Asia-Pacific Robofest Camp 2009 : ตอนที่ 5

วันสุดท้ายแล้วครับ ผมตื่นเช้าเป็นพิเศษกันโดนบ่นครับ เพราะหลายๆวันก่อนพวกเรามักจะตื่นสายกันมาก จนเป็นที่โดนบ่นครับ (เลยจะทำตัวเป็นตัวอย่างน้องว่างั้น) เพราะเมื่อคืนพวกผมสามารถเล่นอินเทอร์เน็ตได้ จาก access point ของโรงแรมครับ โชคดีมากๆ เลยอาจจะเห็น tweet แรกของผมที่เกาหลีจากที่นี่แหละ

ทานอาหารเช้าที่โรงแรมครับ
ทานอาหารเช้าที่โรงแรมครับ

เช้านี้ไปเที่ยวที่พระราชวังเคียงบ๊อก (Gyeongbokgung Palace) ซึ่งเป็นหนึ่งในพระราชวังของที่เกาหลี เนื่องจากประเทศเกาหลีเคยมีการปกครองแบบระบบกษัตริย์ แต่ก็ต้องมาล่มสลายเพราะสงครามของญี่ปุ่น (อ่านเพิ่มเติมได้ใน ราชวงศ์โซซอน (ลี))

img_4355

img_4364

ที่นี่ คุณกาญจนา เล่าให้ฟังว่าเป็นที่ประทับของกษัตริย์ในสมัยก่อน รวมถึงขุนนางต่างๆด้วยลายผนังก็มีส่วนเช่นกันหากเป็นกษัตริย์จะเป็นลายมังกร หากไม่มีก็จะเป็นที่ประทับของขุนนางไปสถานที่นี้ถูกสร้างขึ้นใหม่ เนื่องจากไม่มีสิ่งก็สร้างใดหลงเหลืออยู่หลังจากสงคราม เพียงแต่ยึดตำแหน่งที่ตั้งเดิม ตามประวัติศาสตร์

เดินเข้ามาเรื่อยๆ ก็จะเจอกับอาคารหลักที่เขาเรียกว่า Geunjeongjeon ซึ่งผมก็อ่านไม่ออกเหมือนกันครับ เป็นสถานที่ประทับของกษัตริย์และอื่นๆ ที่พูดง่ายๆว่าชั้นสูง จะประทับที่นี่ครับ

dsc04252

dsc04253

การรักษาความปลอดภัยครับ สังเกตว่ามีเซ็นเซอร์ตรวจจับคนละมั้ง มีกล้องด้วย
การรักษาความปลอดภัยครับ สังเกตว่ามีเซ็นเซอร์ตรวจจับคนละมั้ง มีกล้องด้วย

ลักษณะบริเวณรอบๆ ประสาทก็จะมีเป็นหลายๆอาคาร ตามที่เห็นในภาพนี้ล่ะครับ

dsc04275

ภูมิปัญญาของคนสมัยก่อน ที่คุณกาญจนาบอกว่า คนเกาหลีเขาภูมิใจมากๆ คือการทำพื้นระบายความเย็นครับ ในสมัยก่อนอากาศหนาวเย็นมากๆ ก็ต้องมีการระบายความเย็น โดยการทำช่องไปยังบริเวณพื้นแล้วก่อไฟเอาครับ เพื่อให้พื้นนั้นอุ่นลง ในปัจจุบันก็มีการนำมาดัดแปลงให้ใช้ได้กับพื้นที่อาศัยปัจจุบัน คือการเดินรางน้ำอุ่นใต้อาคารแทบทุกอาคารครับ

ช่องสำหรับระบายความเย็น โดยการก่อไฟเข้าไปในนี้
ช่องสำหรับระบายความเย็น โดยการก่อไฟเข้าไปในนี้

ก่อนที่ผมจะเจอกับสถานที่ ที่รายล้อมไปด้วยหิมะครับ ซึ่งแน่นอนว่า เดิมที่นี่ต้องเป็นน้ำรายล้อมอาคารนี้ ซึ่งอาคารนี้เรียกว่า Gyeonghoeru ซึ่งเป็นเหมือนกับท้องพระโรง ซึ่งเป็นสถานที่ที่ใช้ในการประกอบงานพิธีรื่นเริง ตัวอาคารก็จะเป็นสองชั้น อย่างที่เห็นนี่ล่ะครับ ล้อมไปด้วยน้ำในปี 1592 ที่ถูกญี่ปุ่นรุกรานจากสงคราม และทำลายอาคารต่างๆ สถานที่นี้เป็นสถานที่เดียวที่ยังคงเหลือชิ้นส่วนอยู่บ้าง และหลังจากนั้นก็ได้สถาปนาขึ้นใหม่

