรียน Client ครับ กำลังตอบปัญหาหมวดจิ๊กซอ ในการแข่งขัน NLC ต้องขอบคุณรูปจาก @aumpradya ด้วยครับ

เข้างานมาจากประตูทางออก ก็เจอบูธของกิจกรรมการแข่งขันระบบปฏิบัติการลินุกซ์แห่ง
ประเทศไทย
เลยครับ รอบเช้าเป็นรอบนักเรียนที่แข่งแบบ Client (Linux TLE) ก็เจอเพื่อนๆ ที่
รู้จักแข่งด้วยเยอะแยะ เห็นหน้านิ่ว คิ้วขมวด ทำกันอย่างเคร่งเครียดครับ ผมก็แอบๆถ่ายไปบ้าง
กรรมการก็รุมแต่โต๊ะเบอร์ 1 ซึ่งเป็นของน้องวิน (@willwill) ที่เป็นตัวเต็งตั้งแต่ปีที่แล้ว
(ดูรูปภาพได้จากกล้องกลางของการแข่งขัน NLC)

ระหว่างนี้เป็นเวลาที่ผมเตรียมตัวครับ แต่ผมก็ไม่เตรียมตัว เดินชมงานเล่นไปเรื่อยครับ ปีนี้
ในส่วนของรอยัล พารากอน ฮอลล์ ก็ถูกจัดเอาเวทีไว้ข้างหน้างาน เพื่อเสียงไม่ไปรบกวนกิจกรรม
และข้างในก็จะมีแต่การแข่งขันครับ มาดูการแข่งขันของบูธโรงเรียนผม ซึ่งผมเองก็ติดตาม
การทำงานของพี่เขาเป็นระยะๆครับ สำหรับโครงงาน “ผลึกผนึกมาร (Crystaxis)” ซึ่งเป็นหนึ่ง
ในโครงงานประเภทซอฟต์แวร์เพื่อความบันเทิง ทีมงานมีทั้งหมด 3 คน ด้วยกันครับ

dsc09204-copy

เกมเป็นเกมแนว RPG ครับ ซึ่งพี่เขาใช้ระยะเวลาถึง 1 ปี ในการพัฒนามา ตัวเกมสามมิติ ที่ผมเอง
ก็ทึ่งในความสามารถพี่เขาจริงๆครับ ทำงานกันแบบบริษัทพัฒนาเกมเลย เนื้อเรื่องเขาก็น่าสนใจ
ดีครับ เรียกได้ว่าคุ้มค่ากับที่รอคอย และก็สมกับที่ได้รางวัล ชนะเลิศ ในการแข่งขันประกวด
ซอฟต์แวร์เพื่อความบันเทิงในครั้งนี้จริงๆ ถือเป็นครั้งแรกของโรงเรียนเช่นเดียวกันครับ ที่ได้รับ
รางวัลนี้

dsc09105

อีกฝ่ังนึง คือ บูธของโรงเรียนผมเช่นกัน ที่ทำโครงงานซอฟต์แวร์ในประเภทประยุกต์การใช้งาน
ที่เป็นอุปกรณ์ในการคัดแยะขยะระหว่างโลหะและพลาสติก และหากผู้ใช้นำขยะมาทิ้งจะได้รับ
เหรียญความดี ซี่งเป็นของตอบแทนเพื่อใช้ไปแลกในการทำกิจกรรมของโรงเรียน สามารถรายงาน
ผลการทำงานผ่าน Bluetooth ได้ นี่ได้รองชนะเลิศ ในการแข่งขันประเภทนี้ครับ

dsc09202-copy

ผมเองก็อย่างที่กล่าวไว้เบื้องต้นแล้วครับว่า ผมแข่งลินุกซ์ ซึ่งเป็นรอบนักเรียน Server ส่วนตัวไม่ได้
ใกล้ชิดอะไรกับ Server มาก่อนเลยแม้แต่น้อยครับ แต่ปีนี้เหตุผลที่ลงสมัครรอบนี้ เพราะว่ารุ่นพี่
ที่โรงเรียนผมที่สนิทกันที่เขาเข้ามาแข่งขัน เขาจะต้องมาลงแข่งในประเภทนี้ เนื่องจากว่าอยู่ชั้น ม.5
ซึ่งไม่สามารถแข่งประเภท Client ได้ ก็เลยขอลงเป็นเพื่อน เพื่อที่จะได้ช่วยกันติว ทำให้ผมแทบว่า
ทำไม่ค่อยได้ถึงไม่ได้เลย ในการแข่งขันครั้งนี้ ก็เลยนึกไปถึงการแข่งขันลินุกซ์ครั้งแรกของผม
ในปี 2007 ที่ผมเองก็ไปลองข้อสอบในรอบ Client เหมือนกัน (อารมณ์เดียวกันเลย คือบางเรื่อง
เราก็ไม่รู้จริงๆ)

รูปภาพผมตอนแข่งคุณสมบัติครับ (กดตอบได้คนแรกเฉย T-T) ขอบคุณรูปภาพจาก @mrchoke ครับ
รูปภาพผมตอนแข่งคุณสมบัติครับ (กดตอบได้คนแรกเฉย T-T) ขอบคุณรูปภาพจาก @mrchoke ครับ

ในการแข่งขันมีทั้งหมด 3 ยกครับ ยกแรกเป็นการแข่งขันทายคุณสมบัติ ของโปรแกรม/บริการ
ต่างๆที่อยู่ใน Linux SIS โดยจะให้นักเรียนแย่งกันกดปุ่ม เพื่อมีสิทธิ์ในการไปขอเลือกข้อเพื่อเปิด
ดูคุณสมบัติ (เหมือนรายการแฟนพันธ์แท้เลย) ถ้าตอบได้ จะได้ 5 4 3 2 คะแนนตามลำดับ (ถ้า
เป็นคนแรก เปิดคนแรกตอบได้เลย ได้ 5 คะแนนครับ) ตอบผิด -2 ไม่ตอบ -1 ครับ เรียกได้ว่า
เป็นสีสันของปีนี้ เพราะเป็นปีแรก ทำฮาเหมือนกันครับ บางคุณสมบัติที่ไม่ช่วยอะไรก็มี มาแบบฮาๆ
พวก เกี่ยวกับระบบเครือข่าย , มีไฟล์คอนฟิกอยู่ใน /etc ฯลฯ

dsc09124

ยกที่ 2 เป็นเรื่องของจิ๊กซอ ครับ ในการแข่งขันก็จะมีภาพข้างหลังเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมและ
บริการใน Linux SIS เช่นเดียวกัน

dsc09158-copy-2

และยกที่ 3 ยกสุดท้าย เป็นเรื่องของการตอบคำถามความรู้ทั่วไป 45 ข้อครับ จะเหมือนกับปีที่แล้ว
ที่มีให้กดปุ่มแย่งกันตอบ เมื่อเห็นคำถาม สัญญาณให้กดปุ่มพร้อม ก็เริ่มเลยครับ ตอบได้ก็ตอบเลย
ตอบไม่ได้ก็ต้องพึ่งเครื่องกันหน่อยล่ะครับ

dsc05404-medium

เรียกได้ว่าสนุกไม่แพ้การแข่งขันประเภทอื่นๆ จริงๆล่ะครับ ส่วนผมหลังจากแข่งเสร็จก็ทำหน้าที่
เป็นคนดำเนินรายการต่อ จริงๆแล้วผมไม่อยากเรียกมันเป็นรายการหรอก ผมเองอยากจะนำเสนอ
เนื้อหาที่มันดูแปลกใหม่มากกว่า ให้กับผู้อ่านบล็อกของผมครับ อยากจะให้คุณผู้ชมเห็นอะไร
มากกว่ารูปภาพ ดูเป็นวิดิโอมันซะเลย ซึ่งผมเองก็ใช้ความพยายามในการขอยืมกล้องวิดิโอของ
โรงเรียน มาถ่ายทำ สัมภาษณ์ ผลงานต่างๆ ตลอดระยะเวลา 3 วันนี้ครับ

ความตั้งใจของผมคือ ผมอยากสัมภาษณ์คนเก่งๆ ผลงานเด็ดๆ เจ๋งๆ ที่ได้รับรางวัล ผมเองก็ยินดี
และชื่นชมในความสามารถและความตั้งใจกับทุกคนนะครับ ทุกคนในเวทีนี้ถือว่าสุดยอดมาก
และผมเองก็อยากจะให้ผู้อ่านได้ฟัง ได้เห็นคนเก่งๆ เหมือนกับที่ผมเห็นด้วย อยากให้ได้ฟังแนวคิด
หรือแรงบันดาลใจ อะไรที่ทำให้เขาอยากคิดอยากจะสร้างสรรค์ผลงานจนกระทั่งได้รับรางวัล
ผมอยากให้ประสบการณ์พวกนี้ล่ะครับ เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อ่าน อยากแข่ง อยากคิด ส่งผลงาน
เข้ามาร่วมแข่งขัน หรือว่าสร้างสรรค์ชิ้นงานใหม่ๆ จากแรงบันดาลใจของผู้อ่านครับ

เช่นเดียวกันกับผมเองที่ก็มีแรงบันดาลใจจากผู้อ่าน ที่นำเสนอข้อคิดเห็นให้กับผมเรื่อยๆ เป็น
กำลังใจให้เรื่อยๆ ผมเองก็มีแรงที่อยากจะทำอะไรเพื่อผู้อ่าน ด้วยการนำเสนออะไรพิเศษๆ ซึ่งก็
อย่าลืมติดตามความตั้งใจชิ้นนี้ของผมด้วยแล้วกันครับ

dsc09251-copy

สุดท้าย Framekung.com ขอแสดงความดีใจกับผู้เข้าแข่งขันทุกท่าน ทุกรายการ ผู้ที่ได้รับรางวัล
ในแต่ละรายการ ถือว่าท่านสุดยอด และขอเป็นกำลังใจให้อย่าหยุดคิด ให้พัฒนาผลงานต่อๆไป
ขอเป็นกำลังใจให้ครับ

ปล. เพิ่งมีโอกาสได้ไป True Urban Park ครับ ที่ร้านเขาโอเคเลยนะ กว้างขวาง ตรงที่มัน
เหมือนจอ แต่มันก็ไม่ใช่จอ (ไม่รู้จะเรียกอะไร) ที่มันเป็นกระดาษพลิกเป็นข้อความนั่น ก็เจ๋งไอเดีย
สุดยอดเลย แต่สุดยอดกว่า ก็คงเป็น iPhone ล่ะ ก็ไปเดินเล่นไปเล่นมา 2-3 รอบ กิเลสพุ่งงง…

ได้เสื้อ Framekung.com แล้วคร้าบบ

สวัสดีครับผู้อ่านทุกท่าน ช่วงนี้ผมก็แทบไม่ได้พักผ่อนเลยครับ อย่างที่บอกไปตอนที่แล้ว
และช่วงนี้เรียกได้ว่างานเข้า พอสมควรครับ มีหลายงานที่รายล้อมมาในช่วงๆนี้ แต่ก็ต้องทำครับ

เรื่องแรกก็คือ ผมสั่งทำเสื้อ Framekung.com ไว้ครับ พอดีเพื่อนผมเขารับตัดเสื้อ ก็เลยไปจ้าง
ร้านเพื่อนนี่ล่ะทำ ส่งแบบไป จริงๆก็จะเสร็จเร็วกว่านี้ล่ะครับ แต่ผมไม่ได้ให้รายละเอียดเพื่อนไป
ช่วงที่ไปเกาหลี ก็เลยทำให้เรื่องนี้หยุดไปสักพักครับ และผลก็คือ …

