การสมัครเรียนภาษาเกาหลี ที่ม.ซอกัง (Sogang University)

สวัสดีค่าาาา อย่าเพิ่งตกใจกันไปนะคะ เฟรมคุงไม่ได้กลายเป็นผู้หญิง เราชื่อ ‘จีมิน’ ค่ะ วันนี้มาขอใช้พื้นที่บล็อกเฟรมคุงบอกเล่าประสบการณ์การไปเรียนภาษาที่ประเทศเกาหลีในช่วงระยะเวลา 3 เดือนของตัวเองให้ทุกคนได้อ่านกัน เพราะคิดว่าเพื่อนๆ หลายคนก็คงมีความฝันเหมือนเรา คือ อยากไปเรียนภาษาเกาหลีต่อที่ประเทศเกาหลี แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะไปเรียนที่ไหนดี? ไปเรียนแล้วจะเป็นยังไงบ้าง? เตรียมตัวยากมั้ย? เรียนแล้วจะคุ้มมั้ย? หวังว่าประสบการณ์ของเราจะเป็นตัวช่วยประกอบการตัดสินใจให้ทุกคนได้นะคะ 😉

 

ทำไมถึงเลือกซอกัง?

ย้อนความไปเมื่อปีก่อน ก่อนที่จะตัดสินใจไปเรียนที่ประเทศเกาหลีรอบนี้ เราเคยไปเกาหลีมาแล้วครั้งนึง ตอนนั้นไปเที่ยวอย่างเดียว คิดว่าตัวเองมีความรู้ภาษาเกาหลีพื้นฐานแล้วนิดหน่อย พออ่านออกเขียนได้ ไวยากรณ์กับประโยคพื้นฐานก็พอได้ รอดแน่นอน พอไปถึงจริงๆ มันก็รอดนะ แต่ไม่ได้ง่ายแบบที่คิดไว้เลย แค่สั่งข้าวอย่างเดียวก็พูดได้หลายแบบแล้ว ไม่ได้มีแค่ อีกอ ชูเซโย (이거 주세요.) เหมือนในตำรา ลืมไปว่าเราไม่ได้เป็นคนพูดอยู่ฝ่ายเดียว ต้องมีการโต้ตอบ เวลาที่คนเกาหลีพูดกับเรา เราฟังเค้าไม่ทัน หรือถ้าฟังทันก็ไม่แน่ใจว่าแปลถูกมั้ย ทำให้รู้ตัวเลยว่า อยากฝึกสนทนากับคนเกาหลีจริงๆ และ อยากมีความมั่นใจเวลาพูดมากขึ้น

ตอนแรกจีมินเองก็คิดหนักเหมือนกันว่าจะไปที่ไหนดี ลองหาในเว็บไซต์เยอะมาก ทั้งรีวิวไทย รีวิวต่างประเทศ ยูทูป พบว่าสถาบันภาษาในเกาหลีมีหลายที่มากกกก ก.ไก่ล้านตัว แต่สุดท้ายแล้วก็จะวนมา 3 ที่หลักๆ คือ มหาวิทยาลัยยอนเซ (Yonsei University), มหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา (Ewha Womans University) และมหาวิทยาลัยซอกัง (Sogang University) หลังจากผ่านกระบวนการคิดอันซับซ้อน(รึเปล่า? 555) เราก็ได้คำตอบให้ตัวเองว่า ซอกัง! เพราะสถาบันภาษาของที่นี่เค้าเน้นด้านการสนทนา ตรงกับจุดประสงค์ที่เราต้องการพอดี

เพื่อนจีมินที่เรียนที่สถาบันอื่นบอกว่าสถาบันของเค้าก็ดีมากเช่นกัน ค่าเรียนเอาจริงๆ ก็ไม่ต่างกันมาก แต่ละที่มีจุดเด่นแตกต่างกันออกไป เพราะฉะนั้น ลองเปรียบเทียบแล้วเลือกที่ที่เหมาะกับตัวเองมากที่สุดดูก่อนนะคะ 😀

มีคอร์สเรียนแบบไหนบ้าง?

