Home Blog Page 19

Asia-Pacific Robofest Camp 2009 : ตอนที่ 5

10

วันสุดท้ายแล้วครับ ผมตื่นเช้าเป็นพิเศษกันโดนบ่นครับ เพราะหลายๆวันก่อนพวกเรามักจะตื่นสายกันมาก จนเป็นที่โดนบ่นครับ (เลยจะทำตัวเป็นตัวอย่างน้องว่างั้น) เพราะเมื่อคืนพวกผมสามารถเล่นอินเทอร์เน็ตได้ จาก access point ของโรงแรมครับ โชคดีมากๆ เลยอาจจะเห็น tweet แรกของผมที่เกาหลีจากที่นี่แหละ

ทานอาหารเช้าที่โรงแรมครับ
ทานอาหารเช้าที่โรงแรมครับ

เช้านี้ไปเที่ยวที่พระราชวังเคียงบ๊อก (Gyeongbokgung Palace) ซึ่งเป็นหนึ่งในพระราชวังของที่เกาหลี เนื่องจากประเทศเกาหลีเคยมีการปกครองแบบระบบกษัตริย์ แต่ก็ต้องมาล่มสลายเพราะสงครามของญี่ปุ่น (อ่านเพิ่มเติมได้ใน ราชวงศ์โซซอน (ลี))

img_4355

img_4364

ที่นี่ คุณกาญจนา เล่าให้ฟังว่าเป็นที่ประทับของกษัตริย์ในสมัยก่อน รวมถึงขุนนางต่างๆด้วยลายผนังก็มีส่วนเช่นกันหากเป็นกษัตริย์จะเป็นลายมังกร หากไม่มีก็จะเป็นที่ประทับของขุนนางไปสถานที่นี้ถูกสร้างขึ้นใหม่ เนื่องจากไม่มีสิ่งก็สร้างใดหลงเหลืออยู่หลังจากสงคราม เพียงแต่ยึดตำแหน่งที่ตั้งเดิม ตามประวัติศาสตร์

เดินเข้ามาเรื่อยๆ ก็จะเจอกับอาคารหลักที่เขาเรียกว่า Geunjeongjeon ซึ่งผมก็อ่านไม่ออกเหมือนกันครับ เป็นสถานที่ประทับของกษัตริย์และอื่นๆ ที่พูดง่ายๆว่าชั้นสูง จะประทับที่นี่ครับ

dsc04252

dsc04253

การรักษาความปลอดภัยครับ สังเกตว่ามีเซ็นเซอร์ตรวจจับคนละมั้ง มีกล้องด้วย
การรักษาความปลอดภัยครับ สังเกตว่ามีเซ็นเซอร์ตรวจจับคนละมั้ง มีกล้องด้วย

ลักษณะบริเวณรอบๆ ประสาทก็จะมีเป็นหลายๆอาคาร ตามที่เห็นในภาพนี้ล่ะครับ

dsc04275

ภูมิปัญญาของคนสมัยก่อน ที่คุณกาญจนาบอกว่า คนเกาหลีเขาภูมิใจมากๆ คือการทำพื้นระบายความเย็นครับ ในสมัยก่อนอากาศหนาวเย็นมากๆ ก็ต้องมีการระบายความเย็น โดยการทำช่องไปยังบริเวณพื้นแล้วก่อไฟเอาครับ เพื่อให้พื้นนั้นอุ่นลง ในปัจจุบันก็มีการนำมาดัดแปลงให้ใช้ได้กับพื้นที่อาศัยปัจจุบัน คือการเดินรางน้ำอุ่นใต้อาคารแทบทุกอาคารครับ

ช่องสำหรับระบายความเย็น โดยการก่อไฟเข้าไปในนี้
ช่องสำหรับระบายความเย็น โดยการก่อไฟเข้าไปในนี้

ก่อนที่ผมจะเจอกับสถานที่ ที่รายล้อมไปด้วยหิมะครับ ซึ่งแน่นอนว่า เดิมที่นี่ต้องเป็นน้ำรายล้อมอาคารนี้ ซึ่งอาคารนี้เรียกว่า Gyeonghoeru ซึ่งเป็นเหมือนกับท้องพระโรง ซึ่งเป็นสถานที่ที่ใช้ในการประกอบงานพิธีรื่นเริง ตัวอาคารก็จะเป็นสองชั้น อย่างที่เห็นนี่ล่ะครับ ล้อมไปด้วยน้ำในปี 1592 ที่ถูกญี่ปุ่นรุกรานจากสงคราม และทำลายอาคารต่างๆ สถานที่นี้เป็นสถานที่เดียวที่ยังคงเหลือชิ้นส่วนอยู่บ้าง และหลังจากนั้นก็ได้สถาปนาขึ้นใหม่

img_4380

img_4384

ในนี้มีพิพิธภัณฑ์ด้วยครับ ซึ่งจริงๆแล้วผมอยากอยู่ตรงนี้นานๆ อยากรู้วัฒนธรรมของที่นี่เยอะๆแต่เนื่องจากเวลาจำกัด ผมดูได้แค่บางส่วนครับ แต่น่าสนใจ ตั้งแต่ยุคเริ่มต้น การกินอยู่คนที่นี่มีถิ่นฐานมาจากไหน ทำนองนี้ครับ

dsc04305

dsc04304

dsc04288

บอกได้คำเดียวว่า ไม่ผิดหวังครับ แนะนำวิธีการเที่ยวคือ ในส่วนของอาคารต่างๆ ให้รีบเดินชมถ่ายรูปให้เรียบร้อยครับ แล้วไปในส่วนที่เป็นพิพิธภัณฑ์ สำหรับผู้ที่สนใจนะครับ น่าศึกษาจริงๆ

จบแล้วครับ สำหรับการท่องเที่ยวที่พระราชวังเคียงบ๊อก สำหรับใครที่มองหา Currency Exchange ก็สามารถหาได้ที่นี่ครับ มีบริการให้ด้านหน้าทางเข้าครับ

จากนั้นเราไปต่อกันที่ถนน Insadong ครับ ซึ่งเป็นถนนที่มีการแสดงงานศิลปะ จำหน่ายสินค้าที่เป็นของที่ระลึก อาหารต่างๆ ก็มีขายที่นี่ครับ

dsc04325

ของที่ระลึกก็จะคล้ายๆกับเมื่อวานครับ แต่อาจจะมีให้เลือกเยอะกว่า หลายร้านกว่า เช่นตุ๊กตามีด ดาบไม้ , หน้ากาก ฯลฯ

img_4472

img_4466

ที่นี่จึงเป็นสถานที่แนะนำในการหาเลือกซื้อของฝาก ที่เป็นของที่ระลึกสำหรับผมนะ แนะนำๆ

ไม่พลาดร้านขายปลาหมึกยักษ์อีกแล้วครับ คราวนี้หมดไป ₩ 7,000
ไม่พลาดร้านขายปลาหมึกยักษ์อีกแล้วครับ คราวนี้หมดไป ₩ 7,000

ใกล้ถึงเวลาแล้วครับ แต่ก็ยังมีเวลาพอที่น่าจะไปเดินห้างใกล้ๆกับสนามบิน ซึ่งนั่นก็คือ ห้าง Lotte Mart ครับ ซึ่งก็จะคล้ายๆกับ I’ PARK ที่ไปมาเมื่อวานครับ

shopping กันให้กระจายครับ ของฝากที่เป็นของกิน อาหารแห้ง ซื้อที่นี่เลยครับ
shopping กันให้กระจายครับ ของฝากที่เป็นของกิน อาหารแห้ง ซื้อที่นี่เลยครับ

พูดถึงอีกเรื่องคือเรื่อง ถุง ครับ ที่นี่มีการประหยัดในการใช้ทรัพยากร ซื้อของบางที่ เขาจะไม่ให้ถุงมาครับ หรือถ้าต้องการก็ซื้อที่เคาท์เตอร์ เขาจะถามคุณว่า ต้องการถุงไหม (ประมาณนี้ จริงๆแล้วมันจะพูดเกาหลีมา เราก็ต้องเข้าใจภาษามือหน่อย) ถ้าต้องการเขาก็คิดไป รู้สึกจะ ₩ 50

ชั้นบนของ Lotte Mart ก็จะมีร้านอาหาร กับร้านขายเสื้อผ้า รองเท้า เครื่ิองหนังต่างๆก็มีครับมีร้านล้างรูปที่นี่ แต่ที่เด็ดกว่าร้านล้างรูปคือ ตู้ล้างรูป ที่มีให้บริการ

dsc04336

ราคาก็แล้วแต่รูปแบบและขนาดของภาพ ซึ่งไปเลือกเอาได้ตอนที่เราเข้าทำรายการอยู่ครับเมื่อเลือกเสร็จแล้ว ถาดที่ให้ใส่ Memory stick มันก็จะออกมา

แต่ผมเนี่ย ไม่เข้าใจหรอกครับ มันเป็นภาษาเกาหลี ผมก็ไปแงะ และแอบใส่ แถมใส่ก็ไม่ได้เสียบAdapter ก่อน มันเลยคาไว้อยู่อย่างงั้นครับ (โชคไม่เข้าข้างผมเลย)

ผมเลยไปปรึกษากับคุณ Steve ซึ่งเขาเป็นคนที่ติดต่อเกี่ยวกับเรื่องการจัดการค่ายให้กับเราทั้งหมด เขากินข้าวอยู่บริเวณนั้นครับ เขาติดต่อพนักงานให้ผม สุดท้ายก็เอาออกมาได้อย่างหวุดหวิดครับ เหนื่อยจริงๆ – – ”

ผมเองก็กลัวน้อยหน้าครับ เลยไปซื้ออะไรติดไม้ติดมือในชั้นล่างบ้าง ก็ไปสะดุดช็อคโกแลตที่ราคาไม่แพง sale อยู่ข้างล่างครับ ไปเจอพวกผักที่เราชอบกิน ที่มันเป็นพืชคล้ายสาหร่าย นั่นก็หยิบมาอันนึงครับ กะว่าจะเอาไปลวกกินกับข้าวหอมมะลิไทยซะหน่อย ซื้อสตรอเบอรี่ที่มันผลโตเอามากๆครับ มาแพ็คนึง นี่คือของส่วนตัวของผมครับ ทั้งหมด หมดไป ₩ 7,000 กว่า

dsc08705

สำหรับคนที่ซื้อมาก เขาจะมีบริการลังกระดาษ ให้เราเอามาแพ็คครับ สำหรับคนที่ต้องการซื้อไปฝากคนที่บ้าน ก็สามารถมาแพ็คของที่นี่ เพื่อโหลดไปใต้ท้องเครื่องบินได้ครับ (ไม่เสียค่าบริการ)

dsc08703

dsc08704

เวลาใกล้เข้ามาเรื่อยๆครับ รุ่นน้องผมยังซื้อของกันไม่เสร็จ บางคนเงินเหลือกันเป็นแสนวอนก็เลยใช้เวลากันนานหน่อย ผมเลยมาช่วยน้องเขาแพ็คของครับ น้องบางคนก็ซื้อผักกาดกลับบ้าน ผมก็ขำไปพักนึงเลยล่ะว่า “นึกไม่ออกแล้วหรือไง ว่าจะซื้ออะไรเนี่ย” แต่มันใหญ่มากครับ ถามเหตุผลน้องเขา น้องเขาก็บอกว่า มันใหญ่ดี แปลก ไม่เคยเห็นในบ้านเรา ราคาไม่แพงถ้าจำไม่ผิดก็ ₩ 700

จากนั้นผมก็เดินทางไปยังสนามบินอินชอน ซึ่งใช้เวลาไม่นานมากจากที่นี่ครับ (ประมาณ 10 นาที)

แต่โชคไม่เข้าข้างผมครับ เหมือนผมลืมอะไรไปบางอย่าง

ผมลืมถุงของของผม ไว้ที่ Lotte ครับ !!