img_4380

img_4384

ในนี้มีพิพิธภัณฑ์ด้วยครับ ซึ่งจริงๆแล้วผมอยากอยู่ตรงนี้นานๆ อยากรู้วัฒนธรรมของที่นี่เยอะๆแต่เนื่องจากเวลาจำกัด ผมดูได้แค่บางส่วนครับ แต่น่าสนใจ ตั้งแต่ยุคเริ่มต้น การกินอยู่คนที่นี่มีถิ่นฐานมาจากไหน ทำนองนี้ครับ

dsc04305

dsc04304

dsc04288

บอกได้คำเดียวว่า ไม่ผิดหวังครับ แนะนำวิธีการเที่ยวคือ ในส่วนของอาคารต่างๆ ให้รีบเดินชมถ่ายรูปให้เรียบร้อยครับ แล้วไปในส่วนที่เป็นพิพิธภัณฑ์ สำหรับผู้ที่สนใจนะครับ น่าศึกษาจริงๆ

จบแล้วครับ สำหรับการท่องเที่ยวที่พระราชวังเคียงบ๊อก สำหรับใครที่มองหา Currency Exchange ก็สามารถหาได้ที่นี่ครับ มีบริการให้ด้านหน้าทางเข้าครับ

จากนั้นเราไปต่อกันที่ถนน Insadong ครับ ซึ่งเป็นถนนที่มีการแสดงงานศิลปะ จำหน่ายสินค้าที่เป็นของที่ระลึก อาหารต่างๆ ก็มีขายที่นี่ครับ

dsc04325

ของที่ระลึกก็จะคล้ายๆกับเมื่อวานครับ แต่อาจจะมีให้เลือกเยอะกว่า หลายร้านกว่า เช่นตุ๊กตามีด ดาบไม้ , หน้ากาก ฯลฯ

img_4472

img_4466

ที่นี่จึงเป็นสถานที่แนะนำในการหาเลือกซื้อของฝาก ที่เป็นของที่ระลึกสำหรับผมนะ แนะนำๆ

ไม่พลาดร้านขายปลาหมึกยักษ์อีกแล้วครับ คราวนี้หมดไป ₩ 7,000
ไม่พลาดร้านขายปลาหมึกยักษ์อีกแล้วครับ คราวนี้หมดไป ₩ 7,000

ใกล้ถึงเวลาแล้วครับ แต่ก็ยังมีเวลาพอที่น่าจะไปเดินห้างใกล้ๆกับสนามบิน ซึ่งนั่นก็คือ ห้าง Lotte Mart ครับ ซึ่งก็จะคล้ายๆกับ I’ PARK ที่ไปมาเมื่อวานครับ

shopping กันให้กระจายครับ ของฝากที่เป็นของกิน อาหารแห้ง ซื้อที่นี่เลยครับ
shopping กันให้กระจายครับ ของฝากที่เป็นของกิน อาหารแห้ง ซื้อที่นี่เลยครับ

พูดถึงอีกเรื่องคือเรื่อง ถุง ครับ ที่นี่มีการประหยัดในการใช้ทรัพยากร ซื้อของบางที่ เขาจะไม่ให้ถุงมาครับ หรือถ้าต้องการก็ซื้อที่เคาท์เตอร์ เขาจะถามคุณว่า ต้องการถุงไหม (ประมาณนี้ จริงๆแล้วมันจะพูดเกาหลีมา เราก็ต้องเข้าใจภาษามือหน่อย) ถ้าต้องการเขาก็คิดไป รู้สึกจะ ₩ 50

ชั้นบนของ Lotte Mart ก็จะมีร้านอาหาร กับร้านขายเสื้อผ้า รองเท้า เครื่ิองหนังต่างๆก็มีครับมีร้านล้างรูปที่นี่ แต่ที่เด็ดกว่าร้านล้างรูปคือ ตู้ล้างรูป ที่มีให้บริการ

dsc04336

ราคาก็แล้วแต่รูปแบบและขนาดของภาพ ซึ่งไปเลือกเอาได้ตอนที่เราเข้าทำรายการอยู่ครับเมื่อเลือกเสร็จแล้ว ถาดที่ให้ใส่ Memory stick มันก็จะออกมา

แต่ผมเนี่ย ไม่เข้าใจหรอกครับ มันเป็นภาษาเกาหลี ผมก็ไปแงะ และแอบใส่ แถมใส่ก็ไม่ได้เสียบAdapter ก่อน มันเลยคาไว้อยู่อย่างงั้นครับ (โชคไม่เข้าข้างผมเลย)

