Home Blog Page 18

ปิดเทอมแล้วครับ ~

7

เช้านี้ผมตั้งปฏิญาณไว้ครับว่า จะลุกขึ้นมาอ่านหนังสือตอนตี 4 ให้ได้ หลังจากที่ผมเองพยายาม
สร้างข้อตกลงว่าจะอ่านหนังสือ ตลอดระยะเวลาที่ม.ปลายสอบ (ม.ต้นเลยหยุดได้อ่านหนังสือ) ทั้ง
3 วันนี้ แต่ผมเอง ก็มือไม่ห่างคอมเลยครับ

เพื่อเป็นการลงโทษตัวเอง เลยต้องยอมฝืนสังขาร เปิดเครื่อง (คอย Twitter) แล้วลุกมาอ่านหนังสือ
ตั้งแต่ตี 4
แล้วผมก็ทำได้ครับ อันนี้ซึ้งจริงๆ เพราะปกติไม่เคยตื่นเลย

เอาเป็นว่าเรื่องอ่านหนังสือผ่านพ้นไป เจอข้อสอบจริงๆเข้าก็จุกครับ ภาษาไทยทำได้ครับ มันออก
วิเคราะห์ๆ ครับ โดยรวมที่อ่านมาก็ช่วยเยอะเลยล่ะ ส่วนวิทยาศาสตร์นี่ก็จุกหน่อยๆครับ มั่วไป
หลายข้อ ส่วนเลขเพิ่มเติม ซึ่งเป็นวิชาเลือก ก็จุกยิ่งกว่า เพราะทำไม่ได้เลยครับ อันนี้ก็ยอมรับไป
ตามสภาพ หัวไม่ไปจริงๆด้านนี้

สอบเสร็จจึงเหมือนกับการยกภูเขาไฟออกจากอกเลยครับ และมันก็ถึงเวลาที่จะเรียกว่าสบายที่สุด
ก็ไม่ได้ แต่เลือกที่จะสบายได้ว่างั้น เพราะปิดเทอมนี้ผมยังไม่ทิ้งเรื่องการเรียน ที่เป็นช่วงหัวเลี้ยว
หัวต่อม.4  หรอกนะ ปิดเทอมก็คงตั้งใจสองอย่างคือ เรียน กับ ทำงาน เวลาเล่นก็มาพร้อมกับตอน
ที่ทำงานนี่แหละ เล่นไปเล่นมาเดี๋ยวก็ไม่ได้ทำงานเอง

วันนี้อ.โทรมาบอกเรื่องเกียรติบัตรที่ผมไปเข้าค่าย Asia-Pacific Robofest 2009 นั้นมาแล้ว ก็เลย
ขอไปชื่นชมซะหน่อย 🙂

robofest certificate

dsc09500

dsc09504

เทียบกับประเทศไทยที่เกียรติบัตรมันจะมีแต่ชื่อ ขอให้มี อายุ วรรณะ สุขะ พลศึกษา และอนามัย
อะไรทั้งหลาย ก็ยังเทียบไม่ได้กับการที่จะมีรูปกิจกรรมในเกียรติบัตรครับ ผมมองว่ามันเป็นเหมือน
กับการสื่อสารอะไรบางอย่างด้วยนะ อยากให้เราจดจำวันที่เราได้เกียรติบัตรนี้มา อะไรทำนองนี้ครับ

พูดถึงค่ายนี้ วันก่อนนั่งเล่น Google Maps / Earth อยู่นานครับ มานั่งหาเมืองเกาหลีเล่นๆ แล้วก็
เลยคิดที่จะค้นหาไปที่มหาวิทยาลัย Hanyang สถานที่เข้าค่ายครั้งนี้ หาที่พัก ดูบรรยากาศบริเวณๆ
นั้นครับ แต่ก็ใช้เวลานานมากมาย สุดท้ายผมก็เจอแล้วล่ะ ก็เลย Add Placemark (จุด) ไว้ มาเปิด
ดูอีกทีหนึ่งตอนเย็น ปรากฏว่ามันไม่ใช่ เพราะตึกที่พักของผม หน้ามันต้องมีอาคารมากั้นไว้ครับ

ดูในรูปเอาแล้วกันครับ จริงๆแล้วผมสันนิษฐานว่ามันคือตึกตัว U นั่นแหละ เพราะว่ามันมีพื้นโล่งๆ
หน้าอาคาร แล้วก็มันแบ่งห้องพักเป็นสองฝั่ง เลยคิดว่าน่าจะเป็นตัว U

hanyang academic hose map

แต่ไปๆมาๆก็ไม่ใช่ล่ะ มาเทียบกับรูปที่เราอุตส่าห์ไปถ่ายมาตั้งเยอะ แล้วมันกลับกันครับ ก็เลยทำ
เป็นรูปจริงเทียบซะเลย (สอบเสร็จก็เป็นงี้แหละ ว่างมาก)

สรุปคือการถ่ายรูปอาคารสถานที่มา เป็นประโยชน์มากครับในการแกะรอยครั้งนี้ ดูมันสนุกไปเลย
แต่ช่วงนั้นขอบอกเลยครับว่า ไม่อยากเอามือออกมากดชัตเตอร์ถ่ายรูปเลยครับ มันหนาวมาก

ตอนนี้ก็ปิดเทอมแล้วครับ เพื่อนๆใครมีแปลนทำอะไรกันบ้างในช่วงปิดเทอม มาเล่าให้เป็นไอเดีย
กันบ้างนะครับ เขียนบล็อกด้วยจะยิ่งดีเลย 🙂

ผมเป็นเด็กไม่ติดเกมนะ

24

ช่วงนี้ขอมาเล่าประสบการณ์เกมให้คุณผู้อ่านฟังบ้างครับ หลายๆคนถามผมเหลือเกินว่า ตอนนี้
เล่นเกมอะไรอยู่ ผู้ใหญ่ก็ถามเหมือนกันว่าเล่นคอมน่ะ เล่นเกมอะไร ผมบอกไม่ได้เล่น ก็ไม่มีใคร
เชื่อเท่าไรครับ นั่นเป็นเพราะว่าผม “เลิกได้” ครับ แต่มันก็มีประสบการณ์ผ่านมาเยอะแยะ
แล้วผมจะเล่าให้ฟัง …

แต่ก่อนยอมรับว่าเล่นเกมบ่อยมาก เพราะเป็นช่วงที่เกมออนไลน์เพิ่งมาเติบโตในบ้านเรา ตอนนั้น
ก็ผมอยู่ประมาณ ป.3-ป.4 (ปี พ.ศ.2545 ได้) มีเกมออนไลน์หลายค่ายมากมาย

จุดเริ่มต้นของผม ที่ได้เข้าไปเล่นเกมออนไลน์นั้น เกิดจากผมไปที่แผงหนังสือ ไปเจอหนังสือเล่มนึง
เขียนว่า Game Online นี่ล่ะ ผมก็เห็นแล้วตาโต คิดว่ามันคือเกมออฟไลน์ปกติทั่วไป ก็เลยซื้อไป
อ่าน มันแถม CD มาด้วย ก็เลยติดตั้งทันที มีคู่มืออธิบายครบถ้วน ก็แปลกใจทำไมมันให้เชื่อมต่อ
อินเทอร์เน็ตเวลาเล่นด้วย เกมที่ผมกล่าวมาคือเกม “King of King” ของค่าย Lager ครับ

kingofkinglogo

จำภาพได้ว่าเข้าเกมไปได้แล้ว มันไม่มีคนเลยครับ ตัวเกมเป็นภาษาไทย ผมก็เริ่มไม่สนุกเข้าแล้ว
ก็เลยเลิกเล่นเป็นตั้งแต่นั้นมา แต่ผมก็ภูมิใจ เพราะ King of King คือเกมออนไลน์ภาษาไทย
เกมแรกของไทย เชียวนะ

