สูตรแห่งความสุข ธรรมะบรรยายโดย ว.วชิรเมธี ๑

บุญ เป็นเรื่องจำเพาะบุคคล ท่านพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี หรือที่เรารู้จักท่านในนาม ว.วชิรเมธี ซึ่งท่าน
ได้เกริ่นไว้ในงาน วิสาขบูชา พุทธบารมี ที่ผมมีโอกาสได้ไปฟังธรรมะบรรยายเมื่อ วันอาทิตย์ที่ 2
พฤษภาคม เวลา 13.00 น. ณ ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ นครราชสีมา

vajiramedhi

ในฐานะที่ผมเป็นพุทธศาสนิกชนคนนึง และเป็นผู้ที่ติดตามผลงานเขียนของท่านว.วชิรเมธี ขอใช้พื้นที่ตรงนี้
ในการส่งต่อธรรมะดีๆ ให้คุณผู้อ่าน นำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันนะครับ

สูตรแห่งความสุข ที่ท่านว.วชิรเมธี ได้มาบรรยายธรรมในวันนี้ คือ

” ขอให้เป็นที่รักเหมือนพระอานนท์
มีลาภผลเหมือนพระสิวลี
เป็นคนดีเหมือนพระองคุลีมาล
อายุยืนนานเหมือนพระพากุล

ท่าน ว.วชิรเมธี กล่าวที่มาของสูตรทุกสูตรนี้ให้ฟังว่า

ขอให้เป็นที่รักเหมือนพระอานนท์

พระอานนท์ - ภาพประกอบจาก http://en.wikipedia.org/wiki/Ananda

พระอานนท์ กล่าวคือ เป็นพระพุทธอุปฐากครับ หรือถ้าเรียกง่ายๆก็คือ เลขานุการส่วนพระองค์ของ
องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นหนึ่งในพระที่พระศาสดาอย่างองค์สัมมาสัมพุทธเจ้า สาธุ ให้
(แสดงว่าไม่ธรรมดา)

มี พรอยู่ 1 ใน 8 ข้อ ที่พระอานนท์ขอพระพุทธเจ้า คือ หากพระพุทธองค์เสด็จไปที่แสดงเทศนาที่
ไหน  แต่พระอานนท์ไม่ได้เสด็จไปด้วย ขอให้เล่าให้ฟัง ถามว่า พระพุทธองค์จะ รับมั้ย ?
พระองค์ ทรงรับ และถามกลับว่า ทำไมท่านจึงขอพรข้อนี้ ? พระอานนท์ตอบกลับไปว่า
“หากมีคนถามเกี่ยวกับธรรมะที่พระองค์ได้ไปเทศนาและพระอานนท์ตอบไม่ได้ จะเสียความ
ที่เป็น
พระพุทธอุปทาน ง่ายๆคือ เสียชื่อเลขาฯ นั่นเอง

อยู่ กับนายต้องรู้ รู้ถึงวิถีชีวิต รู้ว่านายทำงานอย่างไร มีสถานะครอบครัวอย่างไร สังคมของเจ้า
นายเป็นอย่างไร

ข้าง ต้น เป็นเหตุผลหนึ่งที่ขอพรจากพระพุทธเจ้า คือ ท่านไม่อยากเสียความที่เป็นพระพุทธอุปทาน
ขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้า แต่อีกประการก็คือ ต้องการทรงจำธรรมทุกข้อเพื่อส่งให้คนรุ่นหลัง

หลายๆส่วนในบทสวดที่มีข้อความว่า “เอวัมเม สุตัง เอกัง” นั่นหมายถึง ท่านได้สดับมา หรือได้ฟังมา
ดังนี้  เป็นการแสดงให้เห็นความจำที่ดีของ พระอานนท์ในการใช้ความพยายามในการจดจำคำ
สั่งสอนของพระพุทธเจ้า ก่อนที่พระอานนท์จะนำไปเทศนาต่อ การแสดงธรรมแบบปากต่อปากนี้
เราเรียกว่า “มุขปาฐะ” มีการฟังสวดพร้อมกัน ที่เราเรียกว่า “สังคายนา” ก่อนที่จะรวมหลักธรรม
คำสอนเป็นหมวดหมู่ จึงเป็นที่มาของการทำพระไตรปิฎก