เสร็จแล้ว

framekung.com

dsc09091

dsc09090

อ้อ ผมทำมา 17 ตัวครับ ตอนนี้แจกไปแล้ว 2

เสื้อก็ทำมาเพื่อแจกสำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมกับเว็บไซต์ครับ ก็คงมีรายละเอียดเรื่อยๆ ให้ร่วมสนุก
อย่าลืมติดตามครับ

วันพรุ่งนี้ผมต้องเดินทางไปที่รอยัล พารากอน ฮอลล์ , สยามพารากอน ครับ เพื่อไปแข่งขัน
ในงาน Thailand ICT Contest Festival 2009 ครับ ผมไปแข่ง NLC ครับ หรือการแข่งขัน
ระบบปฏิบัติการลินุกซ์แห่งประเทศไทย รอบนี้เป็นรอบชิงชนะเลิศ​ 10 คนสุดท้ายแล้วครับ
ในเวลานี้ จะเข้ารอบไม่เข้ารอบ ไม่คิดอะไรมาก เพราะเวลาที่ทำกิจกรรมของผมน้อยนิดครับ
แต่ก็พยายามสุดๆ

พรุ่งนี้และเมื่อรืน ก็ตั้งใจว่าจะไปถ่ายบรรยากาศมาฝากคุณผู้ชมด้วยครับ เพราะงานนี้ผมเสียดาย
เป็นงานที่รวบรวมผลงานที่ผ่านเข้าขั้น ถึงระดับประเทศ ดังนั้น ผลงานแต่ละชิ้นต้องสุดยอด
และผมก็การันตี เพราะตลอดระยะเวลาที่ผมเข้าชมงานนี้ 2 ปีที่ผ่านมา ก็เจ๋งๆทั้งนั้นครับ

เอาเป็นว่า เป็นกำลังใจช่วยผมและฝากติดตามผลงานการถ่ายทำในครั้งนี้ด้วยครับ

แล้วเจอกัน 🙂

ยังไม่หายไปไหน แค่งานเยอะเฉยๆ

สวัสดีครับคุณผู้อ่านทุกท่าน

ผมเองก็ต้องยอมรับครับว่า ช่วงนี้งานเยอะขนาดไม่มีเวลาให้กับบล็อกเลยครับ อาทิตย์ก่อนนี่ก็
เพิ่งเสร็จจากค่ายลูกเสือมา ขอบอกตรงๆครับว่า เหนื่อยมาก ไปค่ายวันแรก รู้สึกเหงามาก
เพราะยังไม่ได้คุยกับแม่สักเท่าไร เนื่องจากว่าผมเองก็เพิ่งกลับจากเกาหลีมา (แนะนำให้เปิดเพลง
ข้างล่างประกอบ อารมณ์เดียวกัน)

เชื่อไหมครับว่า ยิ่งมืดเท่าไร มันก็ยิ่งเหงา คุยกับเพื่อนมันก็แก้เหงาอะไรผมไม่ได้เลย
ผมไม่เคยรู้สึกอย่างนี้นะ จริงๆแล้วก็ไม่ใช่เป็นคนขี้แย อยากอยู่แต่กับบ้าน ร้องหาแม่เลย
แต่ความรู้สึกมันเหงา มันอ้างว้างไงไม่รู้ครับ คิดถึงบ้าน คิดถึงเกาหลี (อารมณ์ค้างอยู่เลยตอนนั้น)
คิดถึงเพื่อนๆใน Twitter (บ้าเข้าไปใหญ่) ความรู้สึกมันค่อยๆบีบเข้ามาเรื่อยๆ ผมก็อดทนมาได้
ถึงวันสุดท้ายของค่ายล่ะครับ

พอมาอาทิตย์นี้ ค่อยดีใจหน่อย มีเวลาว่างกับเขาบ้าง แต่ก็นะครับ งานมันก็ยังคงรายล้อมเข้ามา
มีอะไรให้ทำอีกเยอะ ชอบคำนี้มากครับ “เพราะชีวิตคือการเดินทางโดยตลอด” ต้องขอบคุณพี่
เม่น
มาก ที่ทำให้รู้จักคำนี้ และได้หยิบยกขึ้นมาใช้ ผมเข้าใจว่ามันคือการเดินทางนี่ล่ะ ทำให้ผม
ยอมทุ่มเท ทำมันไปเพราะทุกๆสิ่งก็คืออะไรที่เราก็ต้องเผชิญมันอยู่แล้ว การที่ไม่เผชิญคือการ
หลีกเลี่ยงมัน และก็เชื่อว่าหลีกเลี่ยงได้ไม่นาน

เสาร์ก่อนจริงๆแล้ว ผมต้องเข้าไปแข่ง Robocode ที่ ม.เกษตรศาสตร์ครับ ผมก็เพิ่งรู้ว่าตัวเอง
เข้ารอบ คือเรื่องมันเป็นอย่างนี้ครับ ผมเองก็ตั้งใจจะแข่งแต่ไหนแต่ไรแล้ว มาดูเวลา ช่วงที่แข่ง
เป็นช่วงที่ไปเกาหลี ผมก็ตั้งปณิธานไว้ครับว่า ผมจะต้องเขียนโค้ดให้ทัน แล้วฝากน้องอัพโหลด
โค้ดให้

ตอนสมัครมันก็มีให้เราทดสอบหุ่นยนต์ โดยการทดลองอัพโหลดขึ้นไปครับ เมื่อเราอัพโหลดขึ้นไป
ได้แล้ว ก็คือผ่านครับ

หลังจากนั้น ผมก็ลืมเรื่องโค้ด และไปสนุกที่เกาหลีให้เต็มที่ เสียดายเหมือนกันครับ

กลับมา เพิ่งทราบว่า มันเลื่อนกำหนดส่งโค้ด แต่ก็นะ มารู้ในวันที่เขาหมดเขตส่งคืนนั้น ผมก็
ไม่ไหวหรอกครับ วันนั้นก็เหนื่อยอีกวัน

จนมารู้ก่อนที่จะแข่งรอบชิง 2-3 วันจาก นัทตี้ @tanaster ที่ถามผมเกี่ยวกับเรื่องแข่งนี่ล่ะ
ว่า ผมจะไปแข่งไหม ? Robocode อะ

ผมก็งงล่ะสิครับ จะไปแข่งได้ไง ตัวไปเกาหลี โค้ดก็ไม่ได้ส่ง

นัทตี้ก็เลยส่งลิงก์มาบอกว่า เนี่ย ผมก็เข้ารอบ

ผมก็ตกใจครับ จะบ้าเหรอ ติดได้ยังไง โค้ดไม่ได้ส่งเนี่ย มาดูที่โค้ด มันเป็นโค้ดที่เราทดลองส่งไปครับ
แล้วที่น่าสนใจคือ มันเป็นโค้ดที่เบสิกที่มันสร้างให้ตอนที่เราเปิดโปรแกรม คือ

เดินหน้า – ถอยหลัง – หมุนเรดาร์ สแกนเจอหุ่นยนต์ให้ยิง !!

โอ้วว เบสิกก เบสิกมากๆ

ก็ยังหลงเข้าไปในรอบชิงชนะเลิศ 50 คนสุดท้ายครับ

นี่ล่ะครับความฟลุคของผม และปีนี้ก็พลาดอีกล่ะครับที่ผมไม่ได้เข้าไปแข่งรอบชิง เนื่องจากว่า
ความพร้อมผมไม่มีเลยครับ ไม่ได้เตรียมตัวอะไร บวกกับ ที่นั่นค่อนข้างประสานงานแย่กว่าปีที่
แล้ว มันก็หมดกำลังใจที่จะไปแล้วครับ

วันนี้มีเวลาเขียนบล็อกสั้นๆ ข้อความข้างบนอาจจะไม่ให้อะไรกับผู้อ่านเลยแม้แต่น้อย
แต่ตั้งใจจะมาบอกว่า ยังมีเร่ืองสนุกๆให้เล่าอีกเยอะครับ ขอเวลาให้ผมพักเหนื่อยก่อนแล้วกัน 🙂

แล้วเจอกันครับ !!

Twitter addiction

ผมอยากเขียนเรื่องนี้มานานแล้วครับ เอาแบบจากประสบการณ์ตัวเองก่อน ว่าเราเคยใช้ Twitter
ไปทำอะไรในสมัยเริ่มเล่นแรกๆ และทำไมผมถึงติดมัน เหมือนมันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
ทำไมต้องให้ความสำคัญ อันนี้ล่ะ เป็นสิ่งที่ผมอยากนั่งทวนและกลับมาเล่าครับ

จุดเริ่มต้น

barcampbangkok

ผมรู้จักคำว่า “Twitter” ช่วงๆงาน Barcamp Bangkok (วันที่ 26 มกราคม 2550) มี section
นึงที่พี่ @sugree พูดถึง Twitter ชื่อเรื่องก็คือ “Twitter Rules!” ผมก็เข้าไปฟังด้วยครับ แต่
ก็ฟังได้นิดเดียว เพราะตอนนั้นมันมีหลายเรื่องน่าสนใจครับ แน่นอนผมก็เลยไม่เข้าใจ แต่ผม
ก็มาลองเล่นๆเองดู ข้างล่างเป็นสไลด์ที่พี่ @sugree พูดถึงวันนั้นครับ

Tweet แรก หรือ ข้อความที่ผมคุยใน Twitter เป็นข้อความแรก คือข้อความนี้ครับ
"I'm surfing the internet" คือ Tweet แรกของผมครับ
"I'm surfing the internet" คือ Tweet แรกของผมครับ

ผมก็รู้สึกว่ามันเป็นเหมือนส่วนหนึ่งในชีวิตของผมในตอนนี้นะ แต่ก่อนเหมือนโลกมันยังดูแคบๆ
ยังดูเหมือนถ้าจะคุยก็ต้องมี contact เขา ถึงจะติดต่อไปได้ อยากจะคุยก็ต้อง chat แต่ Twitter
มันเปลี่ยนมุมมองผมไป ผมอยากจะติดต่อใครก็ได้ !