เกมอื่นๆที่ผมเล่นถัดๆจากนั้นมาก็มีพวก Fairyland

ผมกับโปสเตอร์เกม Fairyland ที่ยังเก็บไว้อยู่ แถมมากับนิตยสารคอมพ์เกมเมอร์
ผมกับโปสเตอร์เกม Fairyland ที่ยังเก็บไว้อยู่ แถมมากับนิตยสารคอมพ์เกมเมอร์

Fairyland นี่เป็นเกมของค่าย Lager เหมือนกัน รูปแบบมันก็ RPG แบบ Turn Based ตีมอนส์เตอร์
แล้วมอนส์เตอร์แต่ละตัวในเกมมันก็ออกแนวกวนๆ น่ารักดี เนื้อหาก็อิงนิทาน สนุกครับ เพลินดี
เป็นเกมที่ผมติดงอมแงมในสมัยนั้น จำได้ว่าหยุดปีใหม่ผมก็เล่นข้ามคืนเลย เติมบัตรหมดไปเยอะ
แต่มันก็ทำให้ผมเลิกเล่นเกมนี้ได้ เพราะน้องผมมันเอาเงินในเกมไปซื้อของโดยพลการครับ มันก็เลย
หมดกำลังใจที่จะเล่นต่อเล็กน้อย สุดท้ายก็ต้องเลิกไป

รูปแบบของการต่อสู้ในเกม Fairyland ที่เป็นแบบ Turn based มีระบบ Party ด้วย มีสายอาชีพให้เลือกเยอะแยะ
รูปแบบของการต่อสู้ในเกม Fairyland ที่เป็นแบบ Turn based มีระบบ Party ด้วย มีสายอาชีพให้เลือกเยอะแยะ

ผมตอนเป็นเด็กกับ Poring ยักษ์ ในงาน ICT Expo
ผมตอนเป็นเด็กกับ Poring ยักษ์ ในงาน ICT Expo

Ragnarok เกมนี้ไม่พูดถึงไม่ได้ เพราะเป็นเกมที่ปัจจุบันก็ยังไม่ปิดตัวลง เป็นเกมค่าย Asiasoft
ตัวเกมก็เป็นแนวๆ RPG อีกเหมือนกัน เกมนี้เป็นเกมที่เสียเงินในสมัยนั้น ปัจจุบันผมไม่ได้ติดตาม
แต่ผมก็ชื่นชอบในรูปแบบการเล่น มอนส์เตอร์ที่มันเยอะ เล่นแล้วสนุก ตอนนั้นผมก็ไม่อยากเติมเงิน
ครับ ช่วงนั้นหาเงินไม่ได้ ก็เลยเป็นอุปสรรคในการเล่น เล่นใน Server จริงๆ ก็ได้แค่ Swordman
Level 20 ครับ – – ” (ทำได้แค่นั้นจริงๆ) ยิ่งสมัยแพทช์อัพเดตเกมที่จำลองเมืองไทย (อโยธยา)
ทำผมตามันวาวเลยครับ เพราะชอบอะไรที่เป็นไทยๆอยู่แล้ว ภูมิใจมากที่ไทยเป็นส่วนหนึ่งในฉาก
เกมที่ตนเองชื่นชอบ เกมนี้ของผมจบลงตรงขี้เกียจเติมเงินนี่ล่ะครับ มันไม่ได้มีทุกวัน

roayothayascene0nb

Maple Story เกมนี้เป็นเกมที่มีตัวละคนนึง คล้ายๆกับ Poring ใน Ragnarok สมัยนั้นก่อนที่ผม
จะได้เล่น Ragnarok นั้น ผมมาเจอเกม Maple Story ก่อน เนื่องจากว่าผมเห็นว่าตัวเกมมันคง
คล้ายๆกับ Ragnarok และตอนนั้น Ragnarok เก็บเงิน เลยไม่หาทางเล่น เลยมาเล่นเกมนี้แทน
หลายๆคนอาจสงสัย ช่วงนั้นมี Maple Storyแล้วเหรอ จริงๆแล้วไม่มีหรอกครับ ตัวเกมเป็นของ
เกาหลีอยู่เลย จำได้ว่ามันมีหนังสือขายครับให้เราไปสมัครที่เว็บเกาหลี Copy ภาษาเกาหลีมา
ใส่ตอนกรอกมากมาย วุ่นวายมากๆครับเลิกเล่นเพราะ ตอนนั้นเน็ตเต่ามากครับ
โหลดแพทช์ไม่ขึ้น 😛

gunbound_shootingjpeg

Gunbound เกมแนวนี้แตกต่างกับสองสามเกมด้านบนมาก ตรงที่ว่ามันเป็นเกมแนวเล็งๆ ยิง
เป็น Turn Based ให้เรารู้จักการคำนวน ใช้ฟิสิกส์กันหน่อย ตอนนั้นผมก็เล่นครับ ชอบใช้ตัว
Grub ที่มันเป็นหนอน ไล่ยิงกระสุนกลมๆ ผมจำได้ สนุกมากครับ แต่ตอนนั้นผมไปใช้โปรแกรม
โกงมัน มันจะเป็นโปรแกรมแนวๆ ใครยิงเราไม่เป็นไร แต่เรายิงใครโดน ลดเป็นหมื่น ช่วงนั้น
Asiasoft ก็มีมาตรการแก้ไขปัญหาพวกนี้ครับ ผมเลยลองเข้าไปเช็คเล่นๆดู ปรากฏว่า โดนแบน
ครับ ก็เลยเลิกเล่นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา​…

cronous

Cronous เกมนี้เท่าที่จำได้ ผมชอบอีกเกมนึงครับ มันเป็นเกมแนวๆไหนล่ะ Diabo ได้มั้ง มันก็ให้
เราไปตีมอนส์เตอร์นี่ล่ะครับ มีหลายเผ่า ชอบตัวเกม รูปแบบตัวเกม กราฟิกก็ใช้ได้ เลิกเล่นเพราะ
อะไรไม่ทราบเหมือนกัน จำไม่ได้

getamped15ss

Getamped อันนี้เล่นกับเพื่อนในห้องครับ ขำๆดี มันเป็นเกมแนวต่อสู่กันธรรมดาๆนี่แหละ ตัวละคร
ก็ฮาๆ แต่ง Skin สีผิวได้ เล่นฟรี แต่ถ้าเติมเงินก็จะซื้อ item ได้ แต่ชอบอย่างหนึ่งคือ item จะเป็น
ยังไงก็ได้ มันอยู่ที่การเล่นของคนมากกว่าว่าเป็นยังไง เติมบัตรซื้อ item เดียว ก็อาจจะชนะพวก
เทพๆก็ได้ เกมนี้เป็นเกมที่มี ID อยู่ ถ้าจะให้เล่นก็พร้อมเล่น เป็นตัวนักบินอวกาศ ตีน(ยศของ
เกมนี้) เป็นตีนอะไรลืมละ

Pangya นี่ก็เกมที่เล่นฮิตในห้องเหมือนกัน เคยเติมคุ้กกี้ไหม ? อันนี้จำไม่ได้ ไม่ได้เล่นเทพอะไรเลย
ตีมั่วๆไปวันๆ หวังฟลุค ลุ้นตอนที่จะตีช่วงมันใกล้ๆหลุมเท่านั้นเอง

