CR (Consumer Review) รีวิวนี้เป็นรีวิวจากการใช้บริการจริงและไม่ได้รับเงินสนับสนุน

บินไปเกาหลีรอบนี้ได้ลองใช้ บริการพรมแดง Red Carpet ของแอร์เอเชีย (Thai AirAsia X) มาครับ เลยมาแบ่งปันประสบการณ์ ว่าบริการใหม่นี้มีความน่าสนใจอย่างไร และจะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางได้มากน้อยแค่ไหน มาลองดูกัน

สรุปบริการนี้โดยคร่าวๆคือ

  • สิทธิ์ใช้บริการเลานจ์เฉพาะของ The Coral เข้าไปนั่งพักผ่อน ทานอาหาร ก่อนเดินทางได้ 2 ชั่วโมงครึ่ง
  • เช็คอินก่อน
  • ขึ้นเครื่องก่อน
  • รับกระเป๋าที่สนามบินปลายทางก่อน

บริการนี้เป็นบริการเสริม (Add-on) แม้ว่าจองที่นั่งปกติก็สามารถซื้อเพิ่มได้

ค่าบริการ : สำหรับไฟลท์ในประเทศ 800 บาท, ไฟลท์ระหว่างประเทศ 1,000 บาท (ราคาสำหรับการจองผ่านอินเทอร์เน็ตล่วงหน้ามาก่อน โดยสามารถซื้อบริการเสริมนี้ได้ผ่านเมนู จัดการบุ๊คกิ้ง แล้วเข้าไปซื้อเพิ่มได้เลยครับ – เหมือนว่าจะไม่สามารถซื้อได้พร้อมกับซื้อตั๋วตอนแรก)

หน้าตาของเคาน์เตอร์เช็คอิน 4 (สนามบินดอนเมือง ไฟลท์ระหว่างประเทศ)
โดยสนามบินดอนเมืองก็เป็นอีกหนึ่งสนามบินที่สามารถใช้บริการพรมแดงได้ครับ เที่ยวบินเดินทางมาเกาหลีของผมไฟลท์ XJ700 เครื่องออกเวลา 02.35 น. เคาน์เตอร์ก็จะเปิดให้บริการตั้งแต่ 23.35 น. (3 ชม.) ไปช่วงๆใกล้เวลาเคาน์เตอร์เช็คอินเปิด ก็จะเริ่มเห็นผู้คนมากมายมาต่อแถวรอเช็คอินกันแล้ว โดยปกติแถวเช็คอินมักจะยาวไปถึงฝั่งเคาน์เตอร์ 5

คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยเช็คอินมาจากที่บ้าน ทำให้แถวตรงจุดเช็คอินค่อนข้างยาว ทางที่ดีเช็คอินก่อนเดินทางแล้วโหลดกระเป๋าเข้าช่อง Baggage drop อย่างเดียว คนจะน้อยกว่าเยอะเลยล่ะครับ

สำหรับใครที่จองบริการ Red Carpet มาล่วงหน้า แนะนำว่าให้พิมพ์รายละเอียดการจอง หรือใบเช็คอินมาจากบ้าน เพื่อที่จะยื่นให้พนักงานดู และรับบริการได้ทันที (เพราะบางทีแถวยาวจนไม่รู้ว่าจะต้องเข้าตรงไหน) เราก็จะได้มาต่อแถวตรงช่องพรมแดง ซึ่งเป็นจุดที่เดียวกับผู้ที่จองที่นั่งพรีเมี่ยมแฟลตเบด แน่นอนว่าจุดนี้คนน้อยกว่า เช็คอินได้เร็วกว่า ประหยัดเวลาไปช็อปปิ้ง คุยธุระ หรือเข้าไปใช้บริการในเลานจ์ก่อนสบายๆ

เราก็จะได้สติ๊กเกอร์แปะที่ตั๋วเพื่อสำหรับใช้ยืนยันสิทธิ์ต่างๆ

หลังจากที่เราเข้ามาส่วนของตม. สแกนพาสปอร์ต สแกนสัมภาระ จุดที่เราจะสามารถเข้าไปใช้บริการเลานจ์สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศของสนามบินดอนเมือง คือที่ The Coral Executive Lounge ซึ่งเมื่อออกจากจุดตรวจสัมภาระแล้วก็จะเจอทันทีเลย