และไม่ใช่อะไรครับ ก่อนหน้าที่จะออกมา รุ่นน้องผมฝากกระเป๋าสตางค์กับเข็มขัด ไว้ในถุงนั้นซึ่งมันราคาประมาณ ₩ 50,000

ไม่อยากจะคิดครับ ผมเองกลุ้มใจมากๆ รวมถึงน้องเขาก็หน้าเสียไปเลยครับ รู้สึกเสียใจมากเมื่อถึงสนามบินแล้ว มาเช็คกล่องที่แพ็คไปก็ไม่เห็น ถือว่าผมดวงไม่ดีล่ะครับ

ข้าวของในนั้นตีเป็นเงินก็ประมาณ ₩ 56,000 ครับ ผมเองก็ต้องจ่ายเงินค่าเสียหายไปให้น้องเขาล่ะ ถือเป็นบทเรียนราคาห้าหมื่นวอน ที่ผมเองจะไม่มีวันลืมไม่ว่าจะไปที่ไหนจริงๆ

แต่มันรู้สึกสังหรณ์ๆ เพราะว่าตอนที่เราเข้าไปซื้อของในนั้น ทำไมมีความรู้สึกเหมือนไม่มีอะไรน่าซื้อผมหยิบสาหร่ายแล้วก็วางแล้ววางอีก ไม่เอาสักที รวมไปถึง ทำไมผมต้องถ่ายรูปถุงตัวเองที่เป็นถุงที่ลืมมาจากที่นั่นด้วย น่าคิดครับ

เอาเป็นว่าลืมเรื่องนั้นไปก่อนครับ ไม่งั้นคุณผู้อ่านจะไม่ได้เข้าสนามบินกับผมซักที

ถึงแล้วครับ สนามบินอินชอน
ถึงแล้วครับ สนามบินอินชอน

ก่อนที่จะไปผมเองก็ต้องขอถ่ายรูปร่วมกับคุณกาญจนาด้วยครับ ขอชื่นชมว่าเป็นไกด์ที่เก่งจริงๆ
คนหนึ่งเลยล่ะ เท่าที่ทราบก็คือ คุณกาญจนาเป็นคนไทยที่อาศัยที่เกาหลีครับ

dsc08710

หลังจากนั้นผมก็ผ่านเข้ามาจนถึงที่รอเที่ยวบินแล้วครับ เที่ยวบินกลับก็คือ KE651 ซึ่ง Boarding
เวลา 17.05 น. ครับ เมื่อเข้ามาในส่วนของสนามบินแล้วหากจะซื้อของที่นี่ ยากหน่อยนะครับ
สำหรับใครที่ยังไม่ได้แลกเงินจากวอน เป็น ดอลล่าร์ เพราะที่นี่จะใช้ดอลล่าร์ส่วนมากครับ ส่วน
น้อยที่รับเงินวอนด้วย เขาจะคิดอีกอัตรานึง

บ๊าย บาย เกาหลี !! คิดถึงจริงๆ
บ๊าย บาย เกาหลี !! คิดถึงจริงๆ

dsc08723

dsc08720

ปิดท้ายด้วย อาหารบนเครื่องบิน ครับ 🙂 เป็นข้าวกับไก่ ของหวานมันเป็นเหมือนเต้าหู้มั้งแล้วกินกับซอส เลี่ยนมากๆ >,<

dsc08724

dsc08730

ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพครับ ใช้เวลา 5 ชม. จากนี้แล้วเวลาบ้านเราช้ากว่าเขา2 ชั่วโมง เลยถึงประมาณ 4 ทุ่มครับ อุณหภูมิที่สนามบินสุวรรณภูมิประมาณ 25 องศา เรียกได้ว่าที่ใส่ๆมากันเต็มยศ ก็ต้องปลดอะไรออกบ้างล่ะครับ

ถือเป็นประสบการณ์ชั้นเยี่ยมของผมในชีวิตเลยทีเดียวล่ะ สำหรับการไปต่างประเทศครั้งแรกในชีวิตของผม และการไปครั้งแรกก็เจออะไรพิเศษๆ เช่นอากาศหนาวเป็นพิเศษ การแลกเงินที่ผมก็ไม่เคยมีแบงค์ดอลล่าร์ หรือแบงค์วอน ติดกระเป๋าเหมือนเพื่อนๆที่เขาไปกันมาก่อนแล้วครั้งนี้จึงเป็นอะไรที่ “เล่าได้” ของผม อยู่หลายตอนเลยล่ะครับ

ถ้ามีโอกาสก็จะกลับมาอีก ที่นี่เป็นเมืองที่น่าอยู่ อากาศดี (ถ้าแต่งกายดี) ก็ต้องขอขอบคุณโอกาสในครั้งนี้ของผมด้วยครับ และขอบคุณผู้อ่านที่ติดตามเรื่องนี้จนจบทั้ง 5 ตอนด้วยกัน ผมเองก็พยายามนำเสนอเนื้อหากับประสบการณ์ครั้งแรกเต็มที่ ^^

และแน่นอน !!

dsc08787

ผมไม่ได้ไปตัวเปล่ากลับมาครับ นึกถึงผู้อ่านบล็อกของผมเสมอ 🙂
ผมมีของที่ระลึกจากเกาหลีมาแจกคุณผู้อ่าน เป็นพวงกุญแจ , ที่ห้อยโทรศัพท์ และที่คั่นหนังสือ
ซึ่งผมจะเลือกให้ (หรือให้ท่านเลือก – – ”) อย่างใดอย่างหนึ่ง ส่งถึงบ้านครับ !!

dsc087811

dsc08783

dsc08785

เพียงกรอกแบบประเมินเว็บไซต์ Framekung.com ให้ครบถ้วน เด็ดโดนใจ รับไปเลยครับ ผมมีทั้งหมด 5 รางวัลครับ (ให้มากไปกลัวได้ทุกคนครับ ยิ่งแต่คนอ่านเว็บน้อยๆ (ฮา))

คลิกที่นี่

ร่วมสนุกกันเยอะๆนะครับ

เฮ้อ จบแล้ว … จะไปหาอะไรมาบล็อกต่อดีล่ะเนี่ย (แอบหมดมุก)

ดูทุกตอนของ Asia-Pacific Robofest Camp 2009

Asia-Pacific Robofest Camp 2009 : ตอนที่ 4

7

และแล้ว วันนี้ก็คือวันสุดท้ายที่เราจะเตรียมตัวเก็บกระเป๋า และออกเดินทางจากมหาวิทยาลัย Hanyang แล้วครับ กำหนดการในส่วนของค่ายจบลงเพียงเท่านี้ แต่ว่าในกำหนดการของเราที่มากับโรงเรียนอื่นๆ ด้วยกัน จึงมีโปรแกรมท่องเที่ยวที่เกาหลีนี้ต่อด้วยครับ

ในที่ประชุมวันนี้ก็มีการประกาศผลรางวัล ถ่ายรูปที่ระลึก และมีการแสดงหุ่นยนต์

img_4273

img_4181

ความประทับใจเหล่านี้ พวกเราจะไม่ลืมเลย
ความประทับใจเหล่านี้ พวกเราจะไม่ลืมเลย ^^

หลังจากนี้ เราก็เดินทางต่อด้วยรถบัสครับ โดยมีไกด์อย่าง คุณกาญจนา อย่างที่ผมกล่าวไปในตอนต้นครับ คอยแนะนำเส้นทาง แนะนำทุกๆอย่างที่เกี่ยวกับเกาหลี

dsc04159

สถานที่ที่เราจะไปต่อจากนี้ เราจะไปดูวัฒนธรรมและชีวิตความเป็นอยู่ของคนเกาหลีในสมัยก่อนครับ ที่นี่เป็นหมู่บ้าน เรามุ่งหน้ากันไปที่ Korean Folk Village ครับ ซึ่งจะตั้งอยู่ที่ Yongin ซึ่งอยู่ห่างจาก Seoul ประมาณ 40 กิโลเมตร ครับ

korean-folk-village

เข้ามาข้างในก็จะพบว่า มันกว้างมากๆครับ แต่เวลาอันน้อยนิดที่ผมจะได้เดินอยู่ในนี้ ทำให้ผมได้เห็นเพียงบางจุดเท่านั้นครับ จริงๆแล้วที่นี่จะมี workshop ให้ทำเยอะแยะเลยครับ มีลึกเข้าไปอีก ใครที่จะมาเที่ยว หาเวลามาเยอะๆนะครับ จะรู้ว่าคนสมัยก่อนเขาเจ๋งจริงๆ

ที่ผมถ่ายกับอาจารย์ ด้านหลังเป็นความเชื่อของคนเกาหลี เกี่ยวกับเครื่องลางปัดเป่าผีสางต่างๆ ถ้าเป็นบ้านเราก็จะคล้ายๆ ผีบ้านผีเรือน ครับ
ที่ ผมถ่ายกับอาจารย์ ด้านหลังเป็นความเชื่อของคนเกาหลี เกี่ยวกับเครื่องลางปัดเป่าผีสางต่างๆ ถ้าเป็นบ้านเราก็จะคล้ายๆ ผีบ้านผีเรือน ครับ

dsc07381

ถัดมาไปดูการแสดงกันครับ ที่ผมเห็นก็จะมีการแสดงที่เหมือนกับการแสดงวันสุดท้ายของค่ายที่ทีมประเทศเกาหลีมาแสดงครับ อีกโซนนึงก็จะเล่นกับพวกม้า ซึ่งน่าจะเป็นสัตว์พาหนะ ของคนในสมัยก่อน ครับ

dsc07371

dsc07374

เดินมากันเรื่อยๆ จะมีจุดหนึ่งที่ต้องข้ามสะพานไปครับ แต่ก่อนผมเชื่อว่า มันต้องมีน้ำพัดผ่านไหลเชี่ยว แต่ตอนนี้กลายแข็งกลายเป็นหิมะไปหมดแล้วครับ

dsc04185

แน่นอนครับว่าเมื่อมีหิมะ ก็ต้องมีอะไรให้น่าเล่นแบบนี้ …

dsc04187

เดี๋ยวผมจะมาอัพรูปภาพที่เหลือไว้ในช่วงท้ายแล้วกันครับ (ตอนนี้ Gallery ของผมมันเดี้ยงไปซะก่อน)