ผมและน้องชายครับ สมัยนั้นก็บ้า TS Online มากๆครับ
ผมและน้องชายครับ สมัยนั้นก็บ้า TS Online มากๆครับ

TS Online เกมนี้เป็นเกมที่มีพรีเซ็นเตอร์เป็นเกมแรกของไทย คือ คุณแอร์ ภุมวารี ยอดกมล
เกมมีมนต์เสน่ห์อย่างหนึ่งคือเอาเรื่องสามก๊กมาโยงเป็นเรื่อง จับทหารมาเป็นพวกได้ ท้าต่อยกับ
NPC ได้ (อันนี้ชอบมาก 555) พักหลังๆมันก็เข้ายุคเก็บเงินนั่นแหละ ก็เลยเลิกเล่นไป แต่ชอบมาก
ปาโต้เยา สมัยช่วงที่งาน ICT Expo เอาพวกบูธเกมต่างๆไปออกด้วย เราก็ตามไป ไปขอลายเซ็นต์
พี่แอร์ ภุมวารี นี่ล่ะ เล่นเกมแย่งปาโต้เยาน้อง สนุกมากๆอีกเกม

6533_largejpeg

O2 Jam เกมนี้จำได้ว่าไปได้มาจากหนังสือเกม เห็นมันเป็นเกมดนตรี ตอนนั้นเราก็ชอบดนตรี
ก็เลยลองซื้อมาเล่นดู จำได้ว่าเพลงง่ายๆมันก็มี เราก็ชอบไปเอาเพลงยาก มันก็ท้าทายดี เป็นเกม
ดนตรีที่สนุกเกมนึงเลย แต่ทำไมไม่ฮิตไม่รู้ช่วงนั้น พักหลังๆเซ็ง ก็เลยไปหาโปรแกรมโกงมา (555)
จะว่าไปแล้ว ผมเป็น user ที่งี่เง่าคนนึงมากๆเลย แต่ก็นะ ไม่งั้นจะรู้เหรอโปรแกรมนี้มันโกงเป็น
ยังไง ผลสรุปก็คือ กดไม่มี miss ครับ มีเพิ่มยา สารพัด โอ้วว สุดท้ายก็เบื่อ ยอมแพ้ครับ

360

Seal Online เกมกระต่ายอะไรสักอย่าง งงกับภารกิจมันเหมือนกันครับ ไม่รู้จะสื่ออะไร การ์ตูน
ออกแนวหน้าเหลี่ยมๆ ไม่รู้ล่ะ แต่ตอนนั้นเกมนี้มันโปรโมตกันสุดเหวี่ยงมาก แก้ปัญหา ไปไม่เป็น
ก็เลยเลิกเล่น ปล่อยน้องมันเล่นไป

MU Online เกมนี้เป็นเกมที่สมัยนั้นคนพูดถึงกันเยอะมากๆครับ ผมก็มาเล่นช่วงที่มันใกล้จะ
ปิดเกมลงแล้ว จุดเริ่มต้นมันก็เกิดจากผมไปซื้อหนังสือเกมมานั่นแหละครับ แถม item แถมอะไร
ช่วงนั้นคนพูดถึงมันเยอะมากครับ แล้วก็แปลกที่เราไม่เล่น เลยต้องหามาเล่นให้ได้ สุดท้ายก็ต้อง
เลิกไปพร้อมกับการปิดตัวเกมลงนั่นแหละครับ

Audition เกมนี้มาฮิตตอนม.1 ครับ สมัยนั้นมีเพื่อนเล่น เราก็กดทันบ้าง ไม่ทันบ้าง เล่นเรื่อยๆ
ปัจจุบันก็ถ้าจะให้เล่นเป็นเพื่อนด้วยก็มี ID ครับ เล่นไม่เก่ง แต่มันก็เล่นไม่ยาก กดตามตัวอักษร
เพลงเร็วกว่า 110 นี่ก็ยอมแล้วครับ ไม่ไหว ไม่ได้ซ้อม มาเลิกเล่นตอน ม.1 ปลายๆ ช่วงงานเข้า
งานเข้าเยอะ จนไม่มีเวลาได้ทำอะไร

และก็มีอีกหลายเกมมากครับ (เท่าที่จำได้นะ) KHAN , พริสตัลเทลล์ , Lunentia , Yulgang
Flyff , ToksClub , มังกรหยกออนไลน์ , Special Force .
.. ฯลฯ

เยอะครับ บอกตรงๆว่าทุกเกมที่กล่าวมานี้ มี ID จริงๆ ไม่ได้ยืมเพื่อนเล่น แต่ตอนนี้ก็จำไม่ได้
แล้วล่ะครับ แล้วก็มีหลายๆเกม ที่ปิดตัวลงบ้างแล้ว ซึ่งผมเองก็รู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่มหัศจรรย์นะ
กับการได้เจอเพื่อนบนโลกออนไลน์ทางหนึ่งของผมในสมัยนั้น เพราะตอนนั้นก็ไม่คิดที่จะมาทำ
บล็อก หรือ Twitter หาสิงสถิตตามเว็บบอร์ดอะไรหรอก

มันเป็นความสุขของผมอย่างหนึ่งเลยล่ะ แต่เนื่องจาก งานมันบดบังจนทำให้ผมไม่มีเวลากลับไป
เล่นจริงๆจังๆ ทุกวัน แต่เล่นได้แค่กะเอาสนุก ร่วมวงสนทนาได้ด้วยก็เท่านั้นเองครับ เพราะเป็นคน
ที่ไม่ได้เล่นเกมเก่งอะไรเลย ยอมรับว่าแพ้น้องครับ T T

สุดท้ายผมเลยกลายเป็นเด็ก ไม่ติดเกม ….​ (ออนไลน์)

แต่ก็นะ เกมออฟไลน์ยังไม่ค่อยเล่นเลย คอนโซลก็เล่นบ้าง มี Wii อยู่เครื่องนึง ก็เล่นกับเพื่อนๆ
เวลามีโอกาส เพราะ Wii มันสนุกตรงที่ “เพื่อนเยอะ” นี่แหละ

dsc01819

ย้อนความหลังไป ดูเหมือนตัวเองแก่ยังไงไม่รู้ เขินน อายนะเนี่ย >,<

แถมด้วย คลิปที่ผมเล่น Wii ครั้งแรกในงาน Thailand Game Show Console Contest 2007
ที่ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ บางกะปิ

ก่อนขึ้นม.ปลาย ช่วงเวลาสุดท้ายในชั้นม.ต้น

17

ช่วงนี้ขอบอกว่า ไม่ได้เรียนหนักขึ้นอะไรอย่างที่สถานการณ์มันบีบบังคับหรอกครับ ถึงแม้ว่าช่วงนี้
จะสอบแล้วก็จริง แต่ว่าโรงเรียนก็ยังมีกิจกรรมอะไรอีกเยอะมากมาย ที่เป็นต้นเหตุทำให้หลายคาบ
ช่วงนี้ไม่ได้เรียน จะใช้คำว่า “ปิดคอร์สแล้ว” ก็ไม่ใช่ แต่น่าจะเอาเวลานี้มาสอนเสริม เก็งข้อสอบ
เสียมากกว่า บอกตรงๆว่า ไม่ชอบคำนี้เพราะมันแสดงให้เห็นถึงศักยภาพการศึกษาไทยได้ชัด