คอร์สเรียนมีให้เลือกหลายประเภท ขึ้นอยู่กับความสนใจและระยะเวลาที่เรียนค่ะ เช่น KGP200 (Morning), KAP200 (Afternoon), KGP150 (Afternoon), KGP60 (Evening) เป็นต้น เลขข้างหลังหมายถึงจำนวนชั่วโมงเรียน ส่วนมากจะเปิด 3 คอร์สแรกค่ะ เข้าไปที่เว็บของสถาบันภาษาหน้าแรก คลิก Korean programs (한국어 과정) แล้วลองดูรายละเอียดของแต่ละคอร์สกันเลยค่ะ

KGP 200 กับ KAP 200 ถึงจำนวนชั่วโมงจะเท่ากัน แต่ก็มีความแตกต่างกันอยู่

  • KGP = Korean for General Purpose เหมาะสำหรับบุคคลทั่วไป
  • KAP = Korean for Academic Purpose เหมาะสำหรับนักเรียนหรือนักศึกษาที่จะเรียนต่อมหาวิทยาลัยในประเทศเกาหลี

อายุผู้เรียนของกลุ่มหลังโดยรวมจะน้อยกว่ากลุ่มแรก เพราะมีนักเรียนนักศึกษาเยอะหน่อย เราเรียนกลุ่มแรก คือ KGP อายุ 25 นี่อยู่ช่วงกลางๆของห้อง (เย่ >o<\\) นักเรียนมีตั้งแต่อายุ 10 กว่าๆไปจนถึง 30 40 คนแก่วัยทำงานก็มาเรียนด้วยนะ

ตอนแรก จีมินเผลอไปเลือกคอร์สผิด เพราะคิดว่า A ใน KAP น่าจะย่อมาจาก Afternoon (คลาสบ่าย) ที่ไหนได้มันหมายถึง Academic  ยังดีที่เค้าให้เปลี่ยนทีหลังได้ / โล่งอก – 3-’’ ดังนั้น ตั้งสตินะคะทุกคน อย่าเป็นแบบจีมิน

ปล. บางรีวิวเค้าบอกว่าระดับ 1-3 ของทั้งสองคลาส (KGP กับ KAP) ไม่ค่อยต่างกันมาก ที่ต่างคือวิชาเสริม เช่น KGP มีวิชาเลือกเสริมเป็นไวยากรณ์ การออกเสียง ส่วน KAP จะเป็น TOPIK II เป็นต้น

ระดับไหนจะได้เรียนอะไร

หลักๆมีระดับ 1-6 เหมือนสถาบันภาษาอื่นๆ

ระดับ 1 เริ่มสอนพื้นฐานใหม่ทั้งหมดเลย ตัวอักษร นับเลข ผันรูปอดีต ปัจจุบัน อนาคต แนะนำตัวเอง สั่งเครื่องดื่ม ถามทางฯลฯ
ระดับ 2 เริ่มเรียนรูปสุภาพ การขออนุญาต indirect speech บอกเล่าปัญหา ให้คำแนะนำ บรรยายคน ฯลฯ
ระดับ 3 เริ่มเรียนไวยากรณ์ระดับกลาง เรียนการหาที่พัก อาการเจ็บไข้ได้ป่วย ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า เรื่องเล่าความทรงจำ ฯลฯ
ระดับ 4 เรียนการอธิบาย นำเสนอสั้นๆ เชิญชวน สัมภาษณ์คนดัง ฯลฯ
ระดับ 5 ทำแบบสอบถาม นำเสนอ ถกปัญหาในสังคม อธิบายความแตกต่างทางวัฒนธรรม ฯลฯ
ระดับ 6 โต้วาที นำเสนอหน้าห้อง ฯลฯ

ค่าเรียนเท่าไหร่?

คอร์ส 200 ชั่วโมง ค่าเรียนอยู่ที่   1,770,000 วอน   (ประมาณ 52,000 บาท) ถ้าสมัครเรียนเป็นครั้งแรกจะมีค่าแรกเข้าอีก 60,000 วอน (1,700 บาท) รวมๆแล้วก็ประมาณ 54,000-55,000 บาท ปาดเหงื่อกันเลยทีเดียว

เขียนเมื่อวันที่ 29/6/2561 อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต

อยากจ่ายถูกลงมาหน่อย ก็มี คอร์ส 150 ชั่วโมง  1,490,000 วอน (ประมาณ 44,000-46,000 บาท) ค่าแรกเข้าเหมือนกัน คือ 60,000 วอน รวมแล้ว 46,000 บาท ถูกกว่าหลายบาทก็จริง แต่ถ้าลองคำนวณเป็นรายชั่วโมงแล้ว คอร์ส 200 ชั่วโมงคุ้มกว่านะ