สิ่งหนึ่งที่คิดเสมอๆ คือ มันเปลี่ยนวิธีการดำเนินชีวิตของตัวเองไปบ้างล่ะ มันเหมือนกับช่องทางหนึ่ง
ที่คอยรับฟังเราเสมอๆ เรามีปัญหาอะไรเราก็เข้าไประบาย คนที่เห็นความคิดเห็นของเราก็อาจจะ
ช่วยเหลือเราได้บ้าง หรือเราทำอะไรลงไป หากมีคนเห็นด้วย หรือไม่สนับสนุน
ก็จะมีแรงหนึ่งล่ะที่บอก เพราะชีวิตผมยังคงต้องเจออะไรอีกเยอะ

มีหลายๆครั้ง ที่ Twitter เป็นแรงบันดาลใจที่อยากจะให้ทำอะไรต่อไป ผมเก็บทุกคำชื่นชมที่ได้รับไว้
และก็เปิดมาดูเสมอๆ รู้สึกดีทุกครั้ง มันเหมือนกับมีกองเชียร์ มีคนดูเราอยู่ พอนึกหรือเชื่อเช่นนั้นแล้ว
มันก็ทำให้เรามีความรู้สึกขยันแบบแปลกๆ มีแรงขึ้นมาเขียนเรื่อง เขียนอะไรในบล็อกได้ทั้งคืน
เหมือนมันหาแรงบันดาลใจให้กับตัวเองได้แล้ว

อีกเรื่องคือ เพื่อน และกลุ่มสังคมที่ได้รู้จัก ผมยอมรับว่า รู้จักคนอีกมากมายจริงๆ ถึงแม้จะไม่เคย
เห็นหน้ากัน ไม่เคยได้แลก contact กัน แต่ Twitter มันเป็นการสร้างกลุ่มสังคมแบบ ถ้าเพื่อนรู้จัก
คนนี้ ก็ต้องน่าจะรู้จักคนนี้ด้วย ถึงจะคุยกันเข้าใจ จนเป็นที่มา ของการสร้างกลุ่มสังคมที่
ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และรู้จักกันได้ไม่ยาก เพื่อนของผม เลยมีหลากหลายวัย หลากหลายความถนัด
หลากหลายจังหวัดและอีกหลายๆสิ่งที่อยากจะให้หลากหลาย

วันนี้ต้องขอบคุณ Twitter จริงๆ ครับ สำหรับ 1 ปี Twitter ของผม

Asia-Pacific Robofest Camp 2009 : ตอนที่ 5

วันสุดท้ายแล้วครับ ผมตื่นเช้าเป็นพิเศษกันโดนบ่นครับ เพราะหลายๆวันก่อนพวกเรามักจะตื่นสายกันมาก จนเป็นที่โดนบ่นครับ (เลยจะทำตัวเป็นตัวอย่างน้องว่างั้น) เพราะเมื่อคืนพวกผมสามารถเล่นอินเทอร์เน็ตได้ จาก access point ของโรงแรมครับ โชคดีมากๆ เลยอาจจะเห็น tweet แรกของผมที่เกาหลีจากที่นี่แหละ

ทานอาหารเช้าที่โรงแรมครับ
ทานอาหารเช้าที่โรงแรมครับ

เช้านี้ไปเที่ยวที่พระราชวังเคียงบ๊อก (Gyeongbokgung Palace) ซึ่งเป็นหนึ่งในพระราชวังของที่เกาหลี เนื่องจากประเทศเกาหลีเคยมีการปกครองแบบระบบกษัตริย์ แต่ก็ต้องมาล่มสลายเพราะสงครามของญี่ปุ่น (อ่านเพิ่มเติมได้ใน ราชวงศ์โซซอน (ลี))

img_4355

img_4364

ที่นี่ คุณกาญจนา เล่าให้ฟังว่าเป็นที่ประทับของกษัตริย์ในสมัยก่อน รวมถึงขุนนางต่างๆด้วยลายผนังก็มีส่วนเช่นกันหากเป็นกษัตริย์จะเป็นลายมังกร หากไม่มีก็จะเป็นที่ประทับของขุนนางไปสถานที่นี้ถูกสร้างขึ้นใหม่ เนื่องจากไม่มีสิ่งก็สร้างใดหลงเหลืออยู่หลังจากสงคราม เพียงแต่ยึดตำแหน่งที่ตั้งเดิม ตามประวัติศาสตร์

เดินเข้ามาเรื่อยๆ ก็จะเจอกับอาคารหลักที่เขาเรียกว่า Geunjeongjeon ซึ่งผมก็อ่านไม่ออกเหมือนกันครับ เป็นสถานที่ประทับของกษัตริย์และอื่นๆ ที่พูดง่ายๆว่าชั้นสูง จะประทับที่นี่ครับ

dsc04252

dsc04253

การรักษาความปลอดภัยครับ สังเกตว่ามีเซ็นเซอร์ตรวจจับคนละมั้ง มีกล้องด้วย
การรักษาความปลอดภัยครับ สังเกตว่ามีเซ็นเซอร์ตรวจจับคนละมั้ง มีกล้องด้วย

ลักษณะบริเวณรอบๆ ประสาทก็จะมีเป็นหลายๆอาคาร ตามที่เห็นในภาพนี้ล่ะครับ

dsc04275

ภูมิปัญญาของคนสมัยก่อน ที่คุณกาญจนาบอกว่า คนเกาหลีเขาภูมิใจมากๆ คือการทำพื้นระบายความเย็นครับ ในสมัยก่อนอากาศหนาวเย็นมากๆ ก็ต้องมีการระบายความเย็น โดยการทำช่องไปยังบริเวณพื้นแล้วก่อไฟเอาครับ เพื่อให้พื้นนั้นอุ่นลง ในปัจจุบันก็มีการนำมาดัดแปลงให้ใช้ได้กับพื้นที่อาศัยปัจจุบัน คือการเดินรางน้ำอุ่นใต้อาคารแทบทุกอาคารครับ

ช่องสำหรับระบายความเย็น โดยการก่อไฟเข้าไปในนี้
ช่องสำหรับระบายความเย็น โดยการก่อไฟเข้าไปในนี้

ก่อนที่ผมจะเจอกับสถานที่ ที่รายล้อมไปด้วยหิมะครับ ซึ่งแน่นอนว่า เดิมที่นี่ต้องเป็นน้ำรายล้อมอาคารนี้ ซึ่งอาคารนี้เรียกว่า Gyeonghoeru ซึ่งเป็นเหมือนกับท้องพระโรง ซึ่งเป็นสถานที่ที่ใช้ในการประกอบงานพิธีรื่นเริง ตัวอาคารก็จะเป็นสองชั้น อย่างที่เห็นนี่ล่ะครับ ล้อมไปด้วยน้ำในปี 1592 ที่ถูกญี่ปุ่นรุกรานจากสงคราม และทำลายอาคารต่างๆ สถานที่นี้เป็นสถานที่เดียวที่ยังคงเหลือชิ้นส่วนอยู่บ้าง และหลังจากนั้นก็ได้สถาปนาขึ้นใหม่

img_4380

img_4384

ในนี้มีพิพิธภัณฑ์ด้วยครับ ซึ่งจริงๆแล้วผมอยากอยู่ตรงนี้นานๆ อยากรู้วัฒนธรรมของที่นี่เยอะๆแต่เนื่องจากเวลาจำกัด ผมดูได้แค่บางส่วนครับ แต่น่าสนใจ ตั้งแต่ยุคเริ่มต้น การกินอยู่คนที่นี่มีถิ่นฐานมาจากไหน ทำนองนี้ครับ

dsc04305

dsc04304

dsc04288

บอกได้คำเดียวว่า ไม่ผิดหวังครับ แนะนำวิธีการเที่ยวคือ ในส่วนของอาคารต่างๆ ให้รีบเดินชมถ่ายรูปให้เรียบร้อยครับ แล้วไปในส่วนที่เป็นพิพิธภัณฑ์ สำหรับผู้ที่สนใจนะครับ น่าศึกษาจริงๆ

จบแล้วครับ สำหรับการท่องเที่ยวที่พระราชวังเคียงบ๊อก สำหรับใครที่มองหา Currency Exchange ก็สามารถหาได้ที่นี่ครับ มีบริการให้ด้านหน้าทางเข้าครับ

จากนั้นเราไปต่อกันที่ถนน Insadong ครับ ซึ่งเป็นถนนที่มีการแสดงงานศิลปะ จำหน่ายสินค้าที่เป็นของที่ระลึก อาหารต่างๆ ก็มีขายที่นี่ครับ

dsc04325

ของที่ระลึกก็จะคล้ายๆกับเมื่อวานครับ แต่อาจจะมีให้เลือกเยอะกว่า หลายร้านกว่า เช่นตุ๊กตามีด ดาบไม้ , หน้ากาก ฯลฯ

img_4472

img_4466

ที่นี่จึงเป็นสถานที่แนะนำในการหาเลือกซื้อของฝาก ที่เป็นของที่ระลึกสำหรับผมนะ แนะนำๆ

ไม่พลาดร้านขายปลาหมึกยักษ์อีกแล้วครับ คราวนี้หมดไป ₩ 7,000
ไม่พลาดร้านขายปลาหมึกยักษ์อีกแล้วครับ คราวนี้หมดไป ₩ 7,000

ใกล้ถึงเวลาแล้วครับ แต่ก็ยังมีเวลาพอที่น่าจะไปเดินห้างใกล้ๆกับสนามบิน ซึ่งนั่นก็คือ ห้าง Lotte Mart ครับ ซึ่งก็จะคล้ายๆกับ I’ PARK ที่ไปมาเมื่อวานครับ

shopping กันให้กระจายครับ ของฝากที่เป็นของกิน อาหารแห้ง ซื้อที่นี่เลยครับ
shopping กันให้กระจายครับ ของฝากที่เป็นของกิน อาหารแห้ง ซื้อที่นี่เลยครับ

พูดถึงอีกเรื่องคือเรื่อง ถุง ครับ ที่นี่มีการประหยัดในการใช้ทรัพยากร ซื้อของบางที่ เขาจะไม่ให้ถุงมาครับ หรือถ้าต้องการก็ซื้อที่เคาท์เตอร์ เขาจะถามคุณว่า ต้องการถุงไหม (ประมาณนี้ จริงๆแล้วมันจะพูดเกาหลีมา เราก็ต้องเข้าใจภาษามือหน่อย) ถ้าต้องการเขาก็คิดไป รู้สึกจะ ₩ 50

ชั้นบนของ Lotte Mart ก็จะมีร้านอาหาร กับร้านขายเสื้อผ้า รองเท้า เครื่ิองหนังต่างๆก็มีครับมีร้านล้างรูปที่นี่ แต่ที่เด็ดกว่าร้านล้างรูปคือ ตู้ล้างรูป ที่มีให้บริการ

dsc04336

ราคาก็แล้วแต่รูปแบบและขนาดของภาพ ซึ่งไปเลือกเอาได้ตอนที่เราเข้าทำรายการอยู่ครับเมื่อเลือกเสร็จแล้ว ถาดที่ให้ใส่ Memory stick มันก็จะออกมา

แต่ผมเนี่ย ไม่เข้าใจหรอกครับ มันเป็นภาษาเกาหลี ผมก็ไปแงะ และแอบใส่ แถมใส่ก็ไม่ได้เสียบAdapter ก่อน มันเลยคาไว้อยู่อย่างงั้นครับ (โชคไม่เข้าข้างผมเลย)

ผมเลยไปปรึกษากับคุณ Steve ซึ่งเขาเป็นคนที่ติดต่อเกี่ยวกับเรื่องการจัดการค่ายให้กับเราทั้งหมด เขากินข้าวอยู่บริเวณนั้นครับ เขาติดต่อพนักงานให้ผม สุดท้ายก็เอาออกมาได้อย่างหวุดหวิดครับ เหนื่อยจริงๆ – – ”

ผมเองก็กลัวน้อยหน้าครับ เลยไปซื้ออะไรติดไม้ติดมือในชั้นล่างบ้าง ก็ไปสะดุดช็อคโกแลตที่ราคาไม่แพง sale อยู่ข้างล่างครับ ไปเจอพวกผักที่เราชอบกิน ที่มันเป็นพืชคล้ายสาหร่าย นั่นก็หยิบมาอันนึงครับ กะว่าจะเอาไปลวกกินกับข้าวหอมมะลิไทยซะหน่อย ซื้อสตรอเบอรี่ที่มันผลโตเอามากๆครับ มาแพ็คนึง นี่คือของส่วนตัวของผมครับ ทั้งหมด หมดไป ₩ 7,000 กว่า

dsc08705

สำหรับคนที่ซื้อมาก เขาจะมีบริการลังกระดาษ ให้เราเอามาแพ็คครับ สำหรับคนที่ต้องการซื้อไปฝากคนที่บ้าน ก็สามารถมาแพ็คของที่นี่ เพื่อโหลดไปใต้ท้องเครื่องบินได้ครับ (ไม่เสียค่าบริการ)

dsc08703

dsc08704

เวลาใกล้เข้ามาเรื่อยๆครับ รุ่นน้องผมยังซื้อของกันไม่เสร็จ บางคนเงินเหลือกันเป็นแสนวอนก็เลยใช้เวลากันนานหน่อย ผมเลยมาช่วยน้องเขาแพ็คของครับ น้องบางคนก็ซื้อผักกาดกลับบ้าน ผมก็ขำไปพักนึงเลยล่ะว่า “นึกไม่ออกแล้วหรือไง ว่าจะซื้ออะไรเนี่ย” แต่มันใหญ่มากครับ ถามเหตุผลน้องเขา น้องเขาก็บอกว่า มันใหญ่ดี แปลก ไม่เคยเห็นในบ้านเรา ราคาไม่แพงถ้าจำไม่ผิดก็ ₩ 700

จากนั้นผมก็เดินทางไปยังสนามบินอินชอน ซึ่งใช้เวลาไม่นานมากจากที่นี่ครับ (ประมาณ 10 นาที)

แต่โชคไม่เข้าข้างผมครับ เหมือนผมลืมอะไรไปบางอย่าง

ผมลืมถุงของของผม ไว้ที่ Lotte ครับ !!