ชีวิตม.ต้น ตลอดระยะเวลา 3 ปีของผม ที่อยู่ในรั้วโรงเรียนที่เปี่ยมและอุดมไปด้วยกิจกรรม ก็ต้อง
ยอมรับว่า ผมผ่านมันมาแล้วครับ ทั้งกิจกรรมเชียร์ ที่ในปีก่อนมีซีเกมส์เข้ามา ก็บอกตรงๆครับว่า
ไม่ได้เรียน และเวลาเรียนน้อยมาก เอาทั้งคาบบ่ายไปซ้อมเชียร์ , กิจกรรมค่ายลูกเสือ ที่ก็ฝึกฝนกัน
เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกันครับ

ม. 1 ผมเข้าโรงเรียนนี้ได้ด้วยความสามารถพิเศษ (โควต้า) คอมพิวเตอร์ เข้าร่วมกิจกรรมการแข่งขัน
กับทางโรงเรียนมาเยอะพอสมควร และนี่ก็ม.3 รู้สึกหายเหนื่อยครับ ชีวิตในช่วงม.ต้น คิดว่าน่าจะเป็น
ชีวิตที่ยังสบายที่สุด อิสระ เรียนน้อย รุ่นพี่หลายคนก็บอกว่าชีวิต ม.ปลายนี่มันเรียนหนักสุดยอด
ผมยังนึกสภาพไม่ออกครับ แต่ผมเข้าใจคำว่า “เวลาไม่พอ” มันเป็นยังไง ผมชอบเพลง เสี้ยววินาที

ของ Bodyslam มากครับ โดยเฉพาะท่อน ทุกนาทีมันแบ่งเป็นวินาทีเพียงหนึ่งในล้านยังมี ขอเพียง
เสี้ยวนั้น คนเราได้เวลามาเท่ากันจริงๆครับ แต่ใครจะแบ่งได้มาก ได้น้อย ใช้เวลาให้คุ้มค่ามากที่สุด
เท่านั้นเอง เราไม่ต้องไปหวังเหมือนพี่โต๋ อยากได้เวลาเพิ่มหรอกครับ ชีวิตไม่มีโดเรมอน เพิ่มไม่ได้

(ถึงมีมันผมก็ไม่รู้ของวิเศษอะไรใช้เพิ่มเวลาได้ – – ”)

อีกไม่กี่วันต่อจากนี้ผมก็จะสอบแล้วครับ สอบปลายภาคสำหรับจบปีการศึกษานี้ และก็คงจะสู้ต่อ
เรียนให้เข้มขึ้น (กว่าเดิมที่เคยเป็นอยู่) ใส่ใจการเรียนให้มากกว่านี้ ปิดภาคเรียนผมหาที่เรียนพิเศษ
เพิ่มแล้วล่ะครับ ตอนนี้ก็เลือกไว้แล้วแห่งสองแห่ง จะเข้าไปเรียนที่กทม. เดือนมีนาคม นี้ครับ
ยังไงอาจจะเห็นผมหายไปเป็นระยะๆ นะ แต่ก็ไม่ทิ้งบล็อกนะ (อาจจะตั้ง publish ไว้ อิอิ)

อากาศเปลี่ยนแปลงแล้วล่ะครับ ที่นี่เริ่มฝนตกแล้ว เช้าอากาศกำลังดี เย็นๆครับ บ่ายเริ่มร้อนแล้วก็
ชื้นพอสมควร ยังไงก็รักษาสุขภาพกับอากาศที่เปลี่ยนแปลงด้วยครับ

ชีวิตม.ต้น ขอบอกว่าเป็นอะไรที่ต้องสร้างฐานกันให้มากๆครับ ทุกๆวันนี้ก็มีทั้งเรียน ลอก ปะปนกันไป
ไม่เข้าใจเรื่องอะไรแล้วไปลอกนี่ไม่แนะนำ (แต่พวกเราก็ทำกันประจำ) ม.ปลายชีวิตผมจะเป็นยังไง
ไม่รู้ จะชอบกับสายนี้หรือเปล่า เรียนจบ ม.6 จะทำมาหาเลี้ยงชีพอะไร ต้องดูกันต่อไปครับ

ผมเองก็คงจะพลิกผันตามเศรษฐกิจโลกและสังคมครับ

เป็นกำลังใจให้ด้วยครับ 🙂

เรื่องมันเกิดขึ้น…พร้อมๆกัน

20

เรื่องนี้ไม่ได้เป็นเรื่องรับวาเลนไทน์แต่อย่างใดครับ เพราะว่าตอนนี้ก็ไม่ได้มีอินลง อินเลิฟ อะไรกับ
เขาหรอกครับ (กลับมีแต่คนมองแปลกๆ….ตั้งแต่ใส่คอนแท็คเลนส์)

วันนี้เลยไม่พูดเรื่องความรัก แต่มาพูดเรื่องคอนแท็คเลนส์

จริงๆแล้ว อีกประมาณวันสองวัน ก็ครบรอบ 1 เดือนที่ผมใส่คอนแท็คเลนส์คู่นี้แล้วครับ ผมเองน่ะ
อยากจะบอกว่า ไม่อยากถอดมันเลย สาเหตุก็เพราะว่า ผมเริ่มมาใส่คอนแท็คตอนผมไปเกาหลีโน่น
คนที่ติดตามเรื่องของผมช่วงๆนั้น ก็รับไม่ได้กับหน้าของผมที่เปลี่ยนไป (บ่นกันมาเยอะมาก)

ผมกลับมาใส่คอนแท็คเลนส์ตอนช่วงไปเกาหลี ด้วยเหตุผลที่ว่าแว่นผมเริ่มมองไม่เห็นแล้ว และผม
เองก็กลัวจะมองไม่เห็นคนสอนตอนไปเกาหลี กลัวเรียนไม่รู้เรื่อง มองจอไม่ชัดครับ เลยตัดสินใจ
กลับมาพึ่งคอนแท็คเลนส์อีกครั้ง ผมเองไม่ได้ใส่ครั้งนี้ครั้งแรกครับ ผมใส่มาแล้วครั้งหนึ่ง และผมก็
ไม่ได้ติดใจอะไรเลย และก็ทิ้งไว้ไม่ใส่ ปัจจุบันก็ยังมีกล่องเก็บคอนแท็คไว้ให้สะเทือนใจอยู่ ด้วย
ความที่มัน “ใส่ยาก” และสัญชาตญานเราก็คือ เวลามีอะไรใกล้ๆตา มันจะหรี่ตาเองครับ ระยะแรกๆ
พวกใส่คอนแท็คนี่ ทำใจเลยล่ะว่า จะเอานิ้วที่มีคอนแท็คเลนส์อยู่ จะสวมเข้าไปครอบตรงตาดำ
ได้ยังไง ? (เออ นั่นน่ะสิ)

นอกเรื่องอีกแล้ว​…

dsc09308-copy

อยากจะสื่อในตอนนี้ก็คือ ไม่อยากถอดมากครับ เพราะความรู้สึกดีๆที่เรามองเห็นผ่านคอนแท็ค
เลนส์คู่นี้ มันมีเยอะแยะเหลือเกิน ประสบการณ์ต่างๆมากมายในชีวิต มันอยู่ในนี้ครับ ผมใส่มัน
ครั้งแรกที่เกาหลี จำได้เลยวันนั้นว่า ใช้เวลาแต่ละข้างนี่นานมาก หลังจากนั้นผมก็เริ่มชิน ผมเจอ
กับอากาศที่หนาวเย็น ภาพหิมะสวยๆ ผมมองเห็นผ่านคอนแท็คเลนส์คู่นี้ ความรู้สึกดีๆมันผ่าน
สายตามาตลอด 1 เดือนครับ โอ้ยย พูดไปเสียดายไป ไม่กล้าทิ้งครับ 😛

