8 เหตุผลที่ต้องไปเยือนกรุงโซลสักครั้งในชีวิต!

 

Source: Education First

ปัจจุบันกรุงโซลเป็นอีกเมืองหนึ่งที่ใครๆก็หลงรัก เมืองหลวงของประเทศเกาหลีใต้ เป็นทั้งศูนย์กลางแฟชั่น ไปจนถึงสถาปัตยกรรมและธุรกิจ เต็มไปด้วยเอกลักษณ์และความโดดเด่นมากมาย รอให้คนที่มาเยี่ยมค้นหา ไม่ว่าจะมาเที่ยวหรือเรียนภาษาเกาหลี นอกจากนี้กรุงโซลยังคงวัฒนธรรมดั้งเดิมของตัวเองไว้ ไม่ว่าจะเป็นวัดวาอาราม ไปจนถึงอาหารที่มีชื่อเสียง สถาบันสอนภาษา EF Education First ได้รวบรวม 8 เหตุผลดีๆ 8 ข้อว่าทำไมโซลถึงควรเป็นจุดหมายที่คุณควรจะต้องมาสักครั้งในชีวิต

1. ศูนย์กลางแฟชั่นสร้างความประทับใจ

สำหรับคนไหนที่ไปเที่ยวกรุงโซล จะมองไปทางซ้ายหรือทางขวาก็มีแต่คนแต่งตัวดี นั่นเป็นเพราะว่ากรุงโซลขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่มีคนแต่งตัวทันสมัยมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก เมืองนี้มีการจัด Fashion Week ซึ่งเป็นการแสดงแฟชั่นที่เป็นศูนย์รวมของนักออกแบบทั่วประเทศเกาหลี โดยงาน Fashion Week จะจัดขึ้นทุกเดือนมีนาคมและตุลาคมทุกๆปีเพื่อเป็นการแสดงฝีมือดีไซน์เนอร์ทั้งเสื้อผ้าผู้หญิงและผู้ชาย

สำหรับงานในปีนี้จัดขึ้นในวันที่ 19-24 มีนาคม 2561 ซึ่งใครที่สนใจก็สามารถเข้าไปติดตามกำหนดการ และรายละเอียดได้จากเว็บไซต์ของผู้จัดงานได้ครับ

2. ตามรอยเพลงชื่อดัง Gangnam Style

ขอบพระคุณรูปภาพจาก Wikipedia

เชื่อว่าใครๆก็ต้องรู้จักเพลงชื่อดังของนักร้องเกาหลี PSY อย่าง Gangnam Style รู้กันหรือเปล่าว่าชื่อ Gangnam อันที่จริงแล้ว เป็นชื่อของย่านๆหนึ่งในกรุงโซล Gangnam ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจของกรุงโซลเลยก็ว่าได้ เพราะว่าเป็นทั้งศูนย์กลางทางธุรกิจและวัฒนธรรม เป็นที่ตั้งของทั้งบริษัทใหญ่มากมาย และเป็นศูนย์รวมของสถานบันเทิงยามค่ำคืนอีกด้วย มาถึงย่านนี้แล้วก็จะสังเกตได้เห็นถึงแสงไฟนีออนเต็มไปหมด มาถึงนี้ก็ไม่ควรพลาดย่านช็อปปิ้งใต้ดิน Gangnam underground shopping หรือจะนั่งรถไฟออกไปสักไม่กี่ป้าย ก็สามารถเที่ยวต่อในห้างสรรพสินค้าใหญ่ย่าง COEX รวมไปถึงวัดพงอึนซา วัดชื่อดังของกรุงโซลอีกด้วย

3. การผจญภัยตามมุมต่างๆของเมือง

 ย่านต่างๆของกรุงโซลมีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป กรุงโซลประกอบไปด้วยประชากรถึง 10 ล้านคน แต่เราก็สามารถหลบหนีฝูงชนและไปผจญภัยในธรรมชาติตามอุทยานแห่งชาติต่างๆได้ เขา Bukhansan (북한산) ซึ่งอยู่ห่างจากใจกลางกรุงโซลเพียงแค่ 45 นาทีโดยรถไฟใต้ดิน มาถึงที่นี่ก็จะได้สูดอากาศสดชื่นของธรรมชาติ หรือใครที่เวลาเหลือ อยากจะพิชิตยอดเขาที่สูงที่สุดของประเทศเกาหลีใต้ ที่เขา Bukhansan นี้ ก็มียอดที่สูงที่สุด (836.5 เมตร) ไว้รอท้าทายนักท่องเที่ยวเช่นกัน ยอดนี้มีชื่อว่า Baegundae  Peak ลองสร้างเส้นทางแล้วไปเก็บภาพสวยๆกันได้

4. ตามล่าวัฒนธรรมเกาหลีที่ใครๆก็หลงใหล

ปัจจุบันมีคนทั่วโลกที่หลงใหลในวัฒนธรรมเกาหลี นอกจากเรื่อง K-pop ศิลปิน ซีรีส์เกาหลีแล้ว อาหารเกาหลียังเป็นที่ชื่นชอบของใครหลายๆคนอีกด้วย ความหลากหลายของเมนูกิมจิ เมนูผัก ก็เป็นอีกหนึ่งจุดเริ่มต้นที่ทำให้ใครหลายๆคน หันมาสนใจกินผักเพื่อสุขภาพกัน กรุงโซลยังถือว่าเป็นศูนย์กลางอาหารเกาหลีที่คุณสามารถหาของกินได้ทั่วทุกมุมของเมือง เอาใจนักชิม ตัวอย่างเมนูที่นักท่องเที่ยวหลายคนโปรดปราน มาเกาหลีก็ต้องมาชิมให้ได้ เช่น พุลโกกี (Bulgogi) เนื้อผัดซอสใส่วุ้นเส้น รสชาติหวานๆ ขลุกขลิกด้วยน้ำซอส, พิบิมปับ (Bibimbap) ข้าวยำเกาหลี ที่เต็มไปด้วย มากับซอสที่คลุกทานกับข้าวให้รสชาติอร่อยกลมกล่อม หรือสายเนื้อ ก็มีซี่โครงราดซอส (Galbi) แล้วไปย่าง หรืออบ หรือเด็ดกว่านั้นจุ่มชีสก็มี!