ผมเลยไปปรึกษากับคุณ Steve ซึ่งเขาเป็นคนที่ติดต่อเกี่ยวกับเรื่องการจัดการค่ายให้กับเราทั้งหมด เขากินข้าวอยู่บริเวณนั้นครับ เขาติดต่อพนักงานให้ผม สุดท้ายก็เอาออกมาได้อย่างหวุดหวิดครับ เหนื่อยจริงๆ – – ”

ผมเองก็กลัวน้อยหน้าครับ เลยไปซื้ออะไรติดไม้ติดมือในชั้นล่างบ้าง ก็ไปสะดุดช็อคโกแลตที่ราคาไม่แพง sale อยู่ข้างล่างครับ ไปเจอพวกผักที่เราชอบกิน ที่มันเป็นพืชคล้ายสาหร่าย นั่นก็หยิบมาอันนึงครับ กะว่าจะเอาไปลวกกินกับข้าวหอมมะลิไทยซะหน่อย ซื้อสตรอเบอรี่ที่มันผลโตเอามากๆครับ มาแพ็คนึง นี่คือของส่วนตัวของผมครับ ทั้งหมด หมดไป ₩ 7,000 กว่า

dsc08705

สำหรับคนที่ซื้อมาก เขาจะมีบริการลังกระดาษ ให้เราเอามาแพ็คครับ สำหรับคนที่ต้องการซื้อไปฝากคนที่บ้าน ก็สามารถมาแพ็คของที่นี่ เพื่อโหลดไปใต้ท้องเครื่องบินได้ครับ (ไม่เสียค่าบริการ)

dsc08703

dsc08704

เวลาใกล้เข้ามาเรื่อยๆครับ รุ่นน้องผมยังซื้อของกันไม่เสร็จ บางคนเงินเหลือกันเป็นแสนวอนก็เลยใช้เวลากันนานหน่อย ผมเลยมาช่วยน้องเขาแพ็คของครับ น้องบางคนก็ซื้อผักกาดกลับบ้าน ผมก็ขำไปพักนึงเลยล่ะว่า “นึกไม่ออกแล้วหรือไง ว่าจะซื้ออะไรเนี่ย” แต่มันใหญ่มากครับ ถามเหตุผลน้องเขา น้องเขาก็บอกว่า มันใหญ่ดี แปลก ไม่เคยเห็นในบ้านเรา ราคาไม่แพงถ้าจำไม่ผิดก็ ₩ 700

จากนั้นผมก็เดินทางไปยังสนามบินอินชอน ซึ่งใช้เวลาไม่นานมากจากที่นี่ครับ (ประมาณ 10 นาที)

แต่โชคไม่เข้าข้างผมครับ เหมือนผมลืมอะไรไปบางอย่าง

ผมลืมถุงของของผม ไว้ที่ Lotte ครับ !!

และไม่ใช่อะไรครับ ก่อนหน้าที่จะออกมา รุ่นน้องผมฝากกระเป๋าสตางค์กับเข็มขัด ไว้ในถุงนั้นซึ่งมันราคาประมาณ ₩ 50,000

ไม่อยากจะคิดครับ ผมเองกลุ้มใจมากๆ รวมถึงน้องเขาก็หน้าเสียไปเลยครับ รู้สึกเสียใจมากเมื่อถึงสนามบินแล้ว มาเช็คกล่องที่แพ็คไปก็ไม่เห็น ถือว่าผมดวงไม่ดีล่ะครับ

ข้าวของในนั้นตีเป็นเงินก็ประมาณ ₩ 56,000 ครับ ผมเองก็ต้องจ่ายเงินค่าเสียหายไปให้น้องเขาล่ะ ถือเป็นบทเรียนราคาห้าหมื่นวอน ที่ผมเองจะไม่มีวันลืมไม่ว่าจะไปที่ไหนจริงๆ

แต่มันรู้สึกสังหรณ์ๆ เพราะว่าตอนที่เราเข้าไปซื้อของในนั้น ทำไมมีความรู้สึกเหมือนไม่มีอะไรน่าซื้อผมหยิบสาหร่ายแล้วก็วางแล้ววางอีก ไม่เอาสักที รวมไปถึง ทำไมผมต้องถ่ายรูปถุงตัวเองที่เป็นถุงที่ลืมมาจากที่นั่นด้วย น่าคิดครับ

