มาเป็น X-man แกล้งเด็กปีหนึ่งกันเถอะ !

ช่วงก่อนที่มีการสอบเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่เกาหลี ผมไปเจอข้อความนึงที่เกี่ยวกับคำว่า
“X-man”ครับ ก็แอบสงสัยว่า เอ คุยเรื่องอะไรกัน หนัง X-man งั้นเหรอ? ไม่น่าจะใช่
เลยไปถามเพื่อน เค้าก็พูด “อ๋อ…” (ซะดังจนผมตกใจ) ก่อนที่จะอธิบายว่ามันคือ
“กิจกรรมที่เอาไว้แกล้งเด็กปีหนึ่ง”

ในห้องแชทนั้นกำลังถามกันครับว่า จะให้ใครเล่นเป็น X-man ดี ? ซึ่งหน้าที่ของการเป็น X-man คือการ
ปลอมตัว ไปเนียนอยู่กับน้องๆปีหนึ่ง ที่จะเข้ามหาลัยในเดือนมีนาคมปีหน้า…  ทุกคนอาจจะมองว่ามันดูง่าย
แค่ไปเนียนๆอยู่ด้วยกันกับรุ่นน้อง แต่นี่มันหมายถึงว่า เราต้องเนียน ลักษณะว่า ไม่รู้จักอาคารเรียนต่างๆ
ร้านอาหารอยู่ตรงไหน ร้านเครื่องเขียนอยู่ไหน แน่นอนว่า พวกวิชาเรียนก็ด้วย !! บางวิชาก็ต้องไปเนียนเรียน
ด้วย ทำกิจกรรมอะไรหลายๆอย่างด้วย ดังนั้น ถ้าหลุดติดต่อกับเพื่อน หรือเรียกเพื่อน (ซึ่งจริงๆต้องนับว่าเป็น
รุ่นพี่) ด้วยคำไม่สุภาพ (ปกติคุยกันกับเพื่อนรุ่นเดียวเค้าจะไม่ต้องพูดสุภาพครับ) ก็จะทำให้รุ่นน้องจับเอาง่ายๆ
แต่เพื่อนเฟรมก็เสริมอีกว่า พวกที่เป็น X-man เอาเข้าจริงๆแล้วก็เนียนได้ไม่นาน…

วันปฐมนิเทศ.. ใครเป็น X-man ก็ต้องมานั่งฟังรุ่นพี่แนะนำตัวด้วยนะ…
เวลากินข้าวก็เหมือนกัน แนะนำตัว ก็ต้องไม่ลืมอายุ(ที่สมมติขึ้นมา) สนามสอบเอนทรานซ์เป็นยังไง ข้อสอบ คุยกับรุ่นพี่ก็ต้องเนียนถามเรื่องเรียนเยอะๆ เรียนยากมั้ย ผม/หนูควรจะลงวิชาตัวไหนดีเทอมสอง เป็นต้น….

ข้อดีของการเป็น X-man ก็คงเป็นการทำให้บรรยากาศของคณะดูสนุกขึ้น สนิทและรู้จักกันมากขึ้น ที่มาที่ไป
ทำไมถึงต้องเรียกว่า X-man นั้น มาจากรายการเกมโชว์ของเกาหลี ออกอากาศครั้งแรกเมื่อปี 2003 ที่ชื่อว่า
“X맨을 찾아라” (ตามล่าหาเอ๊กซ์เมน) ซึ่งเป็นรายการเกมโชว์ที่ให้ดารานักแสดงมาทำกิจกรรมด้วยกัน
โดยมีหนึ่งคนที่ได้รับมอบหมายให้ทำให้ภารกิจของทีมนั้นแพ้ ซึ่งก็จะเป็นหน้าที่ของทุกทีม ที่ต้องหา X-man
ที่แท้จริงให้ได้ โดยรายการนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในช่วงนั้น และผลของรายการนี้ ก็สืบเนื่องมาเป็น
การหา X-man ที่เป็นรุ่นพี่แฝงเนียนอยู่ในกลุ่มรุ่นน้องในมหาวิทยาลัย และยังใช้ในการแข่งขันกีฬา
โดยจะเรียกคนที่ทำผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า หรือตัวถ่วงของทีมว่า “X-man” อีกด้วย

ทิ้งท้ายเป็นตัวอย่างรายการ X맨을 찾아라 ครับ…

 


(ตอนแรกของรายการเลยครับ ในตอนนี้จะอธิบายกฏ กติกาของเกม ค่อนข้างชัดเจน แต่เป็นภาษาเกาหลี)

 

ไม่แน่ใจว่าที่ไทยเอง ก็มีกิจกรรมลักษณะคล้ายเดียวกันนี้หรือเปล่านะครับ …
ก็หวังว่าเพื่อนๆที่สงสัยเกี่ยวกับกิจกรรมรับน้องในเกาหลี มีลักษณะเป็นยังไง ก็พอจะเข้าใจบ้างนะครับ จะเห็นได้ว่า
สีสันของกิจกรรมรับน้องแตกต่างจากที่ไทยพอสมควร พวกเราไม่มีเชียร์ของคณะ ไม่มีว้ากก ให้กินอะไรแปลกๆ

เอาเป็นว่า หากมีเรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับชีวิตในมหาวิทยาลัยในเกาหลีแปลกๆนี้ ก็จะไม่พลาดนำมาฝากคุณผู้อ่าน
แน่นอนครับ

สำหรับวันนี้ สวัสดีครับ 😀

Comments

comments

Powered by Facebook Comments