และไม่ใช่อะไรครับ ก่อนหน้าที่จะออกมา รุ่นน้องผมฝากกระเป๋าสตางค์กับเข็มขัด ไว้ในถุงนั้นซึ่งมันราคาประมาณ ₩ 50,000

ไม่อยากจะคิดครับ ผมเองกลุ้มใจมากๆ รวมถึงน้องเขาก็หน้าเสียไปเลยครับ รู้สึกเสียใจมากเมื่อถึงสนามบินแล้ว มาเช็คกล่องที่แพ็คไปก็ไม่เห็น ถือว่าผมดวงไม่ดีล่ะครับ

ข้าวของในนั้นตีเป็นเงินก็ประมาณ ₩ 56,000 ครับ ผมเองก็ต้องจ่ายเงินค่าเสียหายไปให้น้องเขาล่ะ ถือเป็นบทเรียนราคาห้าหมื่นวอน ที่ผมเองจะไม่มีวันลืมไม่ว่าจะไปที่ไหนจริงๆ

แต่มันรู้สึกสังหรณ์ๆ เพราะว่าตอนที่เราเข้าไปซื้อของในนั้น ทำไมมีความรู้สึกเหมือนไม่มีอะไรน่าซื้อผมหยิบสาหร่ายแล้วก็วางแล้ววางอีก ไม่เอาสักที รวมไปถึง ทำไมผมต้องถ่ายรูปถุงตัวเองที่เป็นถุงที่ลืมมาจากที่นั่นด้วย น่าคิดครับ

เอาเป็นว่าลืมเรื่องนั้นไปก่อนครับ ไม่งั้นคุณผู้อ่านจะไม่ได้เข้าสนามบินกับผมซักที

ถึงแล้วครับ สนามบินอินชอน
ถึงแล้วครับ สนามบินอินชอน

ก่อนที่จะไปผมเองก็ต้องขอถ่ายรูปร่วมกับคุณกาญจนาด้วยครับ ขอชื่นชมว่าเป็นไกด์ที่เก่งจริงๆ
คนหนึ่งเลยล่ะ เท่าที่ทราบก็คือ คุณกาญจนาเป็นคนไทยที่อาศัยที่เกาหลีครับ

dsc08710

หลังจากนั้นผมก็ผ่านเข้ามาจนถึงที่รอเที่ยวบินแล้วครับ เที่ยวบินกลับก็คือ KE651 ซึ่ง Boarding
เวลา 17.05 น. ครับ เมื่อเข้ามาในส่วนของสนามบินแล้วหากจะซื้อของที่นี่ ยากหน่อยนะครับ
สำหรับใครที่ยังไม่ได้แลกเงินจากวอน เป็น ดอลล่าร์ เพราะที่นี่จะใช้ดอลล่าร์ส่วนมากครับ ส่วน
น้อยที่รับเงินวอนด้วย เขาจะคิดอีกอัตรานึง

บ๊าย บาย เกาหลี !! คิดถึงจริงๆ
บ๊าย บาย เกาหลี !! คิดถึงจริงๆ

dsc08723

dsc08720

ปิดท้ายด้วย อาหารบนเครื่องบิน ครับ 🙂 เป็นข้าวกับไก่ ของหวานมันเป็นเหมือนเต้าหู้มั้งแล้วกินกับซอส เลี่ยนมากๆ >,<

dsc08724

dsc08730

ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพครับ ใช้เวลา 5 ชม. จากนี้แล้วเวลาบ้านเราช้ากว่าเขา2 ชั่วโมง เลยถึงประมาณ 4 ทุ่มครับ อุณหภูมิที่สนามบินสุวรรณภูมิประมาณ 25 องศา เรียกได้ว่าที่ใส่ๆมากันเต็มยศ ก็ต้องปลดอะไรออกบ้างล่ะครับ

ถือเป็นประสบการณ์ชั้นเยี่ยมของผมในชีวิตเลยทีเดียวล่ะ สำหรับการไปต่างประเทศครั้งแรกในชีวิตของผม และการไปครั้งแรกก็เจออะไรพิเศษๆ เช่นอากาศหนาวเป็นพิเศษ การแลกเงินที่ผมก็ไม่เคยมีแบงค์ดอลล่าร์ หรือแบงค์วอน ติดกระเป๋าเหมือนเพื่อนๆที่เขาไปกันมาก่อนแล้วครั้งนี้จึงเป็นอะไรที่ “เล่าได้” ของผม อยู่หลายตอนเลยล่ะครับ

ถ้ามีโอกาสก็จะกลับมาอีก ที่นี่เป็นเมืองที่น่าอยู่ อากาศดี (ถ้าแต่งกายดี) ก็ต้องขอขอบคุณโอกาสในครั้งนี้ของผมด้วยครับ และขอบคุณผู้อ่านที่ติดตามเรื่องนี้จนจบทั้ง 5 ตอนด้วยกัน ผมเองก็พยายามนำเสนอเนื้อหากับประสบการณ์ครั้งแรกเต็มที่ ^^

และแน่นอน !!

dsc08787

ผมไม่ได้ไปตัวเปล่ากลับมาครับ นึกถึงผู้อ่านบล็อกของผมเสมอ 🙂
ผมมีของที่ระลึกจากเกาหลีมาแจกคุณผู้อ่าน เป็นพวงกุญแจ , ที่ห้อยโทรศัพท์ และที่คั่นหนังสือ
ซึ่งผมจะเลือกให้ (หรือให้ท่านเลือก – – ”) อย่างใดอย่างหนึ่ง ส่งถึงบ้านครับ !!

dsc087811

dsc08783

dsc08785

เพียงกรอกแบบประเมินเว็บไซต์ Framekung.com ให้ครบถ้วน เด็ดโดนใจ รับไปเลยครับ ผมมีทั้งหมด 5 รางวัลครับ (ให้มากไปกลัวได้ทุกคนครับ ยิ่งแต่คนอ่านเว็บน้อยๆ (ฮา))

คลิกที่นี่

ร่วมสนุกกันเยอะๆนะครับ

เฮ้อ จบแล้ว … จะไปหาอะไรมาบล็อกต่อดีล่ะเนี่ย (แอบหมดมุก)

ดูทุกตอนของ Asia-Pacific Robofest Camp 2009

Asia-Pacific Robofest Camp 2009 : ตอนที่ 4

และแล้ว วันนี้ก็คือวันสุดท้ายที่เราจะเตรียมตัวเก็บกระเป๋า และออกเดินทางจากมหาวิทยาลัย Hanyang แล้วครับ กำหนดการในส่วนของค่ายจบลงเพียงเท่านี้ แต่ว่าในกำหนดการของเราที่มากับโรงเรียนอื่นๆ ด้วยกัน จึงมีโปรแกรมท่องเที่ยวที่เกาหลีนี้ต่อด้วยครับ

ในที่ประชุมวันนี้ก็มีการประกาศผลรางวัล ถ่ายรูปที่ระลึก และมีการแสดงหุ่นยนต์

img_4273

img_4181

ความประทับใจเหล่านี้ พวกเราจะไม่ลืมเลย
ความประทับใจเหล่านี้ พวกเราจะไม่ลืมเลย ^^

หลังจากนี้ เราก็เดินทางต่อด้วยรถบัสครับ โดยมีไกด์อย่าง คุณกาญจนา อย่างที่ผมกล่าวไปในตอนต้นครับ คอยแนะนำเส้นทาง แนะนำทุกๆอย่างที่เกี่ยวกับเกาหลี

dsc04159

สถานที่ที่เราจะไปต่อจากนี้ เราจะไปดูวัฒนธรรมและชีวิตความเป็นอยู่ของคนเกาหลีในสมัยก่อนครับ ที่นี่เป็นหมู่บ้าน เรามุ่งหน้ากันไปที่ Korean Folk Village ครับ ซึ่งจะตั้งอยู่ที่ Yongin ซึ่งอยู่ห่างจาก Seoul ประมาณ 40 กิโลเมตร ครับ

korean-folk-village

เข้ามาข้างในก็จะพบว่า มันกว้างมากๆครับ แต่เวลาอันน้อยนิดที่ผมจะได้เดินอยู่ในนี้ ทำให้ผมได้เห็นเพียงบางจุดเท่านั้นครับ จริงๆแล้วที่นี่จะมี workshop ให้ทำเยอะแยะเลยครับ มีลึกเข้าไปอีก ใครที่จะมาเที่ยว หาเวลามาเยอะๆนะครับ จะรู้ว่าคนสมัยก่อนเขาเจ๋งจริงๆ

ที่ผมถ่ายกับอาจารย์ ด้านหลังเป็นความเชื่อของคนเกาหลี เกี่ยวกับเครื่องลางปัดเป่าผีสางต่างๆ ถ้าเป็นบ้านเราก็จะคล้ายๆ ผีบ้านผีเรือน ครับ
ที่ ผมถ่ายกับอาจารย์ ด้านหลังเป็นความเชื่อของคนเกาหลี เกี่ยวกับเครื่องลางปัดเป่าผีสางต่างๆ ถ้าเป็นบ้านเราก็จะคล้ายๆ ผีบ้านผีเรือน ครับ

dsc07381

ถัดมาไปดูการแสดงกันครับ ที่ผมเห็นก็จะมีการแสดงที่เหมือนกับการแสดงวันสุดท้ายของค่ายที่ทีมประเทศเกาหลีมาแสดงครับ อีกโซนนึงก็จะเล่นกับพวกม้า ซึ่งน่าจะเป็นสัตว์พาหนะ ของคนในสมัยก่อน ครับ

dsc07371

dsc07374

เดินมากันเรื่อยๆ จะมีจุดหนึ่งที่ต้องข้ามสะพานไปครับ แต่ก่อนผมเชื่อว่า มันต้องมีน้ำพัดผ่านไหลเชี่ยว แต่ตอนนี้กลายแข็งกลายเป็นหิมะไปหมดแล้วครับ

dsc04185

แน่นอนครับว่าเมื่อมีหิมะ ก็ต้องมีอะไรให้น่าเล่นแบบนี้ …

dsc04187

เดี๋ยวผมจะมาอัพรูปภาพที่เหลือไว้ในช่วงท้ายแล้วกันครับ (ตอนนี้ Gallery ของผมมันเดี้ยงไปซะก่อน)