ตอนนี้ก็หมดเวลาของผมแล้วครับ ต้องเดินกลับไป แต่ระหว่างทางที่ข้ามสะพานนี้ หิมะนี่ขาวสวยมากๆครับ

dsc04190

เที่ยวกันเหนื่อยแล้ว มาหาอะไรอร่อยๆกินกันดีกว่าครับ สถานที่ต่อมาที่เราจะมุ่งหน้าไปเป็นร้านอาหาร ผมไม่แน่ใจชื่อร้านนะ แต่ที่นี่ก็เป็นแบบกินได้เรื่อยๆครับ ก็มีเตาเป็นแบบเตาแก๊สมีน้ำราดพอขลุกขลิก ทานควบคู่กับพวกกิมจิ แล้วก็พวกพืชชนิดหนึ่งคล้ายๆสาหร่ายครับ

dsc04194

dsc04193

ระหว่างนี้ คุณกาญจนา ก็เริ่มไปหาพวกของฝากที่เป็นของที่ระลึกจากร้านค้าข้างนอกมาประชาสัมพันธ์ให้ดูครับ ลักษณะเป็นยังไง ราคาเท่าไร ซื้อมากลดได้เท่าไร ทำนองนี้ครับ ก็เป็นจุดแรก ให้ผมได้เริ่มซื้อของฝาก ใช้แบงค์หมื่นซะที

ลักษณะของฝาก ก็จะเป็นเหมือนของที่ระลึกครับ เช่นพวงกุญแจ พวกที่คั่นหนังสือ ช้อน ตะเกียบชุดกาแฟ หน้ากาก ตุ๊กตา และอีกเยอะแยะครับ นี่คือตามร้านค้าที่อยู่หน้าร้านอาหาร เหมือนเป็นรถขายสินค้าครับ

หลังจากนั้นพวกเราก็เดินทางไปเป็นพระเอกหนังกันอีกแล้วครับ (ขอยืมมุกคุณกาญจนามาใช้) ชื่อว่า “วอนบิน” ไปจับจ่ายกันให้เงินวอน บินว่อนไปเลย ครับ (เก็ตมุกยัง ?!?)

I' PARK

เราไปกันที่ I’ PARK ครับ เผินๆก็คือห้างสรรพสินค้าครับ มีชั้นล่างที่เป็นเหมือนกับซุปเปอร์มาเก็ต หาสินค้าราคาไม่แพงได้ พวกของกินสาหร่าย ของฝาก เสื้อผ้า น่าจะซื้อที่นี่ได้ในราคาไม่แพง ผมเข้าไปแล้วก็ออกมาครับ

ผมอยากไปดูสินค้า IT ว่าที่นั่นเขาขายกันยังไง ราคาเท่าไร ก็เลยเดินมาอีกฝั่งครับ

ผลปรากฏว่าน้องๆ เขาได้ถอยเครื่องเล่นเพลงใหม่กันทั้งนั้นเลย น้องโอ๊ตที่พูดถึงเมื่อวานนี้ได้ iPod Shuffle 1 GB มา ราคา ₩ 53,000 (ประมาณ 1,330 บาท ที่นี่ขาย 2,290 บาท)คนขายเป็นคนจีนครับ เราก็เพิ่งมาทราบทีหลัง หลังจากตอนที่เขาเล่าให้ฟังว่า เขามาขายของที่นี่ เลยพูดได้หลายภาษา หนึ่งในนั้นก็คือ ภาษาจีน แล้วรุ่นน้องผมมีคนนึงที่พูดจีนได้คล่อปรื๋อเลยครับ (โง่พูดภาษาอังกฤษ เจรจากับมันตั้งนาน T-T)

พูดกันรู้เรื่องอยู่สองคน น้ำไหลไฟดับเลยครับ
พูดกันรู้เรื่องอยู่สองคน น้ำไหลไฟดับเลยครับ

ทุกคนได้ของติดไม้ติดมือกันหมดครัับ เหลือแต่ผมนี่ล่ะ ยังไม่อยากแบกอะไรไปมากกว่านี้จากนั้นผมก็เริ่มเดินทางกลับสถานที่พักครับ ซึ่งครั้งนี้เรามาพักกันเองที่ International Seoul Youth Hostel ซึ่งอยู่ใน Seoul ครับ

international seoul youth hostel

ข้อดีของสถานที่นี้ คือ อยู่ใกล้กับ เมียงดง (Myongdong) ซึ่งเป็นเหมือนกับตลาดกลางคืนครับ เดินไปใช้เวลาประมาณ 15 นาที หลังจากนั้นก็ไม่รอช้าครับ ผมและอาจารย์ ขอไปสัมผัสบรรยากาศไนท์พลาซ่า บ้านเขาหน่อยล่ะ

Myongdong

สิ่งของที่มีขายที่นี่ นอกจากจะมีพวกสินค้าแบรนด์ ที่มีเป็นร้านๆ อย่างเช่น E’ Tude ,Skin Food แล้ว ก็ยังมีพวกเสื้อผ้า อาหาร เครื่องใช้ต่างๆ เยอะแยะมากครับ เดินสนุกล่ะคุณกาญจนา ก็เล่าให้ฟังว่าที่เมียงดง มีร้านขายโดนัทที่มีชื่อเสียงที่นึงชื่อ Krispy Kreme ซึ่งที่เมียงดง เป็นสถานที่แรกในเกาหลีใต้ ที่ได้มาวางจำหน่าย

เป็นโดนัทที่ใช้เครื่องจักรทำครับ เข้าไปในร้านนี่ เห็นเป็นเครื่องจักรกำลังนำแป้งมาแล้วนำมาผ่านน้ำมัน ลอยไปเรื่อยๆ เคลือบน้ำตาล ผมเองก็ลองซื้อมาชิมครับ กล่องใหญ่มี 12 ชิ้น ครับ ราคา ₩ 10,000 ลองชิมดูก็ เนื้อนิ่มมากครับ หวาน ถูกใจ เลยซื้อกลับไปฝากที่บ้านอีกกล่องนึงครับ (ถ้าซื้อแบบแยกชิ้นก็มีนะครับ ราคา ₩ 1,100)

krispy kreme korea

แถวยาวมาก คนที่เข้าไปซื้อ แต่เขาทำเร็วครับ (เบลอไปนิด)
แถวยาวมาก คนที่เข้าไปซื้อ แต่เขาทำเร็วครับ (เบลอมาก)

ที่นี่จะค่อยๆเก็บของกันประมาณ 4 ทุ่มครับ ผมเองก็ได้ Krispy Kreme มาฝากที่บ้านล่ะคุณกาญจนาก็แนะนำว่า ถ้าจะซื้อกลับไปก็หิ้วขึ้นเครื่องบินได้เลยไม่มีปัญหาครับ ส่วนถ้าอยากจะกินที่บ้านก็อุ่นใช้เวลา 8 วินาที (ตามโฆษณา) หรือไม่ก็ทานเย็นๆก็ได้ครับ (ก็อร่อยไม่แพ้กัน)

กลับสู่ที่พักด้วยความเหน็ดเหนื่อย ตลอดทั้งวันครับ คิดทบทวนดูแล้วก็อยากอยู่ต่อไปอีกนานๆคืนนี้เป็นคืนสุดท้ายแล้วครับ ที่จะได้นอนที่นี่ สำหรับพรุ่งนี้ก็เที่ยวบิน KE651 สายการบิน Korean Air เวลา Boarding 17.05 น. ครับ

อย่าลืมติดตามตอนที่ 5 จะอวสานแล้วครับและพลาดไม่ได้ตอนหน้า มีของฝากถึงคุณผู้อ่านแน่นอนครับ จะเป็นอะไร
ติดตามกันดูนะครับ ^^

ดูทุกตอนของ Asia-Pacific Robofest Camp 2009

Asia-Pacific Robofest Camp 2009 : ตอนที่ 3

11

หลังจากตอนที่แล้ว ผมกำลังประกอบหุ่นยนต์เพื่อแข่งขันในประเภทใหม่ครับ รอบนี้ดูแล้วน่าสนุกครับ เพราะต้องอาศัยทั้งความคิด การออกแบบ จริงๆ เนื่องจากว่า ในกติกานั้น คือการสร้างหุ่นยนต์ ที่สามารถไปล้มธงของฝ่ายตรงข้ามให้ได้ ซึ่งธงจะมีทั้งหมด 2 แบบครับ คือ ธงที่อยู่บนพื้นกับธงที่อยู่บนฐาน ธงที่อยู่บนฐาน มันก็จะสูงขึ้นมาหน่อยครับ ต้องหาออกแบบให้มันไปผลักล้มหรือว่าไปเขี่ยมันตก จะยังไงก็ได้ครับ สังเกตได้จากรูปครับ

สนามที่ใช้ในการแข่งขันรอบนี้ครับ
สนามที่ใช้ในการแข่งขันรอบนี้ครับ

กำหนดการสำหรับวันนี้ จะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ ของกิจกรรม Asia-Pacific Robofest 2009 ซึ่งจะมีขึ้นในห้องประชุมครับ โดยมีอาจารย์ที่เกี่ยวข้องคณะต่างๆ ตัวแทนจากแต่ละประเทศ ขึ้นมามอบของที่ระลึกในกิจกรรมครั้งนี้ด้วยครับ

dsc07018

dsc07046

ที่ห้องประชุมนี้ขอบอกว่า บรรยากาศน่านอนสุดๆครับ เมื่อคืนเรานอนกันดึกพอสมควรเนื่องจากซักซ้อมการนำเสนอในวันนี้ที่จะมีการแข่งขันหุ่นยนต์ความคิดสร้างสรรค์ และพวกเราก็นั่งประกอบหุ่นยนต์กัน กว่าจะได้เป็นที่น่าพอใจผมก็ไปแอบหลับในห้องประชุมนั่นแหละครับเพราะที่นั่นฟังไม่ออกจริงๆ เขาใช้แต่ภาษาเกาหลีครับ

หลังจากนั้นเราก็ไปรับประทานอาหารกลางวันครับ

มื้อนี้เหมือนจะกินได้สุดละ มีเป็นเหมือนหมึก แล้วก็ลูกชิ้นมั้ง ถ้าจำไม่ผิด
มื้อนี้เหมือนจะกินได้สุดละ มีเป็นเหมือนหมึก แล้วก็ลูกชิ้นมั้ง ถ้าจำไม่ผิด

กลับมาต่อที่การแข่งขันครับ บรรยากาศตอนนี้คนก็ทยอยเข้ามาแข่งขันเรื่อยๆ เพราะมีหลายกิจกรรมที่ผมเองไม่ได้เข้าร่วมครับ พวกหุ่นยนต์อัตโนมัติก็มีครับ เขียนโปรแกรมแล้วให้มันเดินทางเอง หรือไม่ก็พวกหุ่นยนต์เก็บของที่เขาใช้แข่งกันแบบนานาชาติ อะไรพวกนั้นก็มีเช่นกันครับ (เห็นเด็กประมาณ ป.5-6 นี่ล่ะมั้ง เขียนโค้ด ตัวนิดเดียวเอง เดี๋ยวจะเอาวิดิโอมานำเสนอครับ)

ทีมเด็กน้อย จากเกาหลีครับ แต่ละคนประมาณ ป.5-6 เท่านั้นเอง
ทีมเด็กน้อย จากเกาหลีครับ แต่ละคนประมาณ ป.5-6 เท่านั้นเอง

ส่วนผมก็ปลีกตัวมาทางหุ่นยนต์พังธงอย่างเดียวครับ (ต่อไปนี้จะขอเรียกว่า หุ่นยนต์ต่อสู้ แล้วกัน) ครั้งแรกที่ผมทำไป หุ่นยนต์ค่อนข้างใหญ่มากครับ ประมาณว่ามัน 25 ซม. เป๊ะๆ แต่อาจารย์เขาแนะนำผมอยากให้ปรับใหม่ เพื่อไม่ให้เสี่ยงตอนแข่งขัน ก็เลยลดหุ่นมาได้เยอะเลยครับ

dsc07091

dsc07104

พร้อมแข่งแล้วครับ !!
พร้อมแข่งแล้วครับ !!