เอาเป็นว่าลืมเรื่องนั้นไปก่อนครับ ไม่งั้นคุณผู้อ่านจะไม่ได้เข้าสนามบินกับผมซักที

ถึงแล้วครับ สนามบินอินชอน
ถึงแล้วครับ สนามบินอินชอน

ก่อนที่จะไปผมเองก็ต้องขอถ่ายรูปร่วมกับคุณกาญจนาด้วยครับ ขอชื่นชมว่าเป็นไกด์ที่เก่งจริงๆ
คนหนึ่งเลยล่ะ เท่าที่ทราบก็คือ คุณกาญจนาเป็นคนไทยที่อาศัยที่เกาหลีครับ

dsc08710

หลังจากนั้นผมก็ผ่านเข้ามาจนถึงที่รอเที่ยวบินแล้วครับ เที่ยวบินกลับก็คือ KE651 ซึ่ง Boarding
เวลา 17.05 น. ครับ เมื่อเข้ามาในส่วนของสนามบินแล้วหากจะซื้อของที่นี่ ยากหน่อยนะครับ
สำหรับใครที่ยังไม่ได้แลกเงินจากวอน เป็น ดอลล่าร์ เพราะที่นี่จะใช้ดอลล่าร์ส่วนมากครับ ส่วน
น้อยที่รับเงินวอนด้วย เขาจะคิดอีกอัตรานึง

บ๊าย บาย เกาหลี !! คิดถึงจริงๆ
บ๊าย บาย เกาหลี !! คิดถึงจริงๆ

dsc08723

dsc08720

ปิดท้ายด้วย อาหารบนเครื่องบิน ครับ 🙂 เป็นข้าวกับไก่ ของหวานมันเป็นเหมือนเต้าหู้มั้งแล้วกินกับซอส เลี่ยนมากๆ >,<

dsc08724

dsc08730

ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพครับ ใช้เวลา 5 ชม. จากนี้แล้วเวลาบ้านเราช้ากว่าเขา2 ชั่วโมง เลยถึงประมาณ 4 ทุ่มครับ อุณหภูมิที่สนามบินสุวรรณภูมิประมาณ 25 องศา เรียกได้ว่าที่ใส่ๆมากันเต็มยศ ก็ต้องปลดอะไรออกบ้างล่ะครับ

ถือเป็นประสบการณ์ชั้นเยี่ยมของผมในชีวิตเลยทีเดียวล่ะ สำหรับการไปต่างประเทศครั้งแรกในชีวิตของผม และการไปครั้งแรกก็เจออะไรพิเศษๆ เช่นอากาศหนาวเป็นพิเศษ การแลกเงินที่ผมก็ไม่เคยมีแบงค์ดอลล่าร์ หรือแบงค์วอน ติดกระเป๋าเหมือนเพื่อนๆที่เขาไปกันมาก่อนแล้วครั้งนี้จึงเป็นอะไรที่ “เล่าได้” ของผม อยู่หลายตอนเลยล่ะครับ

ถ้ามีโอกาสก็จะกลับมาอีก ที่นี่เป็นเมืองที่น่าอยู่ อากาศดี (ถ้าแต่งกายดี) ก็ต้องขอขอบคุณโอกาสในครั้งนี้ของผมด้วยครับ และขอบคุณผู้อ่านที่ติดตามเรื่องนี้จนจบทั้ง 5 ตอนด้วยกัน ผมเองก็พยายามนำเสนอเนื้อหากับประสบการณ์ครั้งแรกเต็มที่ ^^

และแน่นอน !!

dsc08787

ผมไม่ได้ไปตัวเปล่ากลับมาครับ นึกถึงผู้อ่านบล็อกของผมเสมอ 🙂
ผมมีของที่ระลึกจากเกาหลีมาแจกคุณผู้อ่าน เป็นพวงกุญแจ , ที่ห้อยโทรศัพท์ และที่คั่นหนังสือ
ซึ่งผมจะเลือกให้ (หรือให้ท่านเลือก – – ”) อย่างใดอย่างหนึ่ง ส่งถึงบ้านครับ !!

dsc087811

dsc08783

dsc08785

เพียงกรอกแบบประเมินเว็บไซต์ Framekung.com ให้ครบถ้วน เด็ดโดนใจ รับไปเลยครับ ผมมีทั้งหมด 5 รางวัลครับ (ให้มากไปกลัวได้ทุกคนครับ ยิ่งแต่คนอ่านเว็บน้อยๆ (ฮา))

คลิกที่นี่

ร่วมสนุกกันเยอะๆนะครับ

เฮ้อ จบแล้ว … จะไปหาอะไรมาบล็อกต่อดีล่ะเนี่ย (แอบหมดมุก)

ดูทุกตอนของ Asia-Pacific Robofest Camp 2009

Comments

comments

Powered by Facebook Comments