ตอนนี้ก็หมดเวลาของผมแล้วครับ ต้องเดินกลับไป แต่ระหว่างทางที่ข้ามสะพานนี้ หิมะนี่ขาวสวยมากๆครับ

dsc04190

เที่ยวกันเหนื่อยแล้ว มาหาอะไรอร่อยๆกินกันดีกว่าครับ สถานที่ต่อมาที่เราจะมุ่งหน้าไปเป็นร้านอาหาร ผมไม่แน่ใจชื่อร้านนะ แต่ที่นี่ก็เป็นแบบกินได้เรื่อยๆครับ ก็มีเตาเป็นแบบเตาแก๊สมีน้ำราดพอขลุกขลิก ทานควบคู่กับพวกกิมจิ แล้วก็พวกพืชชนิดหนึ่งคล้ายๆสาหร่ายครับ

dsc04194

dsc04193

ระหว่างนี้ คุณกาญจนา ก็เริ่มไปหาพวกของฝากที่เป็นของที่ระลึกจากร้านค้าข้างนอกมาประชาสัมพันธ์ให้ดูครับ ลักษณะเป็นยังไง ราคาเท่าไร ซื้อมากลดได้เท่าไร ทำนองนี้ครับ ก็เป็นจุดแรก ให้ผมได้เริ่มซื้อของฝาก ใช้แบงค์หมื่นซะที

ลักษณะของฝาก ก็จะเป็นเหมือนของที่ระลึกครับ เช่นพวงกุญแจ พวกที่คั่นหนังสือ ช้อน ตะเกียบชุดกาแฟ หน้ากาก ตุ๊กตา และอีกเยอะแยะครับ นี่คือตามร้านค้าที่อยู่หน้าร้านอาหาร เหมือนเป็นรถขายสินค้าครับ

หลังจากนั้นพวกเราก็เดินทางไปเป็นพระเอกหนังกันอีกแล้วครับ (ขอยืมมุกคุณกาญจนามาใช้) ชื่อว่า “วอนบิน” ไปจับจ่ายกันให้เงินวอน บินว่อนไปเลย ครับ (เก็ตมุกยัง ?!?)

I' PARK

เราไปกันที่ I’ PARK ครับ เผินๆก็คือห้างสรรพสินค้าครับ มีชั้นล่างที่เป็นเหมือนกับซุปเปอร์มาเก็ต หาสินค้าราคาไม่แพงได้ พวกของกินสาหร่าย ของฝาก เสื้อผ้า น่าจะซื้อที่นี่ได้ในราคาไม่แพง ผมเข้าไปแล้วก็ออกมาครับ

ผมอยากไปดูสินค้า IT ว่าที่นั่นเขาขายกันยังไง ราคาเท่าไร ก็เลยเดินมาอีกฝั่งครับ

ผลปรากฏว่าน้องๆ เขาได้ถอยเครื่องเล่นเพลงใหม่กันทั้งนั้นเลย น้องโอ๊ตที่พูดถึงเมื่อวานนี้ได้ iPod Shuffle 1 GB มา ราคา ₩ 53,000 (ประมาณ 1,330 บาท ที่นี่ขาย 2,290 บาท)คนขายเป็นคนจีนครับ เราก็เพิ่งมาทราบทีหลัง หลังจากตอนที่เขาเล่าให้ฟังว่า เขามาขายของที่นี่ เลยพูดได้หลายภาษา หนึ่งในนั้นก็คือ ภาษาจีน แล้วรุ่นน้องผมมีคนนึงที่พูดจีนได้คล่อปรื๋อเลยครับ (โง่พูดภาษาอังกฤษ เจรจากับมันตั้งนาน T-T)

พูดกันรู้เรื่องอยู่สองคน น้ำไหลไฟดับเลยครับ
พูดกันรู้เรื่องอยู่สองคน น้ำไหลไฟดับเลยครับ

ทุกคนได้ของติดไม้ติดมือกันหมดครัับ เหลือแต่ผมนี่ล่ะ ยังไม่อยากแบกอะไรไปมากกว่านี้จากนั้นผมก็เริ่มเดินทางกลับสถานที่พักครับ ซึ่งครั้งนี้เรามาพักกันเองที่ International Seoul Youth Hostel ซึ่งอยู่ใน Seoul ครับ

international seoul youth hostel

ข้อดีของสถานที่นี้ คือ อยู่ใกล้กับ เมียงดง (Myongdong) ซึ่งเป็นเหมือนกับตลาดกลางคืนครับ เดินไปใช้เวลาประมาณ 15 นาที หลังจากนั้นก็ไม่รอช้าครับ ผมและอาจารย์ ขอไปสัมผัสบรรยากาศไนท์พลาซ่า บ้านเขาหน่อยล่ะ

Myongdong

สิ่งของที่มีขายที่นี่ นอกจากจะมีพวกสินค้าแบรนด์ ที่มีเป็นร้านๆ อย่างเช่น E’ Tude ,Skin Food แล้ว ก็ยังมีพวกเสื้อผ้า อาหาร เครื่องใช้ต่างๆ เยอะแยะมากครับ เดินสนุกล่ะคุณกาญจนา ก็เล่าให้ฟังว่าที่เมียงดง มีร้านขายโดนัทที่มีชื่อเสียงที่นึงชื่อ Krispy Kreme ซึ่งที่เมียงดง เป็นสถานที่แรกในเกาหลีใต้ ที่ได้มาวางจำหน่าย

เป็นโดนัทที่ใช้เครื่องจักรทำครับ เข้าไปในร้านนี่ เห็นเป็นเครื่องจักรกำลังนำแป้งมาแล้วนำมาผ่านน้ำมัน ลอยไปเรื่อยๆ เคลือบน้ำตาล ผมเองก็ลองซื้อมาชิมครับ กล่องใหญ่มี 12 ชิ้น ครับ ราคา ₩ 10,000 ลองชิมดูก็ เนื้อนิ่มมากครับ หวาน ถูกใจ เลยซื้อกลับไปฝากที่บ้านอีกกล่องนึงครับ (ถ้าซื้อแบบแยกชิ้นก็มีนะครับ ราคา ₩ 1,100)

krispy kreme korea

แถวยาวมาก คนที่เข้าไปซื้อ แต่เขาทำเร็วครับ (เบลอไปนิด)
แถวยาวมาก คนที่เข้าไปซื้อ แต่เขาทำเร็วครับ (เบลอมาก)

ที่นี่จะค่อยๆเก็บของกันประมาณ 4 ทุ่มครับ ผมเองก็ได้ Krispy Kreme มาฝากที่บ้านล่ะคุณกาญจนาก็แนะนำว่า ถ้าจะซื้อกลับไปก็หิ้วขึ้นเครื่องบินได้เลยไม่มีปัญหาครับ ส่วนถ้าอยากจะกินที่บ้านก็อุ่นใช้เวลา 8 วินาที (ตามโฆษณา) หรือไม่ก็ทานเย็นๆก็ได้ครับ (ก็อร่อยไม่แพ้กัน)

กลับสู่ที่พักด้วยความเหน็ดเหนื่อย ตลอดทั้งวันครับ คิดทบทวนดูแล้วก็อยากอยู่ต่อไปอีกนานๆคืนนี้เป็นคืนสุดท้ายแล้วครับ ที่จะได้นอนที่นี่ สำหรับพรุ่งนี้ก็เที่ยวบิน KE651 สายการบิน Korean Air เวลา Boarding 17.05 น. ครับ

อย่าลืมติดตามตอนที่ 5 จะอวสานแล้วครับและพลาดไม่ได้ตอนหน้า มีของฝากถึงคุณผู้อ่านแน่นอนครับ จะเป็นอะไร
ติดตามกันดูนะครับ ^^

ดูทุกตอนของ Asia-Pacific Robofest Camp 2009

Asia-Pacific Robofest Camp 2009 : ตอนที่ 3

หลังจากตอนที่แล้ว ผมกำลังประกอบหุ่นยนต์เพื่อแข่งขันในประเภทใหม่ครับ รอบนี้ดูแล้วน่าสนุกครับ เพราะต้องอาศัยทั้งความคิด การออกแบบ จริงๆ เนื่องจากว่า ในกติกานั้น คือการสร้างหุ่นยนต์ ที่สามารถไปล้มธงของฝ่ายตรงข้ามให้ได้ ซึ่งธงจะมีทั้งหมด 2 แบบครับ คือ ธงที่อยู่บนพื้นกับธงที่อยู่บนฐาน ธงที่อยู่บนฐาน มันก็จะสูงขึ้นมาหน่อยครับ ต้องหาออกแบบให้มันไปผลักล้มหรือว่าไปเขี่ยมันตก จะยังไงก็ได้ครับ สังเกตได้จากรูปครับ

สนามที่ใช้ในการแข่งขันรอบนี้ครับ
สนามที่ใช้ในการแข่งขันรอบนี้ครับ

กำหนดการสำหรับวันนี้ จะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ ของกิจกรรม Asia-Pacific Robofest 2009 ซึ่งจะมีขึ้นในห้องประชุมครับ โดยมีอาจารย์ที่เกี่ยวข้องคณะต่างๆ ตัวแทนจากแต่ละประเทศ ขึ้นมามอบของที่ระลึกในกิจกรรมครั้งนี้ด้วยครับ

dsc07018

dsc07046

ที่ห้องประชุมนี้ขอบอกว่า บรรยากาศน่านอนสุดๆครับ เมื่อคืนเรานอนกันดึกพอสมควรเนื่องจากซักซ้อมการนำเสนอในวันนี้ที่จะมีการแข่งขันหุ่นยนต์ความคิดสร้างสรรค์ และพวกเราก็นั่งประกอบหุ่นยนต์กัน กว่าจะได้เป็นที่น่าพอใจผมก็ไปแอบหลับในห้องประชุมนั่นแหละครับเพราะที่นั่นฟังไม่ออกจริงๆ เขาใช้แต่ภาษาเกาหลีครับ

หลังจากนั้นเราก็ไปรับประทานอาหารกลางวันครับ

มื้อนี้เหมือนจะกินได้สุดละ มีเป็นเหมือนหมึก แล้วก็ลูกชิ้นมั้ง ถ้าจำไม่ผิด
มื้อนี้เหมือนจะกินได้สุดละ มีเป็นเหมือนหมึก แล้วก็ลูกชิ้นมั้ง ถ้าจำไม่ผิด

กลับมาต่อที่การแข่งขันครับ บรรยากาศตอนนี้คนก็ทยอยเข้ามาแข่งขันเรื่อยๆ เพราะมีหลายกิจกรรมที่ผมเองไม่ได้เข้าร่วมครับ พวกหุ่นยนต์อัตโนมัติก็มีครับ เขียนโปรแกรมแล้วให้มันเดินทางเอง หรือไม่ก็พวกหุ่นยนต์เก็บของที่เขาใช้แข่งกันแบบนานาชาติ อะไรพวกนั้นก็มีเช่นกันครับ (เห็นเด็กประมาณ ป.5-6 นี่ล่ะมั้ง เขียนโค้ด ตัวนิดเดียวเอง เดี๋ยวจะเอาวิดิโอมานำเสนอครับ)

ทีมเด็กน้อย จากเกาหลีครับ แต่ละคนประมาณ ป.5-6 เท่านั้นเอง
ทีมเด็กน้อย จากเกาหลีครับ แต่ละคนประมาณ ป.5-6 เท่านั้นเอง

ส่วนผมก็ปลีกตัวมาทางหุ่นยนต์พังธงอย่างเดียวครับ (ต่อไปนี้จะขอเรียกว่า หุ่นยนต์ต่อสู้ แล้วกัน) ครั้งแรกที่ผมทำไป หุ่นยนต์ค่อนข้างใหญ่มากครับ ประมาณว่ามัน 25 ซม. เป๊ะๆ แต่อาจารย์เขาแนะนำผมอยากให้ปรับใหม่ เพื่อไม่ให้เสี่ยงตอนแข่งขัน ก็เลยลดหุ่นมาได้เยอะเลยครับ

dsc07091

dsc07104

พร้อมแข่งแล้วครับ !!
พร้อมแข่งแล้วครับ !!