เข้าไปติดต่อที่เคาน์เตอร์แสดงตั๋วโดยสาร ก็จะมีเซ็นต์ชื่อ รับรหัส WIFI และลงมาชั้นล่างก็จะเป็นจุดรับรองลูกค้า มีมุมอาหาร และเครื่องดื่ม ห้องน้ำ ไว้รับรองลูกค้า

ลงไปก็เห็นคนมาใช้บริการไม่เยอะครับ อาจจะเป็นเพราะไฟลท์ดึก สิ่งที่รู้สึกอย่างแรกคือ อากาศข้างล่างไม่ถ่ายเทเทียบกับห้องข้างบน รู้สึกอึดอัด นั่งไม่ได้นานเท่าไหร่ ผมอาจจะเป็นคนขี้ร้อนด้วย เลยไปหยิบน้ำดื่มและอาหารมานั่งดื่มดับกระหาย คลายร้อนรอไป

Don Muang International Airport Exclusive Lounge - Coral

ก็จะมีวิวสำหรับมองเครื่องบินครับ ตอนกลางคืนแน่นอนว่าก็มืดมองอะไรไม่เห็น เห็นเขียนว่ามีบริการนวดพิเศษเสริม 15 นาทีด้วย ให้ติดต่อพนักงาน แต่ผมไม่มีโอกาสได้ไปลอง

พูดถึงอาหารที่มีไว้ให้บริการ ก็จะเป็นอาหารไทย จานหลักประมาณ 3 รายการ มีข้าวสวย มีเบเกอรี่เป็นแซนด์วิช ขนมปังก้อน ทานกับเนย แยม มีมุมสลัดไว้ให้บริการ ส่วนอาหารฝรั่งอย่างพวกสปาเกตตี้ ผักโขมอบชีส จะทำเป็นถ้วยเล็กๆห่อพลาสติก ครอบฝาอุ่นเอาไว้

โซนอาหารไทย เป็นข้าวและแกงต่างๆ
เบเกอรี่ มีขนมปัง แยม แซนด์วิช
สลัดผักและผลไม้

เครื่องดื่มก็มีให้บริการเป็นน้ำเปล่า น้ำอัดลม น้ำผลไม้ ตู้เย็นมีของหวานเป็นขนมเค้ก ช็อคโกแลต ไว้ให้บริการ

ส่วนของเครื่องดิ่ม น้ำหวาน น้ำอัดลม น้ำเปล่า
ตู้ของหวาน – ช็อคโกแลต เค้ก

โซนเครื่องดื่มอีกโซนจะเป็นกลุ่มแอลกอฮอล์ มีเบียร์ ไวน์ กาแฟ ไว้ให้บริการสามารถติดต่อที่เคาน์เตอร์ได้ ปกติคอกาแฟ แต่มื้อดึกกลัวไม่หลับบนเครื่องเลยขอบายไปก่อน

พูดถึงรสชาติอาหาร ถ้าคาดหวังว่าจะมากินเหมือนกินบุฟเฟ่ต์ร้านอาหารทั่วไปก็คงไม่น่าจะใช่ รสชาติอยู่ในระดับกลางๆ อาหารไม่ได้ทำสดใหม่ขนาดนั้น พอรองท้องกรณีที่ไม่ได้สั่งอาหารบนเครื่องได้ครับ (ไฟลท์บินมาเกาหลี จะเสิร์ฟอาหารตอน 7 โมงเวลาเกาหลี หรือ 2 ชม.ครึ่งก่อนเครื่องลงครับ)

พอใกล้เวลาสักตี 2 ผมก็เริ่มออกมาครับ เกทจะเปิดให้ขึ้นประมาณ 2.15 นาที ก็จะมีการประกาศเรียกผู้โดยสาร Zone 1, ผู้โดยสารที่จองเก้าอี้พิเศษๆทั้งหลาย รวมไปถึง Red Carpet ให้ได้ขึ้นเครื่องก่อน ตอนที่ผมจะขึ้นเครื่อง พนักงานมองมาที่ตั๋วแล้วบอกผมก่อนเลยครับ “ลูกค้าที่นั่ง Zone 2 เดี๋ยวรอก่อนนะคะ” จนผมต้องชี้ให้ดูสติ๊กเกอร์ที่แปะว่าเป็น Red Carpet พนักงานถึงจะ ‘อ๋อ’ แล้วให้เข้ามานั่งก่อน เลยพอเข้าใจว่าบริการนี้อาจจะใหม่พนักงานเลยยังคุ้นชิน หรือคนที่ใช้ Red Carpet น้อยจริงๆก็ไม่มั่นใจ