อีกเรื่อง คือเรื่อง โทรศัพท์มือถือ ของผมครับ

เพื่อนๆหลายคนถามผมว่า “มือถือนี่เก็บได้ที่ไหน” เพื่อนถามด้วยความสงสัย
ผมตอบกลับไปว่า “เฮ้ย ซื้อมาสิฟะ แต่มันนานมาแล้วเฉยๆ”

คือจะบอกว่า สองวันก่อน ผมตัดสินใจบอกแม่เรื่องไอโฟนครับ ว่าอยากได้ เพื่อที่จะเอาไปไว้ดู
วิดิโอเรียนๆทั้งหลายที่โหลดมาจากอินเทอร์เน็ต PDF อะไรก็มีครบครันละ เหลือแต่ไม่มีเวลาดู
เวลารอรถเมล์ หรือ คาบว่าง หรือไม่ได้เรียน มีอีกมากมายที่เป็นเวลาเหลือครับ ก็คิดว่ามันน่า
จะเป็นทางเลือกที่ดี ถ้าจะมีคนบอกผมว่า “เวลาว่างก็หยิบหนังสือขึ้นมาอ่านสิ” ผมเองก็คงตอบว่า
หนังสือมันไม่มีใครอธิบายครับ บางเรื่องอ่านเองไม่เข้าใจจริงๆ กับธรรมชาติคือ ที่นั่นอยู่ดีๆ ไม่มี
ใครอ่านหนังสือหรอกครับ ถ้าบรรยากาศมันไม่พาไป เพื่อนจะมองเราแปลกๆนะ (อันนี้บางคน
ก็ไม่คิดเรื่องนี้)

สรุปก็คือว่า ผลที่คุยกันวันนั้นมันไม่ผ่านครับ

แต่วันนี้ มือถือผม มันอาการแปลกๆตั้งแต่เช้าละ คือ ปุ่มเปิดมันกดยากขึ้นกว่าเดิม คืองี้ครับ
เมื่อหลายเดือนก่อน มือถือผมปุ่มมันหลุดหายไปครับ เปลี่ยนหน้ากากใหม่มันก็ไม่มีให้ คิดว่ามัน
ติดมากับเครื่อง ซึ่งถ้าจะไปหาก็ต้องหาที่ร้านขายโทรศัพท์ หรือรับซ่อมเลย

ผมก็จะใช้วิธีการเปิดเครื่องโดยใช้เล็บนิ้วโป้ง จิกไปให้แตะตรงปุ่มที่มันเป็นปุ่มแล้วเสียบเข้า
แผงวงจรมันอีกทีอะ (ดูจากรูป)

dsc09309-copy

ภาพข้างบนนี้ ก็คือภาพข้างบนเครื่อง สังเกตว่าไอ้ปุ่มที่ว่าที่มันเป็นรูโบ๋ ตรงกลางนั้นหายไปแล้ว
คือมันคงเจ๊งไปแล้วอะครับ ผมไม่สามารถที่จะเปิดเครื่องได้ ตอนนี้ผมโชคดี รุ่นน้องมาทำให้มัน
เปิดเครื่องได้ จากการมั่วๆ แต่ทีนี้ถ้าผมจะใช้จริงๆ (ไม่อยากมั่ว) เนี่ย งานมันเข้าแล้วล่ะครับ

ก็คงต้องเปิดโทรศัพท์ 24 ชม.แก้ขัดไปก่อน ไม่อยากเอาไปซ่อม เพราะสภาพไม่คุ้มกับการซ่อม
แล้วครับ จะบอกเหตุผลนี้ให้แม่ฟังก็นะ

ลองนึกภาพเอาแล้วกันครับว่ามันจะเป็นยังไง …

ผมถึงบอกไงว่า เรื่องมันเกิดขึ้น…พร้อมๆกัน

แถมด้วย รูปโทรศัพท์มือถือของผมครับ (จะบอกว่าไม่เหมาะกับภาพ background ที่เป็น
keyboard ที่อยู่ข้างหลังเลย)

dsc09310-copy

แต่มันลอกอย่างนี้ดีนะครับ มันทำให้ผมสามารถที่จะท่องตัวอักษร เรียงจาก ก-ฮ ได้ ว่าตัวอักษร
อะไรมาก่อนตัวอะไร (วันนี้สอบ O-NET เลยจำได้แม่น ทำข้อสอบได้) แต่ก็นะ เวลาจะคุยโทรศัพท์
ที ถ้าอยู่ที่สาธารณะก็ไม่อยากเอาออกมาเท่าไรเลยครับ

อะไรว้า … จบไม่ Happy Ending เลย

จะ Valentine แล้วนะเนี่ย พรุ่งนี้

กลับมาจาก ICT Contest Festival 2009

10

สวัสดีครับ ตลอดระยะเวลา 3 วันที่ผ่านมา ผมเดินทางเข้ากรุงเทพฯ กับโรงเรียนครับ ซึ่งที่โรงเรียน
ก็มีโครงการ มีกิจกรรมไปแข่งขันในงานนี้ด้วยเหมือนกัน ผมกับรุ่นพี่อีกคนนึงชื่อพี่ตาล ไปแข่ง
ลินุกซ์กับผม เราเดินทางเช้าวันศุกร์ ล้อหมุนตี 5 (แต่ผมมาช้า เลทไป 15 นาที :P) จากโรงเรียน
ถึงพารากอน ก็ประมาณ 9 โมงครับ

ผมเองขออาจารย์รับผิดชอบกล้องวิดิโอ เพราะว่าส่วนตัวอยากจะถ่ายอะไรดีๆ มาฝากคนอ่านบล็อก
ของผมด้วยล่ะครับ ครั้งนี้จะพิเศษหน่อย อยากให้บรรยากาศการแข่งขันในเวทีระดับประเทศ มีมา
เป็นวิดิโอ จะได้เห็นเหมือนกับที่ผมเห็นครับ

dsc04820-medium
การแข่งขันรอบนักเรียน Client ครับ กำลังตอบปัญหาหมวดจิ๊กซอ ในการแข่งขัน NLC ต้องขอบคุณรูปจาก @aumpradya ด้วยครับ

เข้างานมาจากประตูทางออก ก็เจอบูธของกิจกรรมการแข่งขันระบบปฏิบัติการลินุกซ์แห่ง
ประเทศไทย
เลยครับ รอบเช้าเป็นรอบนักเรียนที่แข่งแบบ Client (Linux TLE) ก็เจอเพื่อนๆ ที่
รู้จักแข่งด้วยเยอะแยะ เห็นหน้านิ่ว คิ้วขมวด ทำกันอย่างเคร่งเครียดครับ ผมก็แอบๆถ่ายไปบ้าง
กรรมการก็รุมแต่โต๊ะเบอร์ 1 ซึ่งเป็นของน้องวิน (@willwill) ที่เป็นตัวเต็งตั้งแต่ปีที่แล้ว
(ดูรูปภาพได้จากกล้องกลางของการแข่งขัน NLC)