การแข่งขันก็ใช้รีโมทบังคับนี่ล่ะครับ ผมคู่กับน้องโอ๊ต เด็กม.1 ที่อยู่ในโครงการ English- Technology ของโรงเรียน (ทำไมสมัยเรามันไม่มีฟะ)

dsc07204

กติกาอีกสักครั้งหนึ่งครับ อย่างที่บอกไปข้างต้นคือ การทำลายธงของคู่ต่อสู้ให้ได้ครับ แต่หากทำลายหุ่นยนต์คู่ต่อสู้ ให้ออกไปจากสนามได้ (คล้ายๆซูโม่) นี่ก็จะได้คะแนนไปเลย 20 คะแนนซึ่งหากเราสามารถทำลายได้ 2 ตัว ก็จะชนะทันทีครับ

dsc07197

dsc07194

งานนี้อยู่ที่การออกแบบหุ่นยนต์ด้วยครับ หากหุ่นยนต์ไม่มีแรงพอในการจะดันคู่ต่อสู้ ก็อาจจะโดนฝ่ายตรงข้าม กวาดเราลงจากสนามได้อย่างสบายๆ รวมไปถึงทีมเวิร์กด้วยครับ ว่าจะบังคับกันยังไง ใครเป็นฝ่ายทำลายธง ใครเป็นฝ่ายไปจัดการศัตรู ต้องช่วยเหลือกันดีๆ ว่างั้นครับ

สุดท้าย ผมก็ผ่านเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศได้ครับ

ผลการแข่งขัน ผมได้ที่ 4 ครับ (ภูมิใจมากๆครับ สำหรับปีแรก) สำหรับผมเอง ก็ลงแข่งขันหุ่นยนต์สร้างสรรค์ด้วยครับ เสร็จจากนี้ก็เรียกว่ามีงานต่อพอดีครับแต่เราผิดคาดกันนิดหน่อย คือเรื่องของคนที่นำเสนอครับ คือ อนุญาตให้มีเพียงคนเดียว งานผมก็เลยเข้าแบบไม่ได้ตั้งใจครับ

นำหุ่นยนต์ไปลงทะเบียนครับ
นำหุ่นยนต์ไปลงทะเบียนครับ
นำเสนอผลงานครับ คณะกรรมการเป็นคนเกาหลีนี่ล่ะครับ แต่ใช้ภาษาอังกฤษได้
นำเสนอผลงานครับ คณะกรรมการเป็นคนเกาหลีนี่ล่ะครับ แต่ใช้ภาษาอังกฤษได้

ตอนนำเสนอก็เป็นไปได้ด้วยดีครับ ทางนั้นเขาไม่สนเรื่องสคริปต์ที่เราเตรียมไปเท่าไร แต่เขาจะดูจากแนวคิดมากกว่าครับ ตอนที่เราทดลองการใช้งานก็ไม่มีปัญหาอะไรครับ จะมีตอนนึงที่จะแสดงให้เขาดูว่า หากมีสิ่งกีดขวาง หุ่นยนต์จะหยุด แต่เจ้าน้องโอ๊ตที่คู่ผมนี่ล่ะครับ เขาเอาของไปวางแต่ไม่ได้วางไว้หน้าเซ็นเซอร์ เลยแป๊กนิดหน่อยครับ (เรื่องนี้เลยโดนบ่นกันไปเลย)

ระหว่างทางกลับอาคารที่พัก สวยมากๆครับ
ระหว่างทางกลับอาคารที่พัก สวยมากๆครับ

งานทุกอย่างในวันนี้เป็นไปได้ด้วยดีครับ ก่อนที่เราจะเดินทางกลับไปที่อาคารที่พัก คืนนี้จะเป็นคืนสุดท้ายแล้วครับ ที่จะได้ทำกิจกรรมที่นี่ สำหรับวันพรุ่งนี้จะเป็นวันที่ประกาศผล และมอบรางวัลครับ แต่สำหรับพวกเรา จะอยู่ต่อเพื่อไปทัศนศึกษา ท่องเที่ยวสถานที่ต่างๆในประเทศเกาหลีครับ

dsc07105

หิมะ หิมะ !! หิมะจริงๆ
หิมะ หิมะ !! หิมะจริงๆ

dsc07263

dsc07257

หน้าสถานที่พักครับ คิดถึงที่นี่มาก
หน้าสถานที่พักครับ คิดถึงที่นี่มาก <3

ในคืนนี้ เราก็มีกิจกรรมชาวค่ายครับ และอำลากันครับ ผมเองก็มีสิ่งที่เป็นของที่ระลึก ที่อาจารย์ทำเข็มกลัดของโครงการ English-Technology ไว้ครับ สำหรับแลกเปลี่ยน และก็มีสิ่งของอื่นๆที่ผมตั้งใจเตรียมมาจากบ้าน ก็คือ เหรียญเงินไทยนี่ล่ะครับ

ผมเองก็เตรียมไปแลก contact กับเพื่อนๆ ชาวค่าย มีน้องกลุ่มนึงล่ะครับที่เป็นเด็กเกาหลี ผมไปเจอน้องเขา ตอนที่น้องเขาไปเห็นหุ่นเรามั้ง แล้วก็ถามเกี่ยวกับการแข่งขันของเรา ก็เลยรู้จักกันครับ จากนั้นน้องเขาก็ไปเรียกพวกมาจากไหนไม่รู้ครับ เยอะแยะเลย

น้องเขาชื่อ Denny ครับ ใส่แว่น คนกลางนี่้เลย เป็นเด็กที่ใช้ภาษาอังกฤษได้ แล้วก็ใช้ได้ดีด้วย
น้องเขาชื่อ Danny ครับ ใส่แว่น คนกลางนี่้เลย เป็นเด็กที่ใช้ภาษาอังกฤษได้ แล้วก็ใช้ได้ดีด้วย
น้อง Lisa ที่เป็นขวัญใจชาวค่ายเหลือเกินครับ (โดยเฉพาะชาวไทย)
น้อง Lisa สาวเกาหลี ที่เป็นขวัญใจชาวค่ายเหลือเกินครับ (โดยเฉพาะชาวไทย)
ถ่ายกับ Staff ครับ พี่คนนี้ชื่อ Dean เป็นคนที่ใช้ภาษาอังกฤษเก่งอีกคนนึง ปรึกษาได้ดีเลยล่ะ
ถ่ายกับ Staff ครับ พี่คนนี้ชื่อ Dean เป็นคนที่ใช้ภาษาอังกฤษเก่งอีกคนนึง ปรึกษาได้ดีเลยล่ะ
Staff คนนี้ชื่อ จุน ครับ เป็นขวัญใจสาวไทยมากๆ (โดยเฉพาะสาวครู)
Staff คนนี้ชื่อ จุน ครับ เป็นขวัญใจสาวไทยมากๆ (โดยเฉพาะสาวครู)

หลังจากนั้นก็มีการแสดงของแต่ละประเทศครับ เริ่มจากประเทศเจ้าภาพ อย่างเกาหลี ก็มีการแสดง ผมก็ไม่ทราบว่าเขาเรียกว่าอะไรนะ แต่น่าจะเป็นเหมือนกับการละเล่นพื้นบ้านของเขามีหุ่นยนต์มาแจมด้วยครับ

dsc02893

และมีอีกชุดนึงครับ ที่มาร้องเพลงให้ฟัง เป็นเพลงเกาหลีครับ ไม่รู้ความหมาย (แต่ไม่แน่ ถ้ารู้ความหมายอาจจะซึ้งไปเลยก็ได้)

dsc02899

จากสิงคโปร์ ก็เตรียมเพลงมาร้องให้ฟังเช่นกันครับ

dsc02896

และปิดท้ายด้วยพี่ไทย ที่เตรียมการแสดงถึง 3 ชุด ซึ่งก็จะเป็นศิลปะการป้องกันตัวของไทยทั้งหมด 2 ชุด และอีกชุดนึง เป็นรำวง เพลงลอยกระทงครับ นับว่าสร้างสีสันให้กับที่นั่นมากครับเป็นที่ตื่นตาตื่นใจ และเราก็ยังได้ชวนชาวค่ายมารำวงกันด้วยล่ะครับ (ทีมที่ทำการแสดงนี้ไม่ใช่โรงเรียนผมนะครับ)

img_4225

img_4252

คืนนี้ บอกตรงๆครับว่า สนุกและประทับใจมากครับ เราคิดถึงที่นี่มาก คิดถึงร้านไก่ชั้นล่างคิดถึง Family Mart , ตู้น้ำ และตู้โทรศัพท์ด้วยครับ

img_4255

img_4258

นอกเรื่อง…

ผมขอพูดถึงการโทรศัพท์มายังประเทศไทยนิดนึงครับ อยู่ที่นั่นผมเองไม่มีเวลาติดต่อใครมากครับ นอกจากแม่และเพื่อน ผมเองก็คิดหาวิธีตั้งแต่วันแรกแล้วครับ ในการติดต่อ

รุ่นน้องไปซื้อบัตรชนิดนึงตั้งแต่วันแรก หลังจากที่ลงจากสนามบินเลย มันจะเป็นเหมือนเติมเงินบ้านเรานี่ล่ะครับ แต่โทรไปต่างประเทศนี่ ลดเร็วเอามากๆครับ อันนี้แบบที่ 1

แบบที่ 2 ผมมาซื้อที่ Family mart ชั้นล่างของสถานที่พักครับ มันจะเป็นบัตรเติมเงินสำหรับโทรทางไกลไปต่างประเทศเลยครับ มันจะถูกเพราะมันคิดเป็นนาทีครับ (90 นาที – 5000 วอน) ก็เลยทำให้ผมได้คุยกันนานหน่อย ตอนไปซื้อเขาจะออกใบเสร็จมา ตอนที่จะโทรก็กดไปตามหมายเลขโทรศัพท์ที่อยู่ในใบเสร็จ กด หมายเลข PIN Number ที่อยู่ในใบเสร็จ ก่อนที่จะกด # แล้วตามด้วยรหัสประเทศและหมายเลขปลายทางครับ