เอาเป็นว่าเราเข้ามาหาที่นั่งก่อน การเข้ามาก่อนก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรมากมาย อาจจะดีสำหรับคนที่สัมภาระเยอะ อยากจะเข้ามาจัดเก็บข้าวของก่อน หรือเข้าห้องน้ำก่อนเท่านั้นเอง ยิ่งที่นั่งริมทางเดิน นั่งก่อนก็ต้องลุกให้คนที่นั่งติดหน้าต่างหรือนั่งตรงกลางลุกอยู่ดี

บริการเสริมบนเที่ยวบินก็ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษครับ สิทธิ์ของ Red Carpet สุดท้ายที่จะได้ก็คือเมื่อถึงสนามบินปลายทาง เราจะได้สิทธิ์ในการรับกระเป๋าเดินทางก่อน ด้วยความที่ผมอยู่ที่เกาหลีใต้ มีบัตรต่างด้าว (Alien registration card) และได้ลงทะเบียน Smart Entry Service (SES) กับตม.เกาหลีเอาไว้ จึงสามารถใช้พาสปอร์ตสแกนเข้าช่องเดียวกันกับชาวเกาหลีได้ ก็จะประหยัดเวลาไปได้เยอะเลยทีเดียว (ไม่เกิน 10 วินาที/คน) แต่สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเกาหลีใต้ปกติ ก็จะต้องผ่านด่านตม. หลายๆคนที่เคยได้ยินถึงความโหด ห้องเย็นแห่งความลับ .. และอีกหลายๆสตอรี่ ก็แล้วแต่ล่ะครับว่าใครจะโดนถามมาก ถามน้อย หรือไม่โดนถามอะไรเลย ขั้นตอนตรงนี้โดยเฉลี่ยจะอยู่คนละ 30 นาทีครับ

ผมเองใช้เวลาสั้นๆประมาณ 5 นาทีในการรอคิว พอลงไปจุดรับกระเป๋าก็พบว่ากระเป๋ามาถึงแล้วเรียบร้อย พร้อมออกได้เลย ไฟลท์ที่มีกำหนดลง 09.45 นาที กว่าเครื่องจะจอดเทียบท่า รวมทำธุระเข้าห้องน้ำ ผ่านตม. ออกมา จับเวลาเล่นๆ ผมออกมาจากเกทตอน 10.20 น. ครับ (ก็เท่ากับว่าใช้เวลาทั้งหมดนับตั้งแต่เครื่องลงยันออกมาถึงหน้าเกท 35 นาที) แต่ว่าสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป ผมเชื่อว่าใช้เวลานานกว่านั้น เพราะ Red Carpet ได้สิทธิ์ขึ้นเครื่องก่อน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะลงเครื่องก่อน ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่นั่ง) ถ้าใครนั่งท้ายๆ กว่าจะได้แถวตม.ก็อาจจะนาน ได้กระเป๋าเร็วก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีประโยชน์อะไรเท่าไหร่ครับ

สรุปความคุ้มค่า : ผมว่าอาจจะไม่คุ้มค่าเท่าไหร่ถ้าเทียบในเรื่องของเวลา แต่ถ้าพูดถึงบริการในเลานจ์ ความคุ้มค่าก็จะขึ้นอยู่กับเวลาที่ได้เข้าไปใช้บริการ จะไปกินอะไรในเลานจ์ด้วยล่ะครับ อาหารไม่อร่อยสมราคา แต่ถ้าเกิดอยากจะได้ใช้เวลาสงบๆ เงียบๆ ชาร์จแบต ทำงาน พักผ่อน ก็เป็นอีกหนึ่งบริการที่ช่วยอำนวยความสะดวกสบายเล็กๆน้อยๆได้

ก็หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่สนใจในบริการพรมแดง ของสายการบินหางแดง ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ ครับ

รีวิวอื่นๆที่อาจมีประโยชน์สำหรับคนเดินทาง

Comments

comments

Powered by Facebook Comments