คอร์ส 200 ชั่วโมง ตกชั่วโมงละ 8,850 วอน (262 บาท) คอร์ส 150 ชั่วโมง ตกชั่วโมงละ 9,933 วอน (295 บาท) เงินทองเป็นเรื่องสำคัญ คิดซะละเอียดยิบเลย 555555

จ่ายไปขนาดนี้ ในเว็บ (หน้า Korean programs) เค้าก็เขียนบอกอีกว่า…

* Sogang Korean Language Education Center provides group health insurance to students for free.
* Students who register for KLEC programs do not have to buy insurance in home country separately.

* ทางสถาบันจะมีประกันกลุ่มให้นักเรียน ฟรี
* นักเรียนที่สมัครโปรแกรม KLEC ไม่ต้องซื้อประกันมาจากประเทศบ้านเกิด/ ดีสุดๆ!

ต่อไปเราจะมาดูวิธีการสมัครกันค่ะ…

วิธีการสมัครเรียนภาษาของสถาบันภาษาซอกัง (Sogang Univ.)

อันดับแรกสุด สมัครสมาชิก ด้านบนสุดทางขวามือ Log in > Join กรอกประวัติส่วนตัว เลขพาสปอร์ต อ่านเงื่อนไขแล้วกด Agree เป็นอันเรียบร้อย ทุกขั้นตอนตั้งแต่การสมัคร เช็คชื่อครูผู้สอน เช็คชั่วโมงเรียน ขอเกียรติบัตร ดูคะแนนสอบ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแต่อยู่ในบัญชีต้องล็อคอิน เป็นไปได้ ห้ามลืมพาสเวิร์ด

มาดูเอกสารที่ต้องใช้กันบ้าง

ไปที่ หน้า Registration เราจะเจอข้อมูลเอกสารและสิ่งที่ต้องเตรียม หลักๆเลยมี

  • แบบฟอร์มการสมัคร (หลังจากล็อคอินเข้าระบบ)
  • รูปถ่ายใช้สำหรับบัตรนักเรียน
  • สำเนาพาสปอร์ต
  • ใบรับรองคุณวุฒิ
  • ทรานสคริปต์
  • เอกสารรับรองการเงินของตัวเราเอง หรือของผู้ปกครอง (Bank certificate of deposit balance) ไปถึงธนาคารแล้วบอกเค้าว่าขอเอกสารรับรองการเงินเอาไปสมัครเรียนต่างประเทศค่ะ สำหรับของธนาคารไทยพาณิชย์จะเรียกว่า “Statement of Financial Position for Student Visa Application” ค่ะ จะ ไม่ใช่ เอกสารดูรายการเงินย้อนหลัง เหมือนเวลาขอไปทำบัตรเครดิตอะไรแบบนั้น แต่จะแสดงยอดเงิน ณ ปัจจุบันนั้นเลย ขอแป๊บเดียวได้เลย (ต้องมีมากกว่า US $9,000 ราวๆ 297,000 บาท อันนี้ก็ต้องคอยเช็คเรื่อยๆเหมือนกันค่ะ เพราะรู้สึกมันจะเยอะขึ้นทุกปีๆ สาเหตุที่ต้องมีเงินเยอะๆ ก็คือ ค่าครองชีพที่เกาหลีสูงมาก ค่ามัดจำที่พักแพงมว้ากกๆๆๆค่ะทู้กโคนนน เค้าคำนวณเผื่อให้เรา จริงๆใช้ไม่ถึงนะ)
  • Alien Registration Card ถ้าไปเรียนแค่เทอมเดียว ไม่มีก็ได้ค่ะ (ARC เอาไปสมัครซิมโทรศัพท์ที่เกาหลีได้นะ) เราไม่มี ข้ามไป
  • ไม่ต้องใช้คะแนน TOPIK มีแค่ ใจกับเงิน พอ – 3-