ยังไงใครที่จะไปเกาหลี แล้วคิดจะโทรศัพท์ ลองหาบัตรโทรศัพท์ที่เป็นแบบ International Card นะครับ จะมีเป็นใบห้อยรวมกันอยู่ ตอนจ่ายเงินเขาให้เป็นใบเสร็จมาครับ

ยังเหลือกันอีก 2 ตอนนะครับ ยังไงก็ติดตามชมสำหรับ การเดินทางไปเกาหลีของผม ครั้งแรกและครั้งแรกที่ไปต่างประเทศครับ มีอะไรน่าสนใจอีกเยอะแยะเลยสำหรับวันพรุ่งนี้ซึ่งเราจะพาคุณผู้อ่านไปที่ Suwon ซึ่งอยู่ไม่ไกลจาก Seoul ไปสัมผัสกับบรรยากาศที่อบอุ่นของหมู่บ้านคนเกาหลี Korean Folk Village ครับ

จะเป็นอย่างไรนั้น โปรดติดตามชมครับ

ดูทุกตอนของ Asia-Pacific Robofest Camp 2009

Asia-Pacific Robofest Camp 2009 : ตอนที่ 2

7

ต่อจากตอนที่แล้วกันเลยครับ ในค่ำคืนนั้นผมเองก็ประกอบหุ่นยนต์กับน้องๆ ด้วยความสนุกสนาน วันต่อมาก็พร้อมที่จะแข่งขันกันเลยครับ กับโจทย์ที่ให้เก็บวัตถุต่างๆ เช่น กรวยกลม ทรงกระบอกปริซึม ซึ่งก็จะมีคะแนนของแต่ละวัตถุแตกต่างกันออกไปครับ ซึ่งเดี๋ยวเราจะพาไปดูรายละเอียดกัน

แต่ก่อนอื่น ขอแนะนำอากาศตอนเช้าครับ

ที่นี่หนาวขนาดเอาของไปแช่เย็นที่หน้าต่างได้เลย อันนี้รุ่นน้องมันต้นคิด
ที่นี่หนาวขนาดเอาของไปแช่เย็นที่หน้าต่างได้เลย อันนี้รุ่นน้องมันต้นคิด
ระหว่างทางเดินปกคลุมไปด้วยหิมะครับ
ระหว่างทางเดินปกคลุมไปด้วยหิมะครับ
หนาวสุดยอด !!
หนาวสุดยอด !!

dsc02800

ก่อนที่ผมจะไปทานมื้อเช้าครับ แต่ไม่ได้ถ่ายมื้อเช้าไว้ แบตหมดเสียก่อนครับ อยู่ที่นั่นอยากเก็บภาพมากครับ แต่เนื่องจากสภาพอากาศมันหนาว การที่ผมคิดจะหยิบกล้องขึ้นมาถ่าย เป็นเรื่องที่ยากสำหรับผมในระยะแรกๆ

dsc02703

ช่วงเช้าที่นั่น ก็ยังเป็นช่วงปรับปรุงหุ่นยนต์กันบ้างล่ะครับ สำหรับกติกาที่ให้ทำหุ่นยนต์เก็บของโดยให้หุ่นยนต์นั้น สามารถเก็บของซึ่งเป็นบล็อกไม้รูปทรงต่างๆได้ ดังที่เห็นดังภาพ (หุ่นยนต์ถูกกำหนดขนาดไว้ไม่เกิน 25x25x25 ซม. ครับ)

dsc02704

โดยจะมีคะแนนแตกต่างกันออกไป ตามความยากง่ายในการเก็บครับ โดยวิธีนั้นก็คือให้เราบังคับหุ่นยนต์แล้วเก็บบล็อกไม้เหล่านี้ไปไว้อีกฝั่งหนึ่งให้ได้มากที่สุด โดยหากทำไม้ล้ม ก็จะหักคะแนนครับ และหากเวลาหมด หุ่นยนต์ยังมีไม้ไว้ครอบครองอยู่ก็จะโดนลบเช่นเดียวกัน

งานนี้ได้เปรียบตรงที่ใครจะออกแบบหุ่นยนต์ที่กวาดไปได้หนเดียวหมดครับ ใช้เวลาน้อยที่สุดก็จะเป็นฝ่ายชนะไป โดยการแข่งขันนั้น จะแข่งกันเป็นคู่และแข่งพร้อมกันครั้งละ 2 ทีม แข่งกันแบบแพ้คัดออกครับ

หุ่นยนต์ของผมครับ
หุ่นยนต์เก็บของ ของผมครับ
ทีมของผมครับ
ทีมของผมครับ

ผมผ่านมาได้ถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายครับ ซึ่งในรอบท้ายๆ ก็จะมีการเปลี่ยนแปลงกติกากันเล็กน้อยคือ จะสลับบล็อก และให้เก็บ ปริซึมและกรวยกลมใหญ่ ไปไว้อีกฝั่งหนึ่ง และเก็บกรวยเล็กและทรงกระบอก ไปไว้อีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งตรงนี้ต้องอาศัยการวางแผนที่ดีในการเลือกเก็บ และการบังคับที่ดีอีกด้วยครับ

สำหรับผู้ที่ตกรอบ ก็จะมีมุมหนึ่งที่เป็นการแข่งขันหุ่นยนต์ซูโม่ครับ แบบแพ้คัดออกเช่นเดียวกันและก็มีรางวัลสำหรับผู้ที่เข้ารอบ 1-3 ด้วยครับ แข่งกันเป็นรอบๆ เพราะว่าผู้ที่แพ้จากการแข่งขันแมทช์ใหญ่ๆก็มีมาเรื่อยๆเช่นเดียวกัน

ผมกับการแข่งขันหุ่นยนต์ซูโม่
ผมกับการแข่งขันหุ่นยนต์ซูโม่ ไม่ได้แก้หุ่นเลยครับ เสร็จจากนู่นมาแข่งนี่
นี่ล่ะครับ เบียดกันตก สนุกมาก บางทีมไม่รู้อันไหนหัวอันไหนท้าย พุ่งออกจากสนามตั้งแต่ยังไม่ทันได้แข่งเลยก็มี
นี่ล่ะครับ เบียดกันตก สนุกมาก บางทีมไม่รู้อันไหนหัวอันไหนท้าย พุ่งออกจากสนามตั้งแต่ยังไม่ทันได้แข่งเลยก็มี

dsc02724

หลังจากนั้นก็พักรับประทานอาหารครับ สำหรับมื้อกลางวัน

dsc02717

ที่นี่ เราฮิตตู้น้ำหยอดเหรียญกันครับ มีบริการแทบทุกอาคาร ก็จะมีเป็นเครื่องดื่มเย็น และร้อนพวกน้ำอัดลมก็มีครับ ไปสะดุดอันนึง อร่อยดีครับ มันคล้ายๆ คาลปิโก้บ้านเรา ราคาก็ประมาณ ₩ 500~600 ครับ

dsc02756

แข่งขันกันจนเสร็จสิ้นครับ ก็ได้ผู้ชนะของในการแข่งขันหุ่นยนต์ประเภทเก็บของ (Transporter) และหุ่นยนต์ซูโม่ครับ หุ่นยนต์เก็บของผมได้เข้ารอบไป 16 ทีมสุดท้ายครับ ส่วนซูโม่ผมได้ที่ 3

dsc06848

ภายในเย็นวันนั้น ก็มีการประกาศกติกาสำหรับการแข่งขันหุ่นยนต์ต่อสู้ ในการทำหุ่นยนต์ต่อเพื่อแข่งขันในวันพรุ่งนี้ครับ โดยกติกาก็คือ มีธงสองสี และสองแบบครับ คือวางบนพื้น กับวางบนฐาน โดยต้องทำหุ่นยนต์ที่สามารถล้มธงได้ หากล้มธงที่อยู่บนฐานได้ก็จะได้คะแนนเยอะกว่าที่อยู่บนพื้นหน่อย แต่ถ้าหากสามารถงัดเอาหุ่นยนต์คู่ต่อสู้ ล้มลงไปได้เลยจากสนามนี่ก็ได้ไปเลยครับ 20 คะแนนเต็มๆ

dsc06948

พรุ่งนี้จะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการครับ สำหรับงาน Asia-Pacific Robofest 2009 และมีการ
แข่งขันหุ่นยนต์ต่อสู้ และหุ่นยนต์สร้างสรรค์ครับ

การแข่งขันจะสนุกสนานแค่ไหนก็ต้องฝากคุณผู้อ่านได้ติดตามกันด้วยล่ะครับ 🙂

ดูทุกตอนของ Asia-Pacific Robofest Camp 2009

Asia-Pacific Robofest Camp 2009 : ตอนที่ 1

8

หายหน้าหายตาไปเป็นเวลา 4-5 วันเต็มๆ สำหรับผม ใครที่อ่านบล็อกตอนก่อนๆ ก็จะพอทราบกันดีอยู่ครับว่า ผมไปค่าย Asia Pacific Robofest 2009 ที่ มหาวิทยาลัย Hanyang , Ansan ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งหากจะเล่าทั้งหมด ก็คงยาว วันนี้ขอเป็นวันแรก ตอนที่ 1 ครับ

ที่โรงเรียน

dsc02542

ในการแข่งขันครั้งนี้ มีอยู่ทั้งหมดหลายรูปแบบด้วยกันครับ แต่เท่าที่ทราบ และมีแน่นอนคือการแข่งขันประกวดหุ่นยนต์สร้างสรรค์ ซึ่งโรงเรียนผมก็ส่งหุ่นยนต์พวกนี้ไปครับ ก่อนที่ผมจะเข้าไปโรงเรียนผมก็ไปหาเตรียมความพร้อมครับ ไปดูกระเป๋าสะพายใหม่ ดูพวกเสื้อใหม่ และผมก็ได้คอนแท็คเลนส์ใหม่ด้วย เหตุผลที่อยากใส่เพราะว่า ผมกลัวมองไม่เห็น เวลาเขาอธิบายกันครับดังนั้น รูปภาพที่อาจจะเห็นต่อจากนี้ ต้องขอให้ปรับกันใหม่นิดนึง เพราะอาจจะไม่ใช่ภาพที่เคยเห็นผมกันครับ 😛

อ้ะ กลับมาที่โรงเรียนต่อ ที่โรงเรียนยังคงแก้หุ่น รื้อไป รื้อมาครับ ดูความเรียบร้อย บ้างก็จัดกระเป๋าส่วนผมก็มานั่งทำ Presentation ให้กับโครงงานแต่ละอันครับ

ก่อนที่พวกเรา จะร่ำลาท่านผู้อำนวยการและผู้บริหารของโรงเรียน ก็มีรูปภาพที่ระลึกครับ

dsc02550

ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงครับ จากโรงเรียนถึงสนามบินสุวรรณภูมิ สำหรับเที่ยวบินนั้น เราได้ใช้บริการของสายการบินเกาหลี (Korean Air) เที่ยวบินที่ KE652 ออกเวลา 22.40 น.ครับ สำหรับเที่ยวบิน จะใช้เวลาประมาณ 5 ชม. จาก สนามบินสุวรรณภูมิ ถึง สนามบินอินชอนสาธารณรัฐเกาหลี