การแข่งขันก็ใช้รีโมทบังคับนี่ล่ะครับ ผมคู่กับน้องโอ๊ต เด็กม.1 ที่อยู่ในโครงการ English- Technology ของโรงเรียน (ทำไมสมัยเรามันไม่มีฟะ)

dsc07204

กติกาอีกสักครั้งหนึ่งครับ อย่างที่บอกไปข้างต้นคือ การทำลายธงของคู่ต่อสู้ให้ได้ครับ แต่หากทำลายหุ่นยนต์คู่ต่อสู้ ให้ออกไปจากสนามได้ (คล้ายๆซูโม่) นี่ก็จะได้คะแนนไปเลย 20 คะแนนซึ่งหากเราสามารถทำลายได้ 2 ตัว ก็จะชนะทันทีครับ

dsc07197

dsc07194

งานนี้อยู่ที่การออกแบบหุ่นยนต์ด้วยครับ หากหุ่นยนต์ไม่มีแรงพอในการจะดันคู่ต่อสู้ ก็อาจจะโดนฝ่ายตรงข้าม กวาดเราลงจากสนามได้อย่างสบายๆ รวมไปถึงทีมเวิร์กด้วยครับ ว่าจะบังคับกันยังไง ใครเป็นฝ่ายทำลายธง ใครเป็นฝ่ายไปจัดการศัตรู ต้องช่วยเหลือกันดีๆ ว่างั้นครับ

สุดท้าย ผมก็ผ่านเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศได้ครับ

ผลการแข่งขัน ผมได้ที่ 4 ครับ (ภูมิใจมากๆครับ สำหรับปีแรก) สำหรับผมเอง ก็ลงแข่งขันหุ่นยนต์สร้างสรรค์ด้วยครับ เสร็จจากนี้ก็เรียกว่ามีงานต่อพอดีครับแต่เราผิดคาดกันนิดหน่อย คือเรื่องของคนที่นำเสนอครับ คือ อนุญาตให้มีเพียงคนเดียว งานผมก็เลยเข้าแบบไม่ได้ตั้งใจครับ

นำหุ่นยนต์ไปลงทะเบียนครับ
นำหุ่นยนต์ไปลงทะเบียนครับ
นำเสนอผลงานครับ คณะกรรมการเป็นคนเกาหลีนี่ล่ะครับ แต่ใช้ภาษาอังกฤษได้
นำเสนอผลงานครับ คณะกรรมการเป็นคนเกาหลีนี่ล่ะครับ แต่ใช้ภาษาอังกฤษได้

ตอนนำเสนอก็เป็นไปได้ด้วยดีครับ ทางนั้นเขาไม่สนเรื่องสคริปต์ที่เราเตรียมไปเท่าไร แต่เขาจะดูจากแนวคิดมากกว่าครับ ตอนที่เราทดลองการใช้งานก็ไม่มีปัญหาอะไรครับ จะมีตอนนึงที่จะแสดงให้เขาดูว่า หากมีสิ่งกีดขวาง หุ่นยนต์จะหยุด แต่เจ้าน้องโอ๊ตที่คู่ผมนี่ล่ะครับ เขาเอาของไปวางแต่ไม่ได้วางไว้หน้าเซ็นเซอร์ เลยแป๊กนิดหน่อยครับ (เรื่องนี้เลยโดนบ่นกันไปเลย)

ระหว่างทางกลับอาคารที่พัก สวยมากๆครับ
ระหว่างทางกลับอาคารที่พัก สวยมากๆครับ

งานทุกอย่างในวันนี้เป็นไปได้ด้วยดีครับ ก่อนที่เราจะเดินทางกลับไปที่อาคารที่พัก คืนนี้จะเป็นคืนสุดท้ายแล้วครับ ที่จะได้ทำกิจกรรมที่นี่ สำหรับวันพรุ่งนี้จะเป็นวันที่ประกาศผล และมอบรางวัลครับ แต่สำหรับพวกเรา จะอยู่ต่อเพื่อไปทัศนศึกษา ท่องเที่ยวสถานที่ต่างๆในประเทศเกาหลีครับ

dsc07105

หิมะ หิมะ !! หิมะจริงๆ
หิมะ หิมะ !! หิมะจริงๆ

dsc07263

dsc07257

หน้าสถานที่พักครับ คิดถึงที่นี่มาก
หน้าสถานที่พักครับ คิดถึงที่นี่มาก <3

ในคืนนี้ เราก็มีกิจกรรมชาวค่ายครับ และอำลากันครับ ผมเองก็มีสิ่งที่เป็นของที่ระลึก ที่อาจารย์ทำเข็มกลัดของโครงการ English-Technology ไว้ครับ สำหรับแลกเปลี่ยน และก็มีสิ่งของอื่นๆที่ผมตั้งใจเตรียมมาจากบ้าน ก็คือ เหรียญเงินไทยนี่ล่ะครับ

ผมเองก็เตรียมไปแลก contact กับเพื่อนๆ ชาวค่าย มีน้องกลุ่มนึงล่ะครับที่เป็นเด็กเกาหลี ผมไปเจอน้องเขา ตอนที่น้องเขาไปเห็นหุ่นเรามั้ง แล้วก็ถามเกี่ยวกับการแข่งขันของเรา ก็เลยรู้จักกันครับ จากนั้นน้องเขาก็ไปเรียกพวกมาจากไหนไม่รู้ครับ เยอะแยะเลย

น้องเขาชื่อ Denny ครับ ใส่แว่น คนกลางนี่้เลย เป็นเด็กที่ใช้ภาษาอังกฤษได้ แล้วก็ใช้ได้ดีด้วย
น้องเขาชื่อ Danny ครับ ใส่แว่น คนกลางนี่้เลย เป็นเด็กที่ใช้ภาษาอังกฤษได้ แล้วก็ใช้ได้ดีด้วย
น้อง Lisa ที่เป็นขวัญใจชาวค่ายเหลือเกินครับ (โดยเฉพาะชาวไทย)
น้อง Lisa สาวเกาหลี ที่เป็นขวัญใจชาวค่ายเหลือเกินครับ (โดยเฉพาะชาวไทย)
ถ่ายกับ Staff ครับ พี่คนนี้ชื่อ Dean เป็นคนที่ใช้ภาษาอังกฤษเก่งอีกคนนึง ปรึกษาได้ดีเลยล่ะ
ถ่ายกับ Staff ครับ พี่คนนี้ชื่อ Dean เป็นคนที่ใช้ภาษาอังกฤษเก่งอีกคนนึง ปรึกษาได้ดีเลยล่ะ
Staff คนนี้ชื่อ จุน ครับ เป็นขวัญใจสาวไทยมากๆ (โดยเฉพาะสาวครู)
Staff คนนี้ชื่อ จุน ครับ เป็นขวัญใจสาวไทยมากๆ (โดยเฉพาะสาวครู)

หลังจากนั้นก็มีการแสดงของแต่ละประเทศครับ เริ่มจากประเทศเจ้าภาพ อย่างเกาหลี ก็มีการแสดง ผมก็ไม่ทราบว่าเขาเรียกว่าอะไรนะ แต่น่าจะเป็นเหมือนกับการละเล่นพื้นบ้านของเขามีหุ่นยนต์มาแจมด้วยครับ

dsc02893

และมีอีกชุดนึงครับ ที่มาร้องเพลงให้ฟัง เป็นเพลงเกาหลีครับ ไม่รู้ความหมาย (แต่ไม่แน่ ถ้ารู้ความหมายอาจจะซึ้งไปเลยก็ได้)

dsc02899

จากสิงคโปร์ ก็เตรียมเพลงมาร้องให้ฟังเช่นกันครับ

dsc02896

และปิดท้ายด้วยพี่ไทย ที่เตรียมการแสดงถึง 3 ชุด ซึ่งก็จะเป็นศิลปะการป้องกันตัวของไทยทั้งหมด 2 ชุด และอีกชุดนึง เป็นรำวง เพลงลอยกระทงครับ นับว่าสร้างสีสันให้กับที่นั่นมากครับเป็นที่ตื่นตาตื่นใจ และเราก็ยังได้ชวนชาวค่ายมารำวงกันด้วยล่ะครับ (ทีมที่ทำการแสดงนี้ไม่ใช่โรงเรียนผมนะครับ)

img_4225

img_4252

คืนนี้ บอกตรงๆครับว่า สนุกและประทับใจมากครับ เราคิดถึงที่นี่มาก คิดถึงร้านไก่ชั้นล่างคิดถึง Family Mart , ตู้น้ำ และตู้โทรศัพท์ด้วยครับ

img_4255

img_4258

นอกเรื่อง…

ผมขอพูดถึงการโทรศัพท์มายังประเทศไทยนิดนึงครับ อยู่ที่นั่นผมเองไม่มีเวลาติดต่อใครมากครับ นอกจากแม่และเพื่อน ผมเองก็คิดหาวิธีตั้งแต่วันแรกแล้วครับ ในการติดต่อ

รุ่นน้องไปซื้อบัตรชนิดนึงตั้งแต่วันแรก หลังจากที่ลงจากสนามบินเลย มันจะเป็นเหมือนเติมเงินบ้านเรานี่ล่ะครับ แต่โทรไปต่างประเทศนี่ ลดเร็วเอามากๆครับ อันนี้แบบที่ 1

แบบที่ 2 ผมมาซื้อที่ Family mart ชั้นล่างของสถานที่พักครับ มันจะเป็นบัตรเติมเงินสำหรับโทรทางไกลไปต่างประเทศเลยครับ มันจะถูกเพราะมันคิดเป็นนาทีครับ (90 นาที – 5000 วอน) ก็เลยทำให้ผมได้คุยกันนานหน่อย ตอนไปซื้อเขาจะออกใบเสร็จมา ตอนที่จะโทรก็กดไปตามหมายเลขโทรศัพท์ที่อยู่ในใบเสร็จ กด หมายเลข PIN Number ที่อยู่ในใบเสร็จ ก่อนที่จะกด # แล้วตามด้วยรหัสประเทศและหมายเลขปลายทางครับ

ยังไงใครที่จะไปเกาหลี แล้วคิดจะโทรศัพท์ ลองหาบัตรโทรศัพท์ที่เป็นแบบ International Card นะครับ จะมีเป็นใบห้อยรวมกันอยู่ ตอนจ่ายเงินเขาให้เป็นใบเสร็จมาครับ

ยังเหลือกันอีก 2 ตอนนะครับ ยังไงก็ติดตามชมสำหรับ การเดินทางไปเกาหลีของผม ครั้งแรกและครั้งแรกที่ไปต่างประเทศครับ มีอะไรน่าสนใจอีกเยอะแยะเลยสำหรับวันพรุ่งนี้ซึ่งเราจะพาคุณผู้อ่านไปที่ Suwon ซึ่งอยู่ไม่ไกลจาก Seoul ไปสัมผัสกับบรรยากาศที่อบอุ่นของหมู่บ้านคนเกาหลี Korean Folk Village ครับ