เอกสารบางอย่างต้องเอาไปรับรองที่กงสุลและสถานทูต (ซึ่งในเว็บจะเขียนไว้ว่า apostille) บางคนก็บอกว่ารับรองทุกอย่างเลยเพื่อความสบายใจ แต่เรารับรองแค่ 2 อย่างค่ะ คือ “ใบรับรองคุณวุฒิ” และ “ทรานสคริปต์” (ใช้เอกสารตัวจริงเท่านั้น) แต่ใช้จริงๆแค่อย่างเดียวเอง คือ ใบรับรองคุณวุฒิ 555 ผ่านฉลุย 😀 ถ้าเอกสารไม่ครบหรือไม่ถูกต้อง ซอกังจะส่งอีเมล์มาบอกเราเองค่ะ

การแปลและรับรองเอกสาร เพื่อสมัครเรียนภาษาที่เกาหลี

ก่อนเอาไปรับรองต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษก่อนนะคะ ถ้าแปลผิดเค้าจะตีกลับมาให้ไปแปลใหม่จนกว่าจะถูก ใครยังไม่ได้แปล ที่กงสุลก็มีรับจ้างแปลอยู่ค่ะ แต่จีมินคิดว่าตอนนี้โรงเรียนและมหาวิทยาลัยสามารถออกเอกสารเป็นฉบับภาษาอังกฤษให้ได้แล้ว เพราะฉะนั้น ขอเป็นภาษาอังกฤษมาเลยค่ะ ง่ายและถูกต้องแน่นอนด้วย ^^

สำหรับคนที่ไม่ได้อยู่กรุงเทพฯ ขั้นตอนการรับรองเอกสารที่กงสุลสามารถทำได้ที่ กองสัญชาติและนิติกรณ์ (นอกจากกรุงเทพฯ ก็มีที่เชียงใหม่ สงขลา อุบลราชธานี ตรวจสอบได้ที่ เว็บกรมการกงสุล http://www.consular.go.th > การรับรองนิติกรณ์เอกสาร > >> สถานที่รับรองเอกสาร) ค่าบริการชุดละ 200 บาท ถ้าขอแบบด่วนรอรับภายในวันนั้น ไปช่วงเช้ารอรับได้ตั้งแต่บ่ายสองโมงเป็นต้นไป ราคาชุดละ 400 บาท หรือจัดส่งทางไปรษณีย์ก็ได้ค่ะ รายละเอียดดูที่ เว็บกรมการกงสุล > การรับรองนิติกรณ์เอกสาร > บริการรับรองเอกสารทางไปรษณีย์)

หลังจากนั้นต้องเอาไปให้ สถานทูตรับรอง อีกที ตรงนี้ต้องไป กทม. แล้วล่ะค่ะ ถ้าใครไม่สะดวกไปจริงๆ ฝากคนรู้จักเอาไปรับรองได้ค่ะ เอกสารที่ต้องเพิ่มไปด้วยคือ ใบมอบอำนาจ ให้คนที่เค้าจะไปยื่นเอกสารให้เรา ขั้นตอนนี้ทำไม่นานค่ะ นานสุดก็ตอนเดินทางไปสถานทูตนี่แหละ 55 ค่าธรรมเนียม 280 บาท ตกใจนิดนึง ถูกกว่าที่คิด!

เอกสารรับรองโดยกงสุล
(ที่กงสุลหรือนิติกรณ์จะได้กระดาษขาวๆแปะมา ไปสถานทูตเอาตราปั๊มปึ๊บๆ แค่นี้รับรองเอกสารก็เสร็จแล้ว ^o^// )

หากไม่สะดวกจะทำเองจริงๆ หรือขี้เกียจไปทั้งกงสุลและสถานทูต ใช้บริการรับรองเอกสารก็ได้ค่ะ กูเกิ้ลปุ๊บจะมีให้เลือกหลายเจ้ามาก ตอนแรกจีมินก็คิดว่าจะใช้วิธีนี้นะ ด้วยความที่อยู่ต่างจังหวัดจะให้ไปถึงกรุงเทพเลยก็ลำบาก แต่พอทักไปถามราคาค่าบริการรับรองเท่านั้นแหละ.. ค่าธรรมเนียมกงสุล 400 ค่าธรรมเนียมสถานทูต 800 ค่าบริการยื่นกงสุล 500 ค่าบริการยื่นสถานทูต 2,000 อ่าาาห์…… วานคนรู้จักดีกว่าโนะ 55555 #ทีมงบน้อยแต่จะเรียน