ที่สนามบินสุวรรณภูมิ

Flight to Seoul from BKK

กรอกใบพฤติกรรม , ใบเข้าเมือง , โรคต่างๆ รอเครื่องบินครับ
กรอกใบพฤติกรรม , ใบเข้าเมือง , โรคต่างๆ รอเครื่องบินครับ

และนี้ก็คือ มื้อแรกบนเครื่องบินครับมันคือ Omlette

dsc02573

ก่อนที่จะถึงสนามบินอินชอน เขาก็บอกไว้ครับว่า อุณหภูมิที่นั่น -4 องศาครับ ผมเองก็ใส่ไปเต็มยศ เพราะไม่เคยมา และไม่ทราบหรอกครับว่า หนาวที่เขาพรรณากันมา มันแค่ไหนกันเชียว

ที่สนามบินอินชอน สาธารณรัฐเกาหลี

ถึงที่นี่ประมาณ 05.00 น. ตามเวลาที่เกาหลีครับ ที่เกาหลีเวลาจะเร็วกว่าประเทศไทย 2 ชม. (GMT+9) ระหว่างนั้นก็เก็บกระเป๋า สัมภาระ และไปที่ตม.เกาหลีครับ นึกว่าจะไม่รอดซะแล้ว

มองจากข้างนอกครับ เห็นหิมะไหมครับ หนาวสุดยอด !!
มองจากข้างนอกครับ เห็นหิมะไหมครับ หนาวสุดยอด !!
ภายในอาคารสนามบินอินชอน
ภายในอาคารสนามบินอินชอน

ออกไปข้างนอก เข้าไปในสนามบิน รู้สึกหนาวขึ้นหน่อยครับ เราก็เข้าใจว่าหนาวแค่นั้น แต่พอออกไปสัมผัสอากาศข้างนอกจริงๆสิครับ เล่นทำผมต้องรีบวิ่งกลับไปเอาหมวกกับถุงมือเลยพูดออกไปควันออกปาก อยู่นานๆ แสบหูเลยครับ ถ้าไม่มีหมวกนะ รู้สึกว่าไม่คุ้นเคยกับอากาศที่นี่เอามากๆครับ สำหรับผมในวันแรก

หลังจากนั้นผมก็เริ่มหาทางใช้เงินแล้วครับ สกุลเงินที่นี่ ใช้เป็น ₩ วอน (KRW) ครับ เท่าที่ไปดูในอัตราแลกเปลี่ยนวันนั้น 1 วอน ประมาณ 0.02 บาทครับ ผมก็พกเงินไปจำนวนหนึ่ง แลกมาได้เป็นหลักแสนล่ะครับ ผมก็ทำตัวไม่ถูกนะ ว่ามันจะใช้เงินยังไง ในกระเป๋ามีแต่แบงค์หมื่นครับผมเลยไปละลายทรัพย์ที่ shop แถวๆนั้น สำรวจราคาแล้ว ก็ราคาบ้านเราครับ ขนาดสนามบินก็เป็นราคากลางๆ เหมือนบ้านเรา สนามบินบ้านเราไม่ต้องพูดถึงครับ แพงกว่ากันอยู่มาก

ใบเสร็จใบแรกครับ สำหรับนมรสกล้วย ราคา ₩1,000
ใบเสร็จใบแรกครับ สำหรับนมรสกล้วย ราคา ₩1,000 หรือประมาณ 25 บาท ครับ

หลังจากนั้น พวกผมก็เดินทางไปกับรถบัส ที่ทางฝ่ายประสานงานเขาจัดมาให้ครับ มาครั้งนี้โรงเรียนของผมไม่ได้มาโรงเรียนเดียวครับ แต่มากับอีก 2 โรงเรียน ได้แก่ สวนกุหลาบ นนทบุรีและโรงเรียนระยองวิทยาคม ครับ ทั้งหมดรวมๆกันก็ 40 กว่าคน

dsc02593

โดยเราจะมุ่งหน้าไปที่ Everland Resort หรือสวนสนุกเอเวอร์แลนด์ ที่ได้รับการขนานนามว่า มันคือ Disney Land Korea เลยล่ะครับ

ไกด์ ชื่อ คุณ กาญจนา แต่ผมก็เรียกเขาเป็นอาจารย์ผมไปแล้วล่ะ เพราะว่าอธิบายเรื่องเกาหลีได้น่าสนใจ มีรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ก็อธิบายได้ถึงแก่นกันเลยทีเดียว คุณกาญจนา เล่าให้ฟังถึงที่ Everland ว่ามันจะหนาวกว่าพื้นที่อื่นๆหน่อย เนื่องจากว่าสถานที่ตั้งมันอยู่บนภูเขาครับและเราก็โชคดีมากๆ ที่วันนั้น เป็นวันที่อากาศหนาวอยู่แล้วด้วย เรียกได้ว่าเปิดงานมา เราก็เจออากาศที่หนาวแบบสุดๆครับ ปรับตัวกันแทบไม่ทัน ถุงมือเอาไม่อยู่จริงๆครับ

Everland

เห็น Happy ขนาดนี้ จริงๆแล้วหนาวมากครับ T-T
เห็น Happy ขนาดนี้ จริงๆแล้วหนาวมากครับ T-T

ช่วงนี้ถือเป็นช่วง Snow Festival เขาครับ เพราะว่าอากาศหนาว ขนาดหิมะตก ก็เลยอาจจะมีกิจกรรมพิเศษๆใน Everland พอผมได้เข้าไปที่นั่น ก็ต้องแวะร้านของที่ระลึกก่อนเลยล่ะครับไม่ใช่เพราะว่าอยากได้อะไรหรอกครับ มันหนาว เพราะข้างในนั้นมันมี heater ครับ – – ”

dsc02604

ของฝากข้างในก็ราคาไม่แพงเวอร์ นั่นอีกล่ะครับ ของก็จะเป็นประมาณนี้ครับ

dsc06606

จะเป็นพวกหมวกรูปสัตว์ ถุงมือ ผ้าพันคอ และอีกเยอะแยะเลยครับ

dsc02611

สมาชิกเด็กๆ + คุณครู ที่มาด้วยกันทั้งหมดครับ
สมาชิกเด็กๆ + คุณครู ที่มาด้วยกันทั้งหมดครับ

หายหนาวแล้วผมก็ไปเล่นสิครับ ที่นี่มีอะไรน่าสนใจเยอะล่ะ แต่ผมเป็นพวกขี้กลัวนิดๆ อะไรที่ผาดโผนมากๆ ไม่เล่นครับ โดนรุ่นน้องลากให้ไปเล่นไวกิ้ง กับ อะไรไม่รู้อะ แต่ประมาณว่าเอาเราไปนั่ง แล้วมันเหวี่ยงเราอะ

ใหญ่มากๆครับ มีให้เราเข้าไปชมอีกเยอะ และที่นั่นก็สวยมากครับ
ใหญ่มากๆครับ มีให้เราเข้าไปชมอีกเยอะ และที่นั่นก็สวยมากครับ
กระเช้าชมวิวครับ
กระเช้าชมวิว

dsc02620

อีกรูปที่จะบอกว่าที่นี่ หนาวยังไง ครับ น้ำตกมันแข็งไปเลยอะ
อีกรูปที่จะบอกว่าที่นี่ หนาวยังไง ครับ น้ำตกมันแข็งไปเลยอะ
พี่หมี ที่มาตกชะตากรรมลำบากที่ Everland ครับ
พี่หมี ที่มาตกชะตากรรมลำบากที่ Everland ครับ
พี่เสือครับ ตัวใหญ่มากๆ
พี่เสือครับ ตัวใหญ่มากๆ

ส่วนมากก็จะเน้นดูครับ เดินชมเสียมากกว่า ที่นี่เหมือนกับเอาสวนสัตว์ + สวนสนุก รวมไว้ด้วยกันถ้าจะมาเที่ยวที่นี่ แนะนำให้หาเวลาเยอะๆหน่อยครับ ในนี้มีอะไรให้ชมเยอะจริงๆครับ ก่อนที่จะพักรับประทานอาหารกลางวันที่นั่น

มื้อแรกที่เกาหลีครับ ดูจากรูปเลยนะครับ ผมไม่ได้ทำการบ้านเกี่ยวกับอาหารมา ไม่ทราบว่าอะไรคืออะไร
มื้อแรกที่เกาหลีครับ ดูจากรูปเลยนะครับ ผมไม่ได้ทำการบ้านเกี่ยวกับอาหารมา ไม่ทราบว่าอะไรคืออะไร

กินเสร็จแล้ว ผมยังคงเดินได้ต่อ จนถึงเวลา 15.00 น. ที่นั่นครับ จะสังเกตได้ว่า เมื่ออากาศที่นี่ค่อนข้างหนาว ก็จะมี heater บริการเป็นจุดๆครับ

dsc02635

Snow Buster ของเล่นประจำฤดูนี้ครับ
Snow Buster ของเล่นประจำฤดูนี้ครับ

dsc06639

dsc02645

Hanyang University

เที่ยวกันจนเหนื่อยแล้ว ก็ขอมุ่งหน้า ไปที่มหาวิทยาลัย Hanyang วิทยาเขต Ansan ซึ่งเป็นสถานที่ ที่ใช้จัดกิจกรรมทั้งหมดครับ

dsc06735

ก่อนที่เราจะทานข้าวมื้อแรกที่นี่ มีเป็นถาดๆนี่ล่ะครับ ข้าวในแต่ละวัน ก็จะผสมอะไรมาด้วยเพื่อให้ได้คุณค่าทางโภชนาการครับ มีซุป มีของหวาน รสชาติอาหาร จะเรียกว่า ไม่อร่อย ก็ไม่ได้เรียกว่า มันอาจจะไม่คุ้นปากเราครับ จะไม่มีรสเผ็ดจัดจ้านเหมือนบ้านเรา แต่ทานได้ครับ (ไปสักพักมันจะเลี่ยน)

มื้อแรกที่นี่ครับ
มื้อแรกที่นี่ครับ

ก่อนที่จะเข้าอบรม ก็มีพื้นที่ให้เราสำหรับประกอบหุ่นยนต์ครับ ครั้งแรกตื่นเต้นมากๆ เพราะกลัวเรียนไม่รู้เรื่อง แต่ที่นี่ เขาไม่สอนครับ เขาให้คู่มือ กับกล่องหุ่นยนต์ มาประกอบเอาเอง แล้วก็ลองทดสอบการทำงานเองเลยครับ โดยมีพี่เลี้ยงคอยเดินดู (ส่วนมากก็พูดภาษาอังกฤษกันได้)

i-ROBO กล่องแบบนี้ล่ะครับ ที่บรรจุชิ้นส่วนหุ่นยนต์ไว้
i-ROBO กล่องแบบนี้ล่ะครับ ที่บรรจุชิ้นส่วนหุ่นยนต์ไว้

dsc02674

dsc02673

ใช้เวลาประกอบนานเหมือนกันนะ สำหรับผม ผิดด้านบ้าง ทำชิ้นส่วนหล่นบ้าง ก็เหนื่อยเหมือนกันมีน้องตามไม่ทันก็ต้องช่วยดู ช่วยเหลือกันด้วย หุ่นยนต์ถ้าประกอบเสร็จแล้ว มันก็จะสามารถเอามาบังคับเล่นได้เลยครับ มีรีโมทคอนโทรลให้

กำลังดัดแปลงหุ่นยนต์กันเพิ่มเติมครับ ในการแข่งขันพรุ่งนี้ต้องออกแบบหุ่นยนต์ที่สามารถเก็บบล็อกได้ครับ ใครเยอะที่สุด ไม่ล้ม ตรงตามที่กำหนดไว้ ก็จะเป็นฝ่ายชนะไป
กำลังดัดแปลงหุ่นยนต์กันเพิ่มเติมครับ ในการแข่งขันพรุ่งนี้ต้องออกแบบหุ่นยนต์ที่สามารถเก็บบล็อกได้ครับ ใครเยอะที่สุด ไม่ล้ม ตรงตามที่กำหนดไว้ ก็จะเป็นฝ่ายชนะไป

หน้าตาของหุ่นยนต์ผมจะเป็นยังไง ??