5. ย้อนเวลากลับไปหาประเทศเกาหลีในอดีต

แม้ว่าจะกรุงโซลจะขึ้นชื่อด้านความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี มีบริษัทที่เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Samsung, LG และอื่นๆ แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องชื่นชมคือการที่เกาหลีใต้ยังสามารถรักษาความดั้งเดิมของวัฒนธรรมไว้ได้อย่างลงตัว คุณสามารถย้อนเวลากลับไปในอดีตของประเทศเกาหลี เยี่ยมชม 5 พระราชวังใหญ่หรือที่เรียกกันว่า Five Grand Palace หนึ่งในนั้นคือพระราชวัง คยองบกกุง (Gyeongbokgung) ที่สร้างขึ้นในปี 1937 และพระราชวังชังดอกกุง (Changdeokgung) พระราชวังในโซลที่ถูกบันทึกให้เป็นมรดกของโลกจาก UNESCO

6. เดินทางสู่โลกอนาคต!

เทคโนโลยีของประเทศนี้ขับเคลื่อนประเทศเกาหลีใต้อยู่ตลอดเวลา มีนวัตกรรมใหม่ๆ มากมายอย่างต่อเนื่องจนทำให้ได้กลายเป็นเมืองที่ไฮเทคที่สุดแห่งหนึ่งของโลกประเทศหนึ่ง กรุงโซลมีการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตที่รวดเร็วที่สุดในโลกจนได้ขึ้นชื่อว่าเป็น Digital media city เรียกว่าไม่ต้องกังวลว่าจะไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้

กรุงโซลยังพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในกรุงด้วยการพัฒนาเมืองให้เป็น Smart City สามารถเข้าถึงข้อมูลการจราจร ป้ายรถเมล์ สภาพอากาศ ทำให้คุณสามารถวางแผนการเดินทางในโซลได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และแม่นยำเสมือนว่าคุณกำลังอยู่ในโลกแห่งอนาคต

7. ทำความรู้จักประสบการณ์ Soju ที่แท้จริง!

ขอบพระคุณรูปภาพจาก Tasting Table

คติของคนเกาหลีคือ “ทำงานหนักก็ต้องเล่นให้หนักกว่า!” หรือ Work hard, play harder คนเกาหลีชื่นชอบการดื่มเป็นชีวิตจิตใจ ‘โซจู (소주)’ หนึ่งในเครื่องดื่มที่สูตรต้นตำรับจะทำมาจากข้าวและมีเปอร์เซนต์แอลกอฮอล์มากถึง 16.8 – 53 % เมื่อสังสรรค์ด้วยการดื่มแล้ว ส่วนใหญ่ก็มักจะไปต่อกันด้วยร้านคาราโอเกะ ใครที่เคยไปตามย่านท่องเที่ยวในกรุงโซล อาจจะสังเกตเห็นคนเกาหลีมากมายอยู่ในร้านคาราโอเกะ วัฒนธรรมการร้องคาราโอเกะนั้นเป็นจุดเริ่มต้นประเทศเกาหลีมาหลากหลายศตวรรษ ถือว่าเป็นการปลดปล่อยที่ดีหลังจากการทำงานหนักมาทั้งวัน

8. เดินทางไปสู่เมืองๆอื่นในประเทศเกาหลีใต้

เมื่อคุณมาถึงกรุงโซล อย่าจำกัดตัวเองอยู่แค่กรุงโซลเมืองเดียว เพราะคุณสามารถเดินทางด้วยรถไฟ เครื่องบิน ไปเมืองอื่นๆในประเทศเกาหลีใต้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็น เมืองพูซาน (Busan) หรือที่เรียกกันว่า “ไมอามีของเกาหลีใต้” หรือเกาะเชจู (Jeuju island) ที่มีชายหาดและวิวทัศน์ภูเขาไฟ ถ้าเวลาน้อยแต่อยากลองออกไปนอกกรุงโซลกันอีกสักนิด ก็มีเมืองซูวอน (Suwon) ที่นี่คุณสามารถไปเยี่ยมชมป้อมปราการฮวาซ็อง (Hwaseong fortress) หนึ่งในอีกมรดกโลกของ UNESCO และอีกหลากหลายกิจกรรมตามความสนใจ

ได้อ่านทั้ง 8 เหตุผลกันแล้ว แต่ยังรู้สึกไม่จุใจ อยากจะมาสัมผัสกับบรรยากาศเกาหลี ก็ลองให้เกาหลีใต้เป็นหนึ่งในเป้าหมายการเดินทางดูสักครั้ง หรือใครที่สนใจอยากจะมาเรียนต่อที่เกาหลีเพื่อซึบซับวัฒนธรรมแบบเต็มที่ เปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆ สามารถติดต่อรับข้อมูลเกี่ยวกับการเรียนต่อได้จาก Education First

สนับสนุนเนื้อหาโดย : EF

Comments

comments

Powered by Facebook Comments