ระหว่างนี้เป็นเวลาที่ผมเตรียมตัวครับ แต่ผมก็ไม่เตรียมตัว เดินชมงานเล่นไปเรื่อยครับ ปีนี้
ในส่วนของรอยัล พารากอน ฮอลล์ ก็ถูกจัดเอาเวทีไว้ข้างหน้างาน เพื่อเสียงไม่ไปรบกวนกิจกรรม
และข้างในก็จะมีแต่การแข่งขันครับ มาดูการแข่งขันของบูธโรงเรียนผม ซึ่งผมเองก็ติดตาม
การทำงานของพี่เขาเป็นระยะๆครับ สำหรับโครงงาน “ผลึกผนึกมาร (Crystaxis)” ซึ่งเป็นหนึ่ง
ในโครงงานประเภทซอฟต์แวร์เพื่อความบันเทิง ทีมงานมีทั้งหมด 3 คน ด้วยกันครับ

dsc09204-copy

เกมเป็นเกมแนว RPG ครับ ซึ่งพี่เขาใช้ระยะเวลาถึง 1 ปี ในการพัฒนามา ตัวเกมสามมิติ ที่ผมเอง
ก็ทึ่งในความสามารถพี่เขาจริงๆครับ ทำงานกันแบบบริษัทพัฒนาเกมเลย เนื้อเรื่องเขาก็น่าสนใจ
ดีครับ เรียกได้ว่าคุ้มค่ากับที่รอคอย และก็สมกับที่ได้รางวัล ชนะเลิศ ในการแข่งขันประกวด
ซอฟต์แวร์เพื่อความบันเทิงในครั้งนี้จริงๆ ถือเป็นครั้งแรกของโรงเรียนเช่นเดียวกันครับ ที่ได้รับ
รางวัลนี้

dsc09105

อีกฝ่ังนึง คือ บูธของโรงเรียนผมเช่นกัน ที่ทำโครงงานซอฟต์แวร์ในประเภทประยุกต์การใช้งาน
ที่เป็นอุปกรณ์ในการคัดแยะขยะระหว่างโลหะและพลาสติก และหากผู้ใช้นำขยะมาทิ้งจะได้รับ
เหรียญความดี ซี่งเป็นของตอบแทนเพื่อใช้ไปแลกในการทำกิจกรรมของโรงเรียน สามารถรายงาน
ผลการทำงานผ่าน Bluetooth ได้ นี่ได้รองชนะเลิศ ในการแข่งขันประเภทนี้ครับ

dsc09202-copy

ผมเองก็อย่างที่กล่าวไว้เบื้องต้นแล้วครับว่า ผมแข่งลินุกซ์ ซึ่งเป็นรอบนักเรียน Server ส่วนตัวไม่ได้
ใกล้ชิดอะไรกับ Server มาก่อนเลยแม้แต่น้อยครับ แต่ปีนี้เหตุผลที่ลงสมัครรอบนี้ เพราะว่ารุ่นพี่
ที่โรงเรียนผมที่สนิทกันที่เขาเข้ามาแข่งขัน เขาจะต้องมาลงแข่งในประเภทนี้ เนื่องจากว่าอยู่ชั้น ม.5
ซึ่งไม่สามารถแข่งประเภท Client ได้ ก็เลยขอลงเป็นเพื่อน เพื่อที่จะได้ช่วยกันติว ทำให้ผมแทบว่า
ทำไม่ค่อยได้ถึงไม่ได้เลย ในการแข่งขันครั้งนี้ ก็เลยนึกไปถึงการแข่งขันลินุกซ์ครั้งแรกของผม
ในปี 2007 ที่ผมเองก็ไปลองข้อสอบในรอบ Client เหมือนกัน (อารมณ์เดียวกันเลย คือบางเรื่อง
เราก็ไม่รู้จริงๆ)

รูปภาพผมตอนแข่งคุณสมบัติครับ (กดตอบได้คนแรกเฉย T-T) ขอบคุณรูปภาพจาก @mrchoke ครับ
รูปภาพผมตอนแข่งคุณสมบัติครับ (กดตอบได้คนแรกเฉย T-T) ขอบคุณรูปภาพจาก @mrchoke ครับ

ในการแข่งขันมีทั้งหมด 3 ยกครับ ยกแรกเป็นการแข่งขันทายคุณสมบัติ ของโปรแกรม/บริการ
ต่างๆที่อยู่ใน Linux SIS โดยจะให้นักเรียนแย่งกันกดปุ่ม เพื่อมีสิทธิ์ในการไปขอเลือกข้อเพื่อเปิด
ดูคุณสมบัติ (เหมือนรายการแฟนพันธ์แท้เลย) ถ้าตอบได้ จะได้ 5 4 3 2 คะแนนตามลำดับ (ถ้า
เป็นคนแรก เปิดคนแรกตอบได้เลย ได้ 5 คะแนนครับ) ตอบผิด -2 ไม่ตอบ -1 ครับ เรียกได้ว่า
เป็นสีสันของปีนี้ เพราะเป็นปีแรก ทำฮาเหมือนกันครับ บางคุณสมบัติที่ไม่ช่วยอะไรก็มี มาแบบฮาๆ
พวก เกี่ยวกับระบบเครือข่าย , มีไฟล์คอนฟิกอยู่ใน /etc ฯลฯ

dsc09124

ยกที่ 2 เป็นเรื่องของจิ๊กซอ ครับ ในการแข่งขันก็จะมีภาพข้างหลังเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมและ
บริการใน Linux SIS เช่นเดียวกัน

dsc09158-copy-2

และยกที่ 3 ยกสุดท้าย เป็นเรื่องของการตอบคำถามความรู้ทั่วไป 45 ข้อครับ จะเหมือนกับปีที่แล้ว
ที่มีให้กดปุ่มแย่งกันตอบ เมื่อเห็นคำถาม สัญญาณให้กดปุ่มพร้อม ก็เริ่มเลยครับ ตอบได้ก็ตอบเลย
ตอบไม่ได้ก็ต้องพึ่งเครื่องกันหน่อยล่ะครับ

dsc05404-medium

เรียกได้ว่าสนุกไม่แพ้การแข่งขันประเภทอื่นๆ จริงๆล่ะครับ ส่วนผมหลังจากแข่งเสร็จก็ทำหน้าที่
เป็นคนดำเนินรายการต่อ จริงๆแล้วผมไม่อยากเรียกมันเป็นรายการหรอก ผมเองอยากจะนำเสนอ
เนื้อหาที่มันดูแปลกใหม่มากกว่า ให้กับผู้อ่านบล็อกของผมครับ อยากจะให้คุณผู้ชมเห็นอะไร
มากกว่ารูปภาพ ดูเป็นวิดิโอมันซะเลย ซึ่งผมเองก็ใช้ความพยายามในการขอยืมกล้องวิดิโอของ
โรงเรียน มาถ่ายทำ สัมภาษณ์ ผลงานต่างๆ ตลอดระยะเวลา 3 วันนี้ครับ

ความตั้งใจของผมคือ ผมอยากสัมภาษณ์คนเก่งๆ ผลงานเด็ดๆ เจ๋งๆ ที่ได้รับรางวัล ผมเองก็ยินดี
และชื่นชมในความสามารถและความตั้งใจกับทุกคนนะครับ ทุกคนในเวทีนี้ถือว่าสุดยอดมาก
และผมเองก็อยากจะให้ผู้อ่านได้ฟัง ได้เห็นคนเก่งๆ เหมือนกับที่ผมเห็นด้วย อยากให้ได้ฟังแนวคิด
หรือแรงบันดาลใจ อะไรที่ทำให้เขาอยากคิดอยากจะสร้างสรรค์ผลงานจนกระทั่งได้รับรางวัล
ผมอยากให้ประสบการณ์พวกนี้ล่ะครับ เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อ่าน อยากแข่ง อยากคิด ส่งผลงาน
เข้ามาร่วมแข่งขัน หรือว่าสร้างสรรค์ชิ้นงานใหม่ๆ จากแรงบันดาลใจของผู้อ่านครับ