ตอนหน้ามีมาฝากคุณผู้อ่านแน่นอนครับ
และตอนหน้าก็เตรียมปรับสายตากันหน่อย เพราะผมจะไม่ใส่แว่นแล้ว !

แล้วเจอกันครับ

ดูทุกตอนของ Asia-Pacific Robofest Camp 2009

เตรียมพร้อมก่อน Asia-Pacific Robofest Camp 2009

4

วันพรุ่งนี้ผมก็จะเตรียมเดินทางไปที่ประเทศเกาหลีใต้แล้วครับ สำหรับโครงการ Asia-Pacific
Robofest Camp 2009 ซึ่งค่ายนี้ เท่าที่ทราบข้อมูลเบื้องต้น เป็นค่ายที่สอนเกี่ยวกับหุ่นยนต์
และมีการแข่งขันในนี้ด้วยครับ ซึ่งผมอาจจะพูดไปบ้างแล้วในบล็อก “วุ่นวายอีกหนึ่งวัน

ในการอบรมและแข่งขันครั้งนี้ จะแบ่งเป็นสองส่วนใหญ่ๆ คือส่วนที่นักเรียนต้องมาประดิษฐ์
หุ่นยนต์คนละ 1 ตัว เพื่อเข้าไปสู้กัน แบบแพ้คัดออก จนหาผู้ชนะเลิศ เท่าที่ทราบก็คือ เป็นหุ่นยนต์
บังคับ แข่งเป็นทีม เพื่อช่วยเหลือกันและวางแผนในแต่ละภารกิจ เช่น เก็บธง เป็นต้น

อีกส่วนหนึ่ง จะเป็นส่วนที่ให้นักเรียนนำหุ่นยนต์ที่ประดิษฐ์มาแล้ว มานำเสนอครับ ซึ่งโรงเรียนผม
ทำเป็นหุ่นยนต์ ดับเพลิง โดยอาศัยปั๊มน้ำขนาดเล็กสูบน้ำ และ ใบพัด ที่เป็นอุปกรณ์ในการดับไฟ
โดยมีเซ็นเซอร์ตรวจจับเปลวไฟเช็คอยู่ด้านหน้าครับ ด้านล่างมีเซ็นเซอร์ในการจับการเดินทาง

dsc02528-copy

อีกตัวนึง เป็นหุ่นยนต์เก็บขยะครับ โดยหุ่นยนต์จะเดินทางตามเส้นทางที่กำหนดไว้ (เกาะเส้น)
และจะมีเซ็นเซอร์เช็คสี คอยตรวจสอบสีของถังขยะ โดยถังขยะต่างสีกันก็จะหมายถึงขยะ
ที่มีประเภทแตกต่างกัน เมื่อหุ่นยนต์ตรวจสอบถังขยะเจอ ก็จะทำการหนีบถังโดยใช้เซอร์โว
และโยนลงไปในถังบรรจุขยะที่อยู่บนตัวหุ่นยนต์

dsc02510-copy

dsc02520-copy

ช่วงนี้ผมกับคุณแม่ก็เตรียมของ สัมภาระต่างๆที่เตรียมเดินทาง ในเที่ยวบิน KE652
วันที่ 13 มกราคม 2552 Boarding 22.15 น. Take off 22.45 น. Gate E8
เนื่องจากเป็นการเดินทางไปต่างประเทศครั้งแรกของผมด้วยล่ะครับ ผมก็เตรียมอะไรไม่ถูก
และอีกอย่าง ช่วงนี้เป็นฤดูหนาว อากาศที่บ้านเขา ค่อนข้างเย็นมากๆครับ (เช็คตอนนี้
ระหว่างที่เขียนก็ -3 องศา ครับ​)

ansan temp

สิ่่งหนึ่งที่จะพยายาม เมื่ออยู่ที่นั่นคือ ติดต่อเพื่อนๆที่เข้ามาติดตามบล็อกให้ได้ครับ ผมเองก็
ไม่ทราบว่า อินเทอร์เน็ตที่นั่นเอื้ออำนวยขนาดไหน เพราะว่าสถานที่พัก ผมพักในมหาวิทยาลัย
Hanyang วิทยาเขต Ansan ครับ

ยังไงก็ตาม ผมจะพยายามติดต่อกลับมาให้ได้ครับ ช่วงนี้ที่หายๆไปก็ไม่ต้องสงสัยครับ

แล้วเจอกันครับ

ปล. ใครที่มีประสบการณ์เคยไปในช่วงนี้ มีอะไรอยากจะแนะนำเป็นพิเศษ​ ก็เพิ่มเติมบอกได้นะครับ
แล้วพรุ่งนี้หากมีเวลาจะเข้ามาเปิดอ่านครับ 🙂

บรรยากาศงาน Thailand Game Show 2009

13

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (10 มกราคม) ผมมีโอกาสได้มางาน Thailand Game Show 2009
Presented by PEPSI หรือชื่อเป็นทางการภาษาไทยๆ ก็ “มหกรรมเด็กเล่นเกมครั้งที่ 3

ชื่องานก็ค่อนข้างตรงกับความเป็นจริงครับ เพราะว่างานมหกรรมเด็กเล่นเกม มีแต่เด็กเล่นเกม
เบียดแน่นกันไปหมดทั้ง hall ผมเองก็เข้าใจแล้วครับ ว่างานไม่ได้ชื่อ “มหกรรมเกม”

เริ่มต้นที่แถวก่อนนะครับ ผมมาแต่เช้ามากครับ นั่งรถมากับผู้ปกครองรุ่นน้อง ซึ่งมีติดตามก้นมา
ทั้งหมด 4 คน ครับ ตอนแรกๆ ก็แถวยังน้อยอยู่ครับ แต่ผมก็เข้าใจว่าเขายังไม่ขาย ไม่รีบซื้อ
จนกระทั่งมันยาวขึ้นเรื่อยๆ แล้วดูคนเอานะครับ

Thailand Game Show 2009 -2

นั่งรอกันเลยครับ
นั่งรอกันเลยครับ ลงทุนมาก - - ''
ผู้คนมากมายครับ มารอด้านหน้าประตูทางเข้า
ผู้คนมากมายครับ มารอด้านหน้าประตูทางเข้า

ก่อนจะเข้างานก็เจอพี่หนุ่ย พงศ์สุข ผู้จัดงาน Thailand Game Show ครับ เลยขอถ่ายภาพเป็นที่ระลึก
ไว้ ก่อนหน้านี้ก็เห็นพี่หนุ่ยกล่าวต้อนรับแขกที่เข้ามาเยี่ยมชมงานด้วยตนเอง ดูอบอุ่นมากๆครับ

Framekung with Nui Pongsuk

ก่อนที่ผมจะได้เข้างานไปแบบง่ายๆ ไม่ต้องต่อแถว เพราะมีบัตรนี้ครับ 🙂

exhinitor card

ผมเข้าไปใน hall ในขณะที่ตอนนั้นมันโล่งมากๆครับ เห็นทีมงานในส่วน control กำลังเร่งทำ
ระบบเสียงต่างๆ ผมก็มีโอกาสได้พูดคุยเกี่ยวกับเนื้อหาที่จะพูดบนเวที กับ @dekads ครับ
เนื้อหาหลักๆ ก็จะเป็นในเรื่องของ พูดรวมๆเกี่ยวกับการเขียนบล็อก , บล็อกคืออะไร ,
เขียนบล็อกเขียนยังไง , เขียนบล็อกแล้วได้อะไร แล้วก็มีพูดถึง Ad Network ซึ่งเป็นบริการ
ที่ทาง DekAds.com ทำอยู่ครับ

Thailand Game Show 2009 Stage

หลังจากที่งานถูกเปิดให้เข้ามา ก็มีเด็กๆ วิ่งกรูกันเข้ามา เหมือนเขากระหายอะไรบางอย่าง
จนในที่สุด คนก็เริ่มแน่น และแน่นเต็มงาน ไปดูแถวในช่วงสายๆ ก็ยังคงยาวเหมือนเดิม
(รูปเปรียบเทียบก่อนและหลังคนเข้างาน)

dsc02441

dsc02464

dsc02448

หลังจากที่มีการเปิดให้มีคนเริ่มทยอยเข้ามาเข้าชม กิจกรรมบนเวทีก็มี อ.ศุภเดช , พี่ทอม
DekAds.com , พี่เก่ง จาก Keng.com และผม เฟรม ขึ้นไปให้ความรู้เกี่ยวกับ
การเขียนบล็อกครับ ขึ้นไปบนเวทีแสงส่องมา บอกตรงๆว่า มองอะไรไม่เห็นเลยครับ
พูดก็เลยเหมือนตกใจบ้าง

ภาพบนเวทีครับ ต้องขอบคุณ @aumpradya สำหรับภาพด้วยครับ
ภาพบนเวทีครับ ต้องขอบคุณ @aumpradya สำหรับภาพด้วยครับ

หลังจากนั้นผมก็ยังคงวนเวียนอยู่ในงานครับ ผลัดเวียนไปเล่นใน Zone Zean Game
ด้วยเช่นกัน ปีนี้ก็เหมือนเดิมครับ มีมวยปล้ำ , Tekken ซึ่งแทบเป็นประจำของทุกปี
การออกบูธต่างๆของค่ายเกมออนไลน์ ผมก็เดินผ่านๆมาบ้างครับ ไม่ได้เล่นเกมออนไลน์
อะไรประจำอยู่แล้ว (เล่นแต่ค่ายเกมที่เขาไม่ได้มาออกบูธ)

ini3

Thailand Game Show 2009 - 4

dsc02453

ออกมาข้างนอกบ้าง ก็มี Meeting Room ซึ่งเป็นห้องโถงขนาดเล็กครับ บริเวณข้างใน
ก็มีการจัดนิทรรศการเกมดี มีการให้เรตติ้งของเกม แบ่งตามประเภทของเครื่องเล่น
ซึ่งยอมรับว่า เกมที่ถูกคัดเลือกนั้นเป็นเกมที่สร้างสรรค์ และเป็นประโยชน์จริงๆครับ
(ดูรายชื่อเกมดีที่จัดแสดงในนิทรรศการเกมดี)