เตรียมเอกสารเสร็จแล้ว สแกนเก็บไว้ในคอมเลยนะคะ .jpg .pdf ได้หมดเลย เพราะเราต้องเอาไฟล์ที่สแกนไปอัพโหลดตอนสมัคร ทำไว้แต่แรกก็จะสบายทีหลัง

‘แย่แล้ว! เอกสารยังไม่ทันรับรองเลย ทำไงดี จะสมัครทันมั้ยเนี่ย?’ ไม่เป็นไรค่ะ เริ่มสมัครก่อนได้ค่ะ เอกสารรับรองไปอัพโหลดตอน Step 4 นู้นแน่ะ ยังพอมีเวลา

เกริ่นมาก็นานแล้ว มาค่ะ มาเริ่มสมัครของจริงกันดีกว่า

วิธีการสมัครบนเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยซอกัง

  • อันดับแรกสุด เข้าเว็บของ สถาบันภาษาเกาหลี มหาวิทยาลัยซอกัง แล้วกด Login (ขวาบน)
  • เลือกหน้า Online Application เลื่อนลงมาข้างล่างจะเจอปุ่มน้ำเงินๆ แล้วจิ้มเลย
    หรือหัวมุมขวาของเว็บ กด MYPAGE ก็ได้เหมือนกันค่ะ
    หลังจากนั้น จะเจอขั้นตอนการสมัครทั้งหมด 10 ขั้นตอน ทุกอย่างไม่ได้เกิดขึ้นภายในพริบตาเดียว ใช้เวลาค่อนข้างนาน เรารอเกือบเดือนเลย เพราะฉะนั้นอยากให้ดูเดดไลน์วันสมัครให้ดีๆ เดี๋ยวจะไม่ทันการเอานะคะ (ถ้าเทอมไหนนักเรียนในคอร์ส 200 ชั่วโมงล้นแบบท่วมท้น สถาบันอาจให้เราไปเรียนคอร์ส 150 ชั่วโมงแทนก็ได้ เพราะฉะนั้น เผื่อเวลาดีๆนะคะ) วิธีการเช็คกำหนดการที่ง่ายที่สุด คือ เปิดหน้าแรก ดูตรงสี่เหลี่ยมขวามือด้านล่างค่ะ จะมีบอกคอร์สเรียนที่เปิดรับสมัคร ช่วงที่เรียน วันหยุด (เผื่อคนจะซื้อตั๋วไปเที่ยว) และวันรับสมัครวันสุดท้าย หรือจะดูจากตารางหน้า Programs (프로그램) ก็ได้ค่ะ
  • Step 1 Class selection เลือกคอร์สที่ต้องการจะเรียน เช็ควันเวลาเรียน และค่าสมัครทางด้านขวาให้เรียบร้อย เสร็จแล้วกด Save ไปหน้าต่อไปได้เลย
  • Step 2 Choose term เช็คปี เทอมที่เรียน เลือกสัญชาติ แล้วกด Save ไปหน้าต่อไป
  • Step 3 Write application กรอกชื่อ เพศ วันเกิด อีเมล ข้อมูลพาสปอร์ต ฯลฯ ช่องวีซ่าใครไม่มีก็กด No Visa ค่ะ ขั้นตอนนี้เอกสารที่ต้องอัพโหลดมีสำเนาพาสปอร์ต และรูปถ่าย ขอให้เลือกรูปสวยๆ อัพแล้วจะกลับมาแก้ใหม่ไม่ทันแล้วค่ะ ลองมาแล้ว T^T ถึงระบบมันจะเซฟรูปใหม่ไป แต่รูปที่โผล่ในบัตรนักเรียน คือ อันที่เซฟไปอันแรกสุด พูดแล้วก็น้ำตาจะไหล
  • Step 4 Attachment ถึงขั้นตอนนี้ ต้องรอหน่อยค่ะ ทางซอกังจะส่งอีเมลไปบอกว่าเอกสารที่ต้องใช้มีอะไรบ้าง พออัพโหลดทุกอย่างเรียบร้อย ก็กด Save แล้วรอขั้นตอนต่อไป
  • Step 5 Registration ทางมหาลัยจะตรวจสอบเอกสาร อาจใช้เวลานิดหน่อยเช่นกันค่ะ เพราะนักเรียนค่อนข้างเยอะ อาจารย์บอกว่าคนสมัครเป็นพันเลย ถ้าเกินหนึ่งอาทิตย์ไปแล้วยังไม่มีอะไรคืบหน้า ให้ส่งอีเมลไปถามเค้าได้เลยค่ะ [email protected] ตอบไว ประทับใจ
  • Step 6 서류보완 หากทางมหาลัยต้องการเอกสารเพิ่มเติม เค้าจะมาบอกในขั้นตอนนี้เองค่ะ ส่วนมากถ้าไม่มีปัญหาอะไร ก็ผ่านไปขั้นตอนต่อไปได้เลย
  • Step 7 Payment Guide เค้าจะอธิบายรายละเอียดและวิธีการจ่ายเงินให้เรา โอนเข้า Woori Bank ตามจำนวนที่บอกในหน้านั้น สามารถจ่ายเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ เยน ยูโร หรือเงินวอนเลยก็ได้ สำหรับสกุลเงินอื่นที่ไม่ใช่เงินวอน ขาดเหลือเพิ่มเติมยังไง เค้าจะแจ้งเราภายหลังค่ะ เพื่อนเราได้เงินคืนส่วนที่จ่ายเกินไปตอนเปิดเทอม / ถ้าใครมีคนรู้จักอยู่ที่เกาหลีก็ โอนเงินเข้าบัญชีไทยแล้วให้เค้าจ่ายเงินวอนให้เราก็ได้นะคะ ตอนโอนบอกให้เค้าใส่ชื่อเราไปก็เป็นอันเรียบร้อย ใครไม่มีก็โอนเองได้ค่ะ สบายมาก 😀 โอนเสร็จอัพโหลดสลิปแล้วก็กด Request for Payment Check จากนั้นรอมหาลัยตรวจสอบการโอนเงิน เหมือนเดิมค่ะ ถ้ารอนานแล้วยังไม่มีอัพเดตใดๆ ส่งอีเมลไปถาม [email protected] เรารอเกิน 1 อาทิตย์เลยส่งเมลไปถาม วันต่อมาเค้าก็จัดการให้เรียบร้อยเลย ขั้นตอนนี้เสร็จรู้สึกเหมือนก้าวเท้าเข้าซอกังไปแล้ว เย่!