เช่นเดียวกันกับผมเองที่ก็มีแรงบันดาลใจจากผู้อ่าน ที่นำเสนอข้อคิดเห็นให้กับผมเรื่อยๆ เป็น
กำลังใจให้เรื่อยๆ ผมเองก็มีแรงที่อยากจะทำอะไรเพื่อผู้อ่าน ด้วยการนำเสนออะไรพิเศษๆ ซึ่งก็
อย่าลืมติดตามความตั้งใจชิ้นนี้ของผมด้วยแล้วกันครับ

dsc09251-copy

สุดท้าย Framekung.com ขอแสดงความดีใจกับผู้เข้าแข่งขันทุกท่าน ทุกรายการ ผู้ที่ได้รับรางวัล
ในแต่ละรายการ ถือว่าท่านสุดยอด และขอเป็นกำลังใจให้อย่าหยุดคิด ให้พัฒนาผลงานต่อๆไป
ขอเป็นกำลังใจให้ครับ

ปล. เพิ่งมีโอกาสได้ไป True Urban Park ครับ ที่ร้านเขาโอเคเลยนะ กว้างขวาง ตรงที่มัน
เหมือนจอ แต่มันก็ไม่ใช่จอ (ไม่รู้จะเรียกอะไร) ที่มันเป็นกระดาษพลิกเป็นข้อความนั่น ก็เจ๋งไอเดีย
สุดยอดเลย แต่สุดยอดกว่า ก็คงเป็น iPhone ล่ะ ก็ไปเดินเล่นไปเล่นมา 2-3 รอบ กิเลสพุ่งงง…

ได้เสื้อ Framekung.com แล้วคร้าบบ

สวัสดีครับผู้อ่านทุกท่าน ช่วงนี้ผมก็แทบไม่ได้พักผ่อนเลยครับ อย่างที่บอกไปตอนที่แล้ว
และช่วงนี้เรียกได้ว่างานเข้า พอสมควรครับ มีหลายงานที่รายล้อมมาในช่วงๆนี้ แต่ก็ต้องทำครับ

เรื่องแรกก็คือ ผมสั่งทำเสื้อ Framekung.com ไว้ครับ พอดีเพื่อนผมเขารับตัดเสื้อ ก็เลยไปจ้าง
ร้านเพื่อนนี่ล่ะทำ ส่งแบบไป จริงๆก็จะเสร็จเร็วกว่านี้ล่ะครับ แต่ผมไม่ได้ให้รายละเอียดเพื่อนไป
ช่วงที่ไปเกาหลี ก็เลยทำให้เรื่องนี้หยุดไปสักพักครับ และผลก็คือ …

เสร็จแล้ว

framekung.com

dsc09091

dsc09090

อ้อ ผมทำมา 17 ตัวครับ ตอนนี้แจกไปแล้ว 2

เสื้อก็ทำมาเพื่อแจกสำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมกับเว็บไซต์ครับ ก็คงมีรายละเอียดเรื่อยๆ ให้ร่วมสนุก
อย่าลืมติดตามครับ

วันพรุ่งนี้ผมต้องเดินทางไปที่รอยัล พารากอน ฮอลล์ , สยามพารากอน ครับ เพื่อไปแข่งขัน
ในงาน Thailand ICT Contest Festival 2009 ครับ ผมไปแข่ง NLC ครับ หรือการแข่งขัน
ระบบปฏิบัติการลินุกซ์แห่งประเทศไทย รอบนี้เป็นรอบชิงชนะเลิศ​ 10 คนสุดท้ายแล้วครับ
ในเวลานี้ จะเข้ารอบไม่เข้ารอบ ไม่คิดอะไรมาก เพราะเวลาที่ทำกิจกรรมของผมน้อยนิดครับ
แต่ก็พยายามสุดๆ

พรุ่งนี้และเมื่อรืน ก็ตั้งใจว่าจะไปถ่ายบรรยากาศมาฝากคุณผู้ชมด้วยครับ เพราะงานนี้ผมเสียดาย
เป็นงานที่รวบรวมผลงานที่ผ่านเข้าขั้น ถึงระดับประเทศ ดังนั้น ผลงานแต่ละชิ้นต้องสุดยอด
และผมก็การันตี เพราะตลอดระยะเวลาที่ผมเข้าชมงานนี้ 2 ปีที่ผ่านมา ก็เจ๋งๆทั้งนั้นครับ

เอาเป็นว่า เป็นกำลังใจช่วยผมและฝากติดตามผลงานการถ่ายทำในครั้งนี้ด้วยครับ

แล้วเจอกัน 🙂

ยังไม่หายไปไหน แค่งานเยอะเฉยๆ

9

สวัสดีครับคุณผู้อ่านทุกท่าน

ผมเองก็ต้องยอมรับครับว่า ช่วงนี้งานเยอะขนาดไม่มีเวลาให้กับบล็อกเลยครับ อาทิตย์ก่อนนี่ก็
เพิ่งเสร็จจากค่ายลูกเสือมา ขอบอกตรงๆครับว่า เหนื่อยมาก ไปค่ายวันแรก รู้สึกเหงามาก
เพราะยังไม่ได้คุยกับแม่สักเท่าไร เนื่องจากว่าผมเองก็เพิ่งกลับจากเกาหลีมา (แนะนำให้เปิดเพลง
ข้างล่างประกอบ อารมณ์เดียวกัน)

เชื่อไหมครับว่า ยิ่งมืดเท่าไร มันก็ยิ่งเหงา คุยกับเพื่อนมันก็แก้เหงาอะไรผมไม่ได้เลย
ผมไม่เคยรู้สึกอย่างนี้นะ จริงๆแล้วก็ไม่ใช่เป็นคนขี้แย อยากอยู่แต่กับบ้าน ร้องหาแม่เลย
แต่ความรู้สึกมันเหงา มันอ้างว้างไงไม่รู้ครับ คิดถึงบ้าน คิดถึงเกาหลี (อารมณ์ค้างอยู่เลยตอนนั้น)
คิดถึงเพื่อนๆใน Twitter (บ้าเข้าไปใหญ่) ความรู้สึกมันค่อยๆบีบเข้ามาเรื่อยๆ ผมก็อดทนมาได้
ถึงวันสุดท้ายของค่ายล่ะครับ

พอมาอาทิตย์นี้ ค่อยดีใจหน่อย มีเวลาว่างกับเขาบ้าง แต่ก็นะครับ งานมันก็ยังคงรายล้อมเข้ามา
มีอะไรให้ทำอีกเยอะ ชอบคำนี้มากครับ “เพราะชีวิตคือการเดินทางโดยตลอด” ต้องขอบคุณพี่
เม่น
มาก ที่ทำให้รู้จักคำนี้ และได้หยิบยกขึ้นมาใช้ ผมเข้าใจว่ามันคือการเดินทางนี่ล่ะ ทำให้ผม
ยอมทุ่มเท ทำมันไปเพราะทุกๆสิ่งก็คืออะไรที่เราก็ต้องเผชิญมันอยู่แล้ว การที่ไม่เผชิญคือการ
หลีกเลี่ยงมัน และก็เชื่อว่าหลีกเลี่ยงได้ไม่นาน

เสาร์ก่อนจริงๆแล้ว ผมต้องเข้าไปแข่ง Robocode ที่ ม.เกษตรศาสตร์ครับ ผมก็เพิ่งรู้ว่าตัวเอง
เข้ารอบ คือเรื่องมันเป็นอย่างนี้ครับ ผมเองก็ตั้งใจจะแข่งแต่ไหนแต่ไรแล้ว มาดูเวลา ช่วงที่แข่ง
เป็นช่วงที่ไปเกาหลี ผมก็ตั้งปณิธานไว้ครับว่า ผมจะต้องเขียนโค้ดให้ทัน แล้วฝากน้องอัพโหลด
โค้ดให้