ภายใน Meeting Room สถานที่จัดนิทรรศการเกมดี
ภายใน Meeting Room สถานที่จัดนิทรรศการเกมดี

dsc02470

เที่ยงๆ ผมไปหาอะไรกินครับ ก็ไปลงเอยที่ร้าน Ramen Tei ตรง สุขุมวิท ซอย 33 ก่อนที่จะ
นั่ง MRT กลับมาที่ศูนย์ประชุมฯ ครับ กลับมาก็ตกใจ ดูแถวซะก่อนครับ

dsc02471

dsc02472

dsc02473

คือแถวนี่มันยาวจนถึงชั้นล่างเลยครับ ชั้นบนก็มีต่อยาวประมาณนี้ล่ะ (ใครมีบัตร ควรเตรียม
บัตรมาแต่เนิ่นๆเลยครับ)

ช่วงบ่ายผมมีโอกาสได้เข้าไปแว้บๆดูคอนเสิร์ตของราชาเพลงการ์ตูน “Hironobu
Kageyama
” ผู้ขับร้องเพลงประกอบการ์ตูน Dragon Ball Z , Saint Seiya และเพลง
อื่นๆอีกมากมาย เป็นที่ฮือฮา และสร้างความสนุกสนานให้กับผู้คนใน hall มากๆครับ

และผมก็มีโอกาสได้มาในซุ้มแจกลายเซ็นต์ของคุณ Hironobu Kageyama ด้วยครับ
ภูมิใจมากๆ (แถวตอนนั้น ไม่ต้องพูดถึงครับ ยาวเหยียดมากๆ โชคดีที่ผมไปต่อตั้งแต่
เนิ่นๆครับ เป็นคนที่ 5-6) ดูในวิดิโอนะครับ ว่าหนาแน่นขนาดไหน การต้อนรับดีมากๆครับ

เบลอไปหน่อยครับ เพราะว่าตอนที่จะถ่ายมีคนเอามือมาบังหลายรอบมากๆเลย
ถ่ายกับคุณ Hironobu Kageyama เบลอไปหน่อยครับ เพราะว่าตอนที่จะถ่ายมีคนเอามือมาบังหลายรอบมากๆเลย
ลายเซ็นต์บนโปสเตอร์ครับ
ลายเซ็นต์บนโปสเตอร์ครับ

ก่อนกลับบ้าน พิเศษมากๆครับ ผมได้ถ่ายรูปพี่มาริโอ้ ซึ่งถือเป็นพรีเซ็นเตอร์งาน ในปีนี้เลยครับ

Mario ?

สรุป

– พรุ่งนี้ (11 มกราคม) ยังเหลืออีกวันครับ วันนี้คนเยอะเป็นพิเศษ เนื่องจากว่า เป็นวันหยุด ,
เป็นวันเด็ก , เป็นวันที่ Hironobu เปิดแสดงเป็นวันสุดท้าย ฯลฯ จึงไม่แปลกครับที่ในวันนี้
ยอดผู้คนหลังจากที่ผมเช็คประมาณ 15.30 น. ก็ 38,000 กว่าคนครับ เบียดแน่นมาก

– ปีนี้ Show No Limit และ Partner ประชาสัมพันธ์งานดีมากครับ เป็นเหตุให้มีคนมากมาย
เข้าร่วมกิจกรรมในปีนี้ คิดว่าในอนาคตอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงสถานที่จัดงานด้วย

– ใครที่ตั้งใจจะไปดูเฉยๆ แนะนำให้เตรียมหาบัตรแล้วเข้างานได้เลยครับ

– ใครที่ใช้บัตร Smart Purse จะได้ลดจากราคาบัตรลงมา

– ซื้อบัตรแบบ 100 บาท รับฟรี ! CD เกมต้มยำกุ้ง

– เสื้อราคาตัวละ 199 บาทครับ มี 2 สี คือ ดำและขาว ครับ

Thailand Game Show Shirt -1

Thailand Game Show Shirt -2

ข้อมูลเพิ่มเติม

บล็อกคาเกยาม่า ฮิโรโรบุ ในวันสุดท้ายของการแสดงในประเทศไทย (แนะนำ)

สรุปงาน MacWorld 2009 : iWork ’09

4

ต่อจากภาคที่แล้วครับ นอกเหนือจาก iLife ’09 ที่จะเรียกความสนใจจากผู้ชมได้ไม่น้อยแล้ว
มีอีกสิ่งหนึ่งครับที่ไม่พูดถึงไม่ได้ สำหรับ iWork ’09 ครับ

iwork 09

ต้องเล่าเกริ่นๆก่อนครับ โปรแกรม iWork ’09 เป็นเหมือนโปรแกรมในชุดออฟฟิต คล้ายๆกับ
Microsoft Office ครับ iWork มีโปรแกรมย่อยทั้งหมด 3 โปรแกรม คือ
Pages ที่เป็น Word Processing คล้ายกับ Microsoft Word , OO.o Writer
Keynote ที่เป็นโปรแกรมสร้าง Presentation คล้ายกับ Microsoft PowerPoint , OO.o Impress
Number เป็นโปรแกรม Spreadsheet คล้ายกับ Microsoft Excel , OO.o Calc

ในงาน MacWorld 2009 ก็ได้มีเผยการปรับปรุงต่างๆในแต่ละโปรแกรมดังนี้

Pages

– ดูเอกสารแบบ Full Screen ทำให้เราได้ชมเอกสารในแบบเต็มจอ ง่ายต่อการมองครับ

fullscreen iwork 09

– Dynamic Outlines เป็นเหมือนกับการเขียนหัวข้อ เพื่อเขียนโครงร่างย่อๆได้ครับ เมื่อจำเป็นต้อง
เขียนอะไรเยอะๆ และต้องการเขียนโครงร่างไว้

outline iwork 09

outline 2 iwork 09

– Mail merge สร้างจดหมายเวียนได้แล้วครับ จดหมายเวียน ก็เป็นลักษณะของการเขียนเอกสาร
รูปแบบเดิม เพียงแต่เปลี่ยนชื่อ หรือเปลี่ยนคำพูดส่วนใดส่วนหนี่งเท่านั้นครับ ทำให้ประหยัดเวลา
ในการเขียนรูปแบบเดิมๆ แทนที่จะ Copy มาแล้วเปลี่ยนชื่อ ครั้งนี้มันสามารถที่จะดึงไฟล์ตาราง
ข้อมูล มาจากโปรแกรม Numbers ได้ครับ

mail merge iwork 09

mail merge 2 iwork 09

– รองรับกับการทำงานของโปรแกรม Mathtype และ Endnote ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ใช้ในการสร้าง
สมการคณิตศาสตร์ครับ (อ้อ โปรแกรมนี้ไม่ได้มีมากับ iWork นะครับ ต้องซื้อแยก)
– นอกเหนือจากนั้นก็เปลี่ยนในส่วนของ User Interface เล็กน้อยครับ ปกติเวลาที่เราจะบันทึกงาน
เป็น .doc , .pdf ก็จะต้องอาศัยการ export เอาครับ มันย้ายไปอยู่ตรงแถบ Share

Keynote

– Magic Move เป็นการเปลี่ยนหน้าของสไลด์ครับ โดยการทำงานของมันก็คือ ให้มีวัตถุอะไรก็ได้ครับ
ในหน้านั้น ในหน้าถัดไป หากมีวัตถุเดียวกันอยู่แล้วตั้งให้การเปลี่ยนหน้าของสไลด์มัน เป็นแบบ
Magic Move มันจะทำการ Scale ตามครับ มันอาจจะดูคล้ายๆ Motion Tween ใน Flash อะ

magic move keynote iwork09

– ธีมเยอะขึ้น หน้าเลือกธีมเปลี่ยนไป , ก็เท่าที่ดูไม่มีอะไรมากครับ ปกติแล้วเวลาที่เราจะสร้างหน้าใหม่
บนธีมใหม่ จะมีหน้าต่างคล้ายๆกับ Wizard มาถามว่าจะเอาธีมแบบไหน ครั้งนี้พิเศษหน่อย มีธีมเยอะ
ขึ้นมาจากเดิม เอาเมาส์ไปวางๆ มันก็จะเปลี่ยนรูปแบบ (คล้ายๆเวลาเอาเมาส์ไปเลื่อนดูรูปในอัลบัม
ของโปรแกรม iPhoto)

theme chooser

– เพิ่ม Effect มากขึ้น อันนี้ไม่มีคำบรรยายครับ ที่เพิ่มใหม่ก็สวยดี รวมไปถึง transition ใหม่ๆด้วย

new text effect iwork 09

– Keynote Remote เป็นอีกหนึ่ง Applications บน iPod touch / iPhone สามารถที่จะควบคุม
Slide แทน Apple Remote ดีๆได้เลยแต่ โปรแกรมนี้ไม่ฟรีครับ (0.99 เหรียญ)

keynote remote

Numbers

– เพิ่มสูตรเข้าไปอีก 250 สูตร ทำให้การคำนวณนั้นง่ายขึ้นครับ [ดูแต่ละสูตร]

easy formula

– Table Categories เป็นระบบที่ช่วยจัดการแบ่งหมวดหมู่ กรณีที่มีข้อมูลเยอะ ทำให้การค้นหา
ข้อมูลต่างๆ ค่อนข้างยาก ค่อนข้างอำนวยความสะดวกครับ ดูจากรูป

categories

categories 1

categories 2

– เพิ่มชาร์ทใหม่ๆ และความสามารถของชาร์ทให้มากยิ่งขึ้น

chart

– สร้าง Dynamic Link Chart ไปยังโปรแกรม Pages ได้ ในกรณีที่ต้องใช้ข้อมูลอ้างอิง
กับงาน Numbers เสมอๆ

link chart

– เพิ่ม Template ใหม่ๆ เช่นเดียวกับ Keynote และ Pages

ทั้งหมดนี้จำหน่ายในชุดของ iWork ’09 ซึ่งไปหาซื้อได้แล้วครับ วันนี้ที่ Apple Store หรือ ทดลองใช้ฟรี 30 วัน

ราคา 3,190 บาท

iWork ’09 ก็ยังเป็นแค่ส่วนหนึ่งของงานนั้นครับ ภายในงานยังมีการพูดถึงการเปลี่ยนแปลง
ของ MacBook Pro ที่เขาว่ากันว่า เป็น Notebook จอ 17 ” ที่บางที่สุด กับ Spec ที่หลายๆคน
ก็ต้องพูดถึงเหมือนกันครับ ดูราคาด้วยนะครับ 🙂

macbookpro

ข้อมูลเพิ่มเติม

หน้าเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของชุดโปรแกรม iWork ’09 : Apple.com