    รายละเอียดการชำระเงิน
  • Step 8 Level test ถ้าใครที่มีพื้นฐานแล้ว อ่านออกเขียนได้ ไม่อยากเรียนระดับแรก อย่าลืมกด Visit น้าา ไม่งั้นได้ไปเรียนระดับ 1 ใหม่ จดวันที่สอบกับเวลาไว้ด้วยนะคะ /ใช้เวลาสอบสั้นแต่อัดเน้นไปด้วยคุณภาพจริงๆ!!
  • Step 9 Admission Letter คนที่จะลงเรียน 2 เทอมหรือมากกว่านั้นต้องใช้ student visa (D-4) ให้เขียนอีเมลไว้ ซอกังจะส่งเอกสารที่ใช้สมัครวีซ่ามาให้เรา ใช้เวลาประมาณ 2 อาทิตย์ จีมินเรียนเทอมเดียว เลยข้ามขั้นตอนนี้ไปค่ะ
  • Step 10 Complete เรียบร้อยแล้วค่ะ เริ่มเก็บกระเป๋าได้เลย!!! (รีบมาก 5555)

คราวหน้า จะมาเล่าประสบการณ์ตั้งแต่วันสอบวัดระดับไปจนถึงวันสุดท้ายของการเรียน ใครที่สนใจหรือยังไม่แน่ใจว่าซอกังจะเหมาะกับเรามั้ย รอติดตามตอนหน้านะคะ ได้คำตอบแน่นอน 오늘은 여기까지.. 안녕! ^^

อ่านต่อ

  • FAQ รวมคำถามยอดฮิต การสมัครเรียนด้วยตัวเอง : สำหรับเพื่อนๆที่สมัครแล้วมีคำถามเกี่ยวกับเอกสาร, ค่าใช้จ่าย, ที่พัก สารพัดคำถามที่หลังไมค์มาถาม ได้รวบรวมและตอบเอาไว้แล้วในบล็อกตอนนี้ ใครไม่อ่านตอนนี้แล้วถามเพิ่ม ขอสงวนสิทธิ์ในการตอบคำถามนะ

Comments

comments

Powered by Facebook Comments