ตอนสมัครมันก็มีให้เราทดสอบหุ่นยนต์ โดยการทดลองอัพโหลดขึ้นไปครับ เมื่อเราอัพโหลดขึ้นไป
ได้แล้ว ก็คือผ่านครับ

หลังจากนั้น ผมก็ลืมเรื่องโค้ด และไปสนุกที่เกาหลีให้เต็มที่ เสียดายเหมือนกันครับ

กลับมา เพิ่งทราบว่า มันเลื่อนกำหนดส่งโค้ด แต่ก็นะ มารู้ในวันที่เขาหมดเขตส่งคืนนั้น ผมก็
ไม่ไหวหรอกครับ วันนั้นก็เหนื่อยอีกวัน

จนมารู้ก่อนที่จะแข่งรอบชิง 2-3 วันจาก นัทตี้ @tanaster ที่ถามผมเกี่ยวกับเรื่องแข่งนี่ล่ะ
ว่า ผมจะไปแข่งไหม ? Robocode อะ

ผมก็งงล่ะสิครับ จะไปแข่งได้ไง ตัวไปเกาหลี โค้ดก็ไม่ได้ส่ง

นัทตี้ก็เลยส่งลิงก์มาบอกว่า เนี่ย ผมก็เข้ารอบ

ผมก็ตกใจครับ จะบ้าเหรอ ติดได้ยังไง โค้ดไม่ได้ส่งเนี่ย มาดูที่โค้ด มันเป็นโค้ดที่เราทดลองส่งไปครับ
แล้วที่น่าสนใจคือ มันเป็นโค้ดที่เบสิกที่มันสร้างให้ตอนที่เราเปิดโปรแกรม คือ

เดินหน้า – ถอยหลัง – หมุนเรดาร์ สแกนเจอหุ่นยนต์ให้ยิง !!

โอ้วว เบสิกก เบสิกมากๆ

ก็ยังหลงเข้าไปในรอบชิงชนะเลิศ 50 คนสุดท้ายครับ

นี่ล่ะครับความฟลุคของผม และปีนี้ก็พลาดอีกล่ะครับที่ผมไม่ได้เข้าไปแข่งรอบชิง เนื่องจากว่า
ความพร้อมผมไม่มีเลยครับ ไม่ได้เตรียมตัวอะไร บวกกับ ที่นั่นค่อนข้างประสานงานแย่กว่าปีที่
แล้ว มันก็หมดกำลังใจที่จะไปแล้วครับ

วันนี้มีเวลาเขียนบล็อกสั้นๆ ข้อความข้างบนอาจจะไม่ให้อะไรกับผู้อ่านเลยแม้แต่น้อย
แต่ตั้งใจจะมาบอกว่า ยังมีเร่ืองสนุกๆให้เล่าอีกเยอะครับ ขอเวลาให้ผมพักเหนื่อยก่อนแล้วกัน 🙂

แล้วเจอกันครับ !!

Twitter addiction

11

ผมอยากเขียนเรื่องนี้มานานแล้วครับ เอาแบบจากประสบการณ์ตัวเองก่อน ว่าเราเคยใช้ Twitter
ไปทำอะไรในสมัยเริ่มเล่นแรกๆ และทำไมผมถึงติดมัน เหมือนมันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
ทำไมต้องให้ความสำคัญ อันนี้ล่ะ เป็นสิ่งที่ผมอยากนั่งทวนและกลับมาเล่าครับ

จุดเริ่มต้น

barcampbangkok

ผมรู้จักคำว่า “Twitter” ช่วงๆงาน Barcamp Bangkok (วันที่ 26 มกราคม 2550) มี section
นึงที่พี่ @sugree พูดถึง Twitter ชื่อเรื่องก็คือ “Twitter Rules!” ผมก็เข้าไปฟังด้วยครับ แต่
ก็ฟังได้นิดเดียว เพราะตอนนั้นมันมีหลายเรื่องน่าสนใจครับ แน่นอนผมก็เลยไม่เข้าใจ แต่ผม
ก็มาลองเล่นๆเองดู ข้างล่างเป็นสไลด์ที่พี่ @sugree พูดถึงวันนั้นครับ

Tweet แรก หรือ ข้อความที่ผมคุยใน Twitter เป็นข้อความแรก คือข้อความนี้ครับ
"I'm surfing the internet" คือ Tweet แรกของผมครับ
"I'm surfing the internet" คือ Tweet แรกของผมครับ

ผมก็รู้สึกว่ามันเป็นเหมือนส่วนหนึ่งในชีวิตของผมในตอนนี้นะ แต่ก่อนเหมือนโลกมันยังดูแคบๆ
ยังดูเหมือนถ้าจะคุยก็ต้องมี contact เขา ถึงจะติดต่อไปได้ อยากจะคุยก็ต้อง chat แต่ Twitter
มันเปลี่ยนมุมมองผมไป ผมอยากจะติดต่อใครก็ได้ !

สิ่งหนึ่งที่คิดเสมอๆ คือ มันเปลี่ยนวิธีการดำเนินชีวิตของตัวเองไปบ้างล่ะ มันเหมือนกับช่องทางหนึ่ง
ที่คอยรับฟังเราเสมอๆ เรามีปัญหาอะไรเราก็เข้าไประบาย คนที่เห็นความคิดเห็นของเราก็อาจจะ
ช่วยเหลือเราได้บ้าง หรือเราทำอะไรลงไป หากมีคนเห็นด้วย หรือไม่สนับสนุน
ก็จะมีแรงหนึ่งล่ะที่บอก เพราะชีวิตผมยังคงต้องเจออะไรอีกเยอะ

มีหลายๆครั้ง ที่ Twitter เป็นแรงบันดาลใจที่อยากจะให้ทำอะไรต่อไป ผมเก็บทุกคำชื่นชมที่ได้รับไว้
และก็เปิดมาดูเสมอๆ รู้สึกดีทุกครั้ง มันเหมือนกับมีกองเชียร์ มีคนดูเราอยู่ พอนึกหรือเชื่อเช่นนั้นแล้ว
มันก็ทำให้เรามีความรู้สึกขยันแบบแปลกๆ มีแรงขึ้นมาเขียนเรื่อง เขียนอะไรในบล็อกได้ทั้งคืน
เหมือนมันหาแรงบันดาลใจให้กับตัวเองได้แล้ว

อีกเรื่องคือ เพื่อน และกลุ่มสังคมที่ได้รู้จัก ผมยอมรับว่า รู้จักคนอีกมากมายจริงๆ ถึงแม้จะไม่เคย
เห็นหน้ากัน ไม่เคยได้แลก contact กัน แต่ Twitter มันเป็นการสร้างกลุ่มสังคมแบบ ถ้าเพื่อนรู้จัก
คนนี้ ก็ต้องน่าจะรู้จักคนนี้ด้วย ถึงจะคุยกันเข้าใจ จนเป็นที่มา ของการสร้างกลุ่มสังคมที่
ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และรู้จักกันได้ไม่ยาก เพื่อนของผม เลยมีหลากหลายวัย หลากหลายความถนัด
หลากหลายจังหวัดและอีกหลายๆสิ่งที่อยากจะให้หลากหลาย

วันนี้ต้องขอบคุณ Twitter จริงๆ ครับ สำหรับ 1 ปี Twitter ของผม