จะเป็นอย่างไรนั้น โปรดติดตามชมครับ

ดูทุกตอนของ Asia-Pacific Robofest Camp 2009

Asia-Pacific Robofest Camp 2009 : ตอนที่ 2

ต่อจากตอนที่แล้วกันเลยครับ ในค่ำคืนนั้นผมเองก็ประกอบหุ่นยนต์กับน้องๆ ด้วยความสนุกสนาน วันต่อมาก็พร้อมที่จะแข่งขันกันเลยครับ กับโจทย์ที่ให้เก็บวัตถุต่างๆ เช่น กรวยกลม ทรงกระบอกปริซึม ซึ่งก็จะมีคะแนนของแต่ละวัตถุแตกต่างกันออกไปครับ ซึ่งเดี๋ยวเราจะพาไปดูรายละเอียดกัน

แต่ก่อนอื่น ขอแนะนำอากาศตอนเช้าครับ

ที่นี่หนาวขนาดเอาของไปแช่เย็นที่หน้าต่างได้เลย อันนี้รุ่นน้องมันต้นคิด
ที่นี่หนาวขนาดเอาของไปแช่เย็นที่หน้าต่างได้เลย อันนี้รุ่นน้องมันต้นคิด
ระหว่างทางเดินปกคลุมไปด้วยหิมะครับ
ระหว่างทางเดินปกคลุมไปด้วยหิมะครับ
หนาวสุดยอด !!
หนาวสุดยอด !!

dsc02800

ก่อนที่ผมจะไปทานมื้อเช้าครับ แต่ไม่ได้ถ่ายมื้อเช้าไว้ แบตหมดเสียก่อนครับ อยู่ที่นั่นอยากเก็บภาพมากครับ แต่เนื่องจากสภาพอากาศมันหนาว การที่ผมคิดจะหยิบกล้องขึ้นมาถ่าย เป็นเรื่องที่ยากสำหรับผมในระยะแรกๆ

dsc02703

ช่วงเช้าที่นั่น ก็ยังเป็นช่วงปรับปรุงหุ่นยนต์กันบ้างล่ะครับ สำหรับกติกาที่ให้ทำหุ่นยนต์เก็บของโดยให้หุ่นยนต์นั้น สามารถเก็บของซึ่งเป็นบล็อกไม้รูปทรงต่างๆได้ ดังที่เห็นดังภาพ (หุ่นยนต์ถูกกำหนดขนาดไว้ไม่เกิน 25x25x25 ซม. ครับ)

dsc02704

โดยจะมีคะแนนแตกต่างกันออกไป ตามความยากง่ายในการเก็บครับ โดยวิธีนั้นก็คือให้เราบังคับหุ่นยนต์แล้วเก็บบล็อกไม้เหล่านี้ไปไว้อีกฝั่งหนึ่งให้ได้มากที่สุด โดยหากทำไม้ล้ม ก็จะหักคะแนนครับ และหากเวลาหมด หุ่นยนต์ยังมีไม้ไว้ครอบครองอยู่ก็จะโดนลบเช่นเดียวกัน

งานนี้ได้เปรียบตรงที่ใครจะออกแบบหุ่นยนต์ที่กวาดไปได้หนเดียวหมดครับ ใช้เวลาน้อยที่สุดก็จะเป็นฝ่ายชนะไป โดยการแข่งขันนั้น จะแข่งกันเป็นคู่และแข่งพร้อมกันครั้งละ 2 ทีม แข่งกันแบบแพ้คัดออกครับ

หุ่นยนต์ของผมครับ
หุ่นยนต์เก็บของ ของผมครับ
ทีมของผมครับ
ทีมของผมครับ

ผมผ่านมาได้ถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายครับ ซึ่งในรอบท้ายๆ ก็จะมีการเปลี่ยนแปลงกติกากันเล็กน้อยคือ จะสลับบล็อก และให้เก็บ ปริซึมและกรวยกลมใหญ่ ไปไว้อีกฝั่งหนึ่ง และเก็บกรวยเล็กและทรงกระบอก ไปไว้อีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งตรงนี้ต้องอาศัยการวางแผนที่ดีในการเลือกเก็บ และการบังคับที่ดีอีกด้วยครับ

สำหรับผู้ที่ตกรอบ ก็จะมีมุมหนึ่งที่เป็นการแข่งขันหุ่นยนต์ซูโม่ครับ แบบแพ้คัดออกเช่นเดียวกันและก็มีรางวัลสำหรับผู้ที่เข้ารอบ 1-3 ด้วยครับ แข่งกันเป็นรอบๆ เพราะว่าผู้ที่แพ้จากการแข่งขันแมทช์ใหญ่ๆก็มีมาเรื่อยๆเช่นเดียวกัน

ผมกับการแข่งขันหุ่นยนต์ซูโม่
ผมกับการแข่งขันหุ่นยนต์ซูโม่ ไม่ได้แก้หุ่นเลยครับ เสร็จจากนู่นมาแข่งนี่
นี่ล่ะครับ เบียดกันตก สนุกมาก บางทีมไม่รู้อันไหนหัวอันไหนท้าย พุ่งออกจากสนามตั้งแต่ยังไม่ทันได้แข่งเลยก็มี
นี่ล่ะครับ เบียดกันตก สนุกมาก บางทีมไม่รู้อันไหนหัวอันไหนท้าย พุ่งออกจากสนามตั้งแต่ยังไม่ทันได้แข่งเลยก็มี

dsc02724

หลังจากนั้นก็พักรับประทานอาหารครับ สำหรับมื้อกลางวัน

dsc02717

ที่นี่ เราฮิตตู้น้ำหยอดเหรียญกันครับ มีบริการแทบทุกอาคาร ก็จะมีเป็นเครื่องดื่มเย็น และร้อนพวกน้ำอัดลมก็มีครับ ไปสะดุดอันนึง อร่อยดีครับ มันคล้ายๆ คาลปิโก้บ้านเรา ราคาก็ประมาณ ₩ 500~600 ครับ

dsc02756

แข่งขันกันจนเสร็จสิ้นครับ ก็ได้ผู้ชนะของในการแข่งขันหุ่นยนต์ประเภทเก็บของ (Transporter) และหุ่นยนต์ซูโม่ครับ หุ่นยนต์เก็บของผมได้เข้ารอบไป 16 ทีมสุดท้ายครับ ส่วนซูโม่ผมได้ที่ 3

dsc06848

ภายในเย็นวันนั้น ก็มีการประกาศกติกาสำหรับการแข่งขันหุ่นยนต์ต่อสู้ ในการทำหุ่นยนต์ต่อเพื่อแข่งขันในวันพรุ่งนี้ครับ โดยกติกาก็คือ มีธงสองสี และสองแบบครับ คือวางบนพื้น กับวางบนฐาน โดยต้องทำหุ่นยนต์ที่สามารถล้มธงได้ หากล้มธงที่อยู่บนฐานได้ก็จะได้คะแนนเยอะกว่าที่อยู่บนพื้นหน่อย แต่ถ้าหากสามารถงัดเอาหุ่นยนต์คู่ต่อสู้ ล้มลงไปได้เลยจากสนามนี่ก็ได้ไปเลยครับ 20 คะแนนเต็มๆ

dsc06948

พรุ่งนี้จะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการครับ สำหรับงาน Asia-Pacific Robofest 2009 และมีการ
แข่งขันหุ่นยนต์ต่อสู้ และหุ่นยนต์สร้างสรรค์ครับ

การแข่งขันจะสนุกสนานแค่ไหนก็ต้องฝากคุณผู้อ่านได้ติดตามกันด้วยล่ะครับ 🙂

ดูทุกตอนของ Asia-Pacific Robofest Camp 2009

Asia-Pacific Robofest Camp 2009 : ตอนที่ 1

หายหน้าหายตาไปเป็นเวลา 4-5 วันเต็มๆ สำหรับผม ใครที่อ่านบล็อกตอนก่อนๆ ก็จะพอทราบกันดีอยู่ครับว่า ผมไปค่าย Asia Pacific Robofest 2009 ที่ มหาวิทยาลัย Hanyang , Ansan ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งหากจะเล่าทั้งหมด ก็คงยาว วันนี้ขอเป็นวันแรก ตอนที่ 1 ครับ

ที่โรงเรียน

dsc02542

ในการแข่งขันครั้งนี้ มีอยู่ทั้งหมดหลายรูปแบบด้วยกันครับ แต่เท่าที่ทราบ และมีแน่นอนคือการแข่งขันประกวดหุ่นยนต์สร้างสรรค์ ซึ่งโรงเรียนผมก็ส่งหุ่นยนต์พวกนี้ไปครับ ก่อนที่ผมจะเข้าไปโรงเรียนผมก็ไปหาเตรียมความพร้อมครับ ไปดูกระเป๋าสะพายใหม่ ดูพวกเสื้อใหม่ และผมก็ได้คอนแท็คเลนส์ใหม่ด้วย เหตุผลที่อยากใส่เพราะว่า ผมกลัวมองไม่เห็น เวลาเขาอธิบายกันครับดังนั้น รูปภาพที่อาจจะเห็นต่อจากนี้ ต้องขอให้ปรับกันใหม่นิดนึง เพราะอาจจะไม่ใช่ภาพที่เคยเห็นผมกันครับ 😛

อ้ะ กลับมาที่โรงเรียนต่อ ที่โรงเรียนยังคงแก้หุ่น รื้อไป รื้อมาครับ ดูความเรียบร้อย บ้างก็จัดกระเป๋าส่วนผมก็มานั่งทำ Presentation ให้กับโครงงานแต่ละอันครับ

ก่อนที่พวกเรา จะร่ำลาท่านผู้อำนวยการและผู้บริหารของโรงเรียน ก็มีรูปภาพที่ระลึกครับ

dsc02550

ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงครับ จากโรงเรียนถึงสนามบินสุวรรณภูมิ สำหรับเที่ยวบินนั้น เราได้ใช้บริการของสายการบินเกาหลี (Korean Air) เที่ยวบินที่ KE652 ออกเวลา 22.40 น.ครับ สำหรับเที่ยวบิน จะใช้เวลาประมาณ 5 ชม. จาก สนามบินสุวรรณภูมิ ถึง สนามบินอินชอนสาธารณรัฐเกาหลี

ที่สนามบินสุวรรณภูมิ

Flight to Seoul from BKK

กรอกใบพฤติกรรม , ใบเข้าเมือง , โรคต่างๆ รอเครื่องบินครับ
กรอกใบพฤติกรรม , ใบเข้าเมือง , โรคต่างๆ รอเครื่องบินครับ

และนี้ก็คือ มื้อแรกบนเครื่องบินครับมันคือ Omlette

dsc02573

ก่อนที่จะถึงสนามบินอินชอน เขาก็บอกไว้ครับว่า อุณหภูมิที่นั่น -4 องศาครับ ผมเองก็ใส่ไปเต็มยศ เพราะไม่เคยมา และไม่ทราบหรอกครับว่า หนาวที่เขาพรรณากันมา มันแค่ไหนกันเชียว