พระอานนท์เป็นผู้ที่มีความทรงจำดีมาก ท่านจดจำคำสั่งสอนเพื่อให้ทุกคำสั่งสอนสืบทอดต่อไป
ดังนั้นท่านจึงไม่ได้มีเวลาปลีกวิเวก ปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง ท่านจึงเป็นแค่พระโสดาบัน (โสดาบัน
หมายถึง ผู้เข้าถึงกระแสธรรม ซึ่งเป็น 1 ใน 4 ประเภท โสดาบัน คือขั้นแรก อ่านต่อ…) แต่ท่าน
ก็บรรลุธรรมด้วยอิริยาบถที่แปลกในบรรดารูปอื่นๆ

สิ่งที่สำคัญที่ท่านไม่ได้ปฏิบัติธรรมอย่างจริงจังเพื่อบรรลุเป็นพระอรหันต์ แต่ท่านเป็นเพียงพระ
โสดาบันนั้น ไม่ใช่เพราะท่านไม่มีปัญญา จริงแล้วการที่ท่านทำเช่นนั้นจะทำให้ฉันทะ ในการที่จะ
จดจำคำสอนของพระพุทธองค์นั้นลดลง การกระทำของพระอานนท์นั้นจึงเป็นการกระทำเพื่อ
ส่วนรวมโดยแท้จริง เป็นประเพณีในการสวดมนต์ของศาสนาพุทธจนถึงทุกวันนี้

” ส่วนไหนๆก็ไม่ยิ่งใหญ่เท่าส่วนรวม , เลิกเห็นแก่ตัว จะเอาอะไรเข้าตัวเอง”

คนที่เห็นแก่ตัวดูๆแล้วเหมือนจะชนะ แต่ไม่นานเค้าก็จะล้มเหลวจากความเกลียดชังของคนอื่น

ในงานสังคายนาครั้งที่ 1 พระอานนท์ให้ผู้หญิงเป็นผู้สักการะพระบรมศพก่อน  ทำให้อุบาสก
ทั้งหลายในงานนั้นสงสัย พระอานนท์ให้เหตุผลที่แสนจะละเมียดละไมว่า ควรจะให้ได้สักการะ
ตั้งแต่เสียกลางวัน พระสงฆ์มีหลายรูปเกรงว่ากลางคืนจะไม่ปลอดภัย

(เป็นที่มาของ Lady first :p )

ด้วยคุณงามความดีของท่าน ทำให้มีแต่คนอยากได้อัฏฐิของท่านไว้สักการะบูชา ทำให้ก่อนที่
ท่านจะปรินิพพาน เรียกว่าคิดหนัก ทำให้ท่านไม่สามารถปรินิพพานบนพื้นดินได้ ท่านจึงได้
อธิษฐานโดยขอให้กระจายพระอัฏฐิ (พระธาตุ) ให้ทั่วถึง ให้กายของท่านแตกออกเป็น 2 ภาค
และเผาผลาญร่างกายให้ไว้เหลือเพียงอัฏฐิ ก่อนที่จะตกเป็นเหมือนฝนห่าใหญ่ ให้คนที่บริเวณ
แม่น้ำโรหิณี ซึ่งเป็นสถานที่ที่พระอานนท์ตั้งจิตอธิษฐานไว้ ได้รับพระธาตุไว้สักการะบูชา

เพราะท่านเป็นที่รักมาก มีแต่คนอยากเก็บอัฏฐิ (กระดูก) ของท่านไว้ ลองเปรียบกับตัวเราบ้าง
ต่อให้เป็นคนที่เราว่ารักที่สุด เราก็ยังไม่อยากเก็บกระดูกไว้ ดังนั้น

ที่ว่า รักนักรักหนา อยากจะรู้ว่าจริงไม่จริง ต้องลองตายดู (แล้วมาดูพฤติกรรมของแฟนเรา :p)

ดังนั้น อยากเป็นที่รัก ให้เป็นนักเสียสละ

ยังมีเรื่องราวของอีก 3 ท่านที่พูดถึงในสูตรครับ เป็นสูตรในการอธิษฐานเรียกว่าครบ ทั้งเป็นที่รัก
มีลาภผล เป็นคนดี อายุยืนนาน ซึ่งผมจะหาโอกาสในการนำเสนอต่อไป เพราะในตอนนี้ ผมถือว่า
เป็นตอนที่ใช้ระยะเวลาในการรวบรวมมากครับ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง หวังว่าจะช่วยให้ทุกท่าน
สบายใจในโลกธรรมะกับการที่เป็นคนที่รักดั่งเช่น พระอานนท์ (:

slogan-copy

Comments

comments

Powered by Facebook Comments