ที่สนามบินอินชอน สาธารณรัฐเกาหลี

ถึงที่นี่ประมาณ 05.00 น. ตามเวลาที่เกาหลีครับ ที่เกาหลีเวลาจะเร็วกว่าประเทศไทย 2 ชม. (GMT+9) ระหว่างนั้นก็เก็บกระเป๋า สัมภาระ และไปที่ตม.เกาหลีครับ นึกว่าจะไม่รอดซะแล้ว

มองจากข้างนอกครับ เห็นหิมะไหมครับ หนาวสุดยอด !!
มองจากข้างนอกครับ เห็นหิมะไหมครับ หนาวสุดยอด !!
ภายในอาคารสนามบินอินชอน
ภายในอาคารสนามบินอินชอน

ออกไปข้างนอก เข้าไปในสนามบิน รู้สึกหนาวขึ้นหน่อยครับ เราก็เข้าใจว่าหนาวแค่นั้น แต่พอออกไปสัมผัสอากาศข้างนอกจริงๆสิครับ เล่นทำผมต้องรีบวิ่งกลับไปเอาหมวกกับถุงมือเลยพูดออกไปควันออกปาก อยู่นานๆ แสบหูเลยครับ ถ้าไม่มีหมวกนะ รู้สึกว่าไม่คุ้นเคยกับอากาศที่นี่เอามากๆครับ สำหรับผมในวันแรก

หลังจากนั้นผมก็เริ่มหาทางใช้เงินแล้วครับ สกุลเงินที่นี่ ใช้เป็น ₩ วอน (KRW) ครับ เท่าที่ไปดูในอัตราแลกเปลี่ยนวันนั้น 1 วอน ประมาณ 0.02 บาทครับ ผมก็พกเงินไปจำนวนหนึ่ง แลกมาได้เป็นหลักแสนล่ะครับ ผมก็ทำตัวไม่ถูกนะ ว่ามันจะใช้เงินยังไง ในกระเป๋ามีแต่แบงค์หมื่นครับผมเลยไปละลายทรัพย์ที่ shop แถวๆนั้น สำรวจราคาแล้ว ก็ราคาบ้านเราครับ ขนาดสนามบินก็เป็นราคากลางๆ เหมือนบ้านเรา สนามบินบ้านเราไม่ต้องพูดถึงครับ แพงกว่ากันอยู่มาก

ใบเสร็จใบแรกครับ สำหรับนมรสกล้วย ราคา ₩1,000
ใบเสร็จใบแรกครับ สำหรับนมรสกล้วย ราคา ₩1,000 หรือประมาณ 25 บาท ครับ

หลังจากนั้น พวกผมก็เดินทางไปกับรถบัส ที่ทางฝ่ายประสานงานเขาจัดมาให้ครับ มาครั้งนี้โรงเรียนของผมไม่ได้มาโรงเรียนเดียวครับ แต่มากับอีก 2 โรงเรียน ได้แก่ สวนกุหลาบ นนทบุรีและโรงเรียนระยองวิทยาคม ครับ ทั้งหมดรวมๆกันก็ 40 กว่าคน

dsc02593

โดยเราจะมุ่งหน้าไปที่ Everland Resort หรือสวนสนุกเอเวอร์แลนด์ ที่ได้รับการขนานนามว่า มันคือ Disney Land Korea เลยล่ะครับ

ไกด์ ชื่อ คุณ กาญจนา แต่ผมก็เรียกเขาเป็นอาจารย์ผมไปแล้วล่ะ เพราะว่าอธิบายเรื่องเกาหลีได้น่าสนใจ มีรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ก็อธิบายได้ถึงแก่นกันเลยทีเดียว คุณกาญจนา เล่าให้ฟังถึงที่ Everland ว่ามันจะหนาวกว่าพื้นที่อื่นๆหน่อย เนื่องจากว่าสถานที่ตั้งมันอยู่บนภูเขาครับและเราก็โชคดีมากๆ ที่วันนั้น เป็นวันที่อากาศหนาวอยู่แล้วด้วย เรียกได้ว่าเปิดงานมา เราก็เจออากาศที่หนาวแบบสุดๆครับ ปรับตัวกันแทบไม่ทัน ถุงมือเอาไม่อยู่จริงๆครับ

Everland

เห็น Happy ขนาดนี้ จริงๆแล้วหนาวมากครับ T-T
เห็น Happy ขนาดนี้ จริงๆแล้วหนาวมากครับ T-T

ช่วงนี้ถือเป็นช่วง Snow Festival เขาครับ เพราะว่าอากาศหนาว ขนาดหิมะตก ก็เลยอาจจะมีกิจกรรมพิเศษๆใน Everland พอผมได้เข้าไปที่นั่น ก็ต้องแวะร้านของที่ระลึกก่อนเลยล่ะครับไม่ใช่เพราะว่าอยากได้อะไรหรอกครับ มันหนาว เพราะข้างในนั้นมันมี heater ครับ – – ”

dsc02604

ของฝากข้างในก็ราคาไม่แพงเวอร์ นั่นอีกล่ะครับ ของก็จะเป็นประมาณนี้ครับ

dsc06606

จะเป็นพวกหมวกรูปสัตว์ ถุงมือ ผ้าพันคอ และอีกเยอะแยะเลยครับ

dsc02611

สมาชิกเด็กๆ + คุณครู ที่มาด้วยกันทั้งหมดครับ
สมาชิกเด็กๆ + คุณครู ที่มาด้วยกันทั้งหมดครับ

หายหนาวแล้วผมก็ไปเล่นสิครับ ที่นี่มีอะไรน่าสนใจเยอะล่ะ แต่ผมเป็นพวกขี้กลัวนิดๆ อะไรที่ผาดโผนมากๆ ไม่เล่นครับ โดนรุ่นน้องลากให้ไปเล่นไวกิ้ง กับ อะไรไม่รู้อะ แต่ประมาณว่าเอาเราไปนั่ง แล้วมันเหวี่ยงเราอะ

ใหญ่มากๆครับ มีให้เราเข้าไปชมอีกเยอะ และที่นั่นก็สวยมากครับ
ใหญ่มากๆครับ มีให้เราเข้าไปชมอีกเยอะ และที่นั่นก็สวยมากครับ
กระเช้าชมวิวครับ
กระเช้าชมวิว

dsc02620

อีกรูปที่จะบอกว่าที่นี่ หนาวยังไง ครับ น้ำตกมันแข็งไปเลยอะ
อีกรูปที่จะบอกว่าที่นี่ หนาวยังไง ครับ น้ำตกมันแข็งไปเลยอะ
พี่หมี ที่มาตกชะตากรรมลำบากที่ Everland ครับ
พี่หมี ที่มาตกชะตากรรมลำบากที่ Everland ครับ
พี่เสือครับ ตัวใหญ่มากๆ
พี่เสือครับ ตัวใหญ่มากๆ

ส่วนมากก็จะเน้นดูครับ เดินชมเสียมากกว่า ที่นี่เหมือนกับเอาสวนสัตว์ + สวนสนุก รวมไว้ด้วยกันถ้าจะมาเที่ยวที่นี่ แนะนำให้หาเวลาเยอะๆหน่อยครับ ในนี้มีอะไรให้ชมเยอะจริงๆครับ ก่อนที่จะพักรับประทานอาหารกลางวันที่นั่น

มื้อแรกที่เกาหลีครับ ดูจากรูปเลยนะครับ ผมไม่ได้ทำการบ้านเกี่ยวกับอาหารมา ไม่ทราบว่าอะไรคืออะไร
มื้อแรกที่เกาหลีครับ ดูจากรูปเลยนะครับ ผมไม่ได้ทำการบ้านเกี่ยวกับอาหารมา ไม่ทราบว่าอะไรคืออะไร

กินเสร็จแล้ว ผมยังคงเดินได้ต่อ จนถึงเวลา 15.00 น. ที่นั่นครับ จะสังเกตได้ว่า เมื่ออากาศที่นี่ค่อนข้างหนาว ก็จะมี heater บริการเป็นจุดๆครับ

dsc02635

Snow Buster ของเล่นประจำฤดูนี้ครับ
Snow Buster ของเล่นประจำฤดูนี้ครับ

dsc06639

dsc02645

Hanyang University

เที่ยวกันจนเหนื่อยแล้ว ก็ขอมุ่งหน้า ไปที่มหาวิทยาลัย Hanyang วิทยาเขต Ansan ซึ่งเป็นสถานที่ ที่ใช้จัดกิจกรรมทั้งหมดครับ

dsc06735

ก่อนที่เราจะทานข้าวมื้อแรกที่นี่ มีเป็นถาดๆนี่ล่ะครับ ข้าวในแต่ละวัน ก็จะผสมอะไรมาด้วยเพื่อให้ได้คุณค่าทางโภชนาการครับ มีซุป มีของหวาน รสชาติอาหาร จะเรียกว่า ไม่อร่อย ก็ไม่ได้เรียกว่า มันอาจจะไม่คุ้นปากเราครับ จะไม่มีรสเผ็ดจัดจ้านเหมือนบ้านเรา แต่ทานได้ครับ (ไปสักพักมันจะเลี่ยน)

มื้อแรกที่นี่ครับ
มื้อแรกที่นี่ครับ

ก่อนที่จะเข้าอบรม ก็มีพื้นที่ให้เราสำหรับประกอบหุ่นยนต์ครับ ครั้งแรกตื่นเต้นมากๆ เพราะกลัวเรียนไม่รู้เรื่อง แต่ที่นี่ เขาไม่สอนครับ เขาให้คู่มือ กับกล่องหุ่นยนต์ มาประกอบเอาเอง แล้วก็ลองทดสอบการทำงานเองเลยครับ โดยมีพี่เลี้ยงคอยเดินดู (ส่วนมากก็พูดภาษาอังกฤษกันได้)

i-ROBO กล่องแบบนี้ล่ะครับ ที่บรรจุชิ้นส่วนหุ่นยนต์ไว้
i-ROBO กล่องแบบนี้ล่ะครับ ที่บรรจุชิ้นส่วนหุ่นยนต์ไว้

dsc02674

dsc02673

ใช้เวลาประกอบนานเหมือนกันนะ สำหรับผม ผิดด้านบ้าง ทำชิ้นส่วนหล่นบ้าง ก็เหนื่อยเหมือนกันมีน้องตามไม่ทันก็ต้องช่วยดู ช่วยเหลือกันด้วย หุ่นยนต์ถ้าประกอบเสร็จแล้ว มันก็จะสามารถเอามาบังคับเล่นได้เลยครับ มีรีโมทคอนโทรลให้

กำลังดัดแปลงหุ่นยนต์กันเพิ่มเติมครับ ในการแข่งขันพรุ่งนี้ต้องออกแบบหุ่นยนต์ที่สามารถเก็บบล็อกได้ครับ ใครเยอะที่สุด ไม่ล้ม ตรงตามที่กำหนดไว้ ก็จะเป็นฝ่ายชนะไป
กำลังดัดแปลงหุ่นยนต์กันเพิ่มเติมครับ ในการแข่งขันพรุ่งนี้ต้องออกแบบหุ่นยนต์ที่สามารถเก็บบล็อกได้ครับ ใครเยอะที่สุด ไม่ล้ม ตรงตามที่กำหนดไว้ ก็จะเป็นฝ่ายชนะไป

หน้าตาของหุ่นยนต์ผมจะเป็นยังไง ??

ตอนหน้ามีมาฝากคุณผู้อ่านแน่นอนครับ
และตอนหน้าก็เตรียมปรับสายตากันหน่อย เพราะผมจะไม่ใส่แว่นแล้ว !

แล้วเจอกันครับ

ดูทุกตอนของ Asia-Pacific Robofest Camp 2009