Framekung.com presents Kansai,Japan Trip

พบกับตอนที่สอง ของการแบ็คแพ็คมาเที่ยวญี่ปุ่นกันนะครับ วันนี้เป็นวันที่ผมค่อนข้างตื่นเต้น เพราะผมกำลังจะได้ “กิน” ! ในสิ่งที่อยากลองมานานแสนนาน… คือการได้ไปทานเนื้อโกเบครับ ผมไม่รู้อะไรก่อนมาญี่ปุ่นเกี่ยวกับเมืองนี้ นอกจากเรื่องนี้จริงๆ (ไม่ต้องสงสัยกันเลยว่าผมเป็นคนยังไง 555) พร้อมแล้ว เราออกเดินทางไปพร้อมกันครับ !!

Day 3 : โกเบ (Kobe)

จากตอนที่แล้ว ผมได้บอกวิธีการเดินทางไปยังเมืองต่างๆ เริ่มต้นจากโอซาก้า (Osaka) ไว้โดยคร่าวครับ ซึ่งเมืองโกเบ (Kobe) ที่เราจะไปกันนี้ อยู่ห่างจากโอซาก้า  แค่เพียง 27 นาทีเท่านั้นเอง

จุดซื้อตั๋วสถานี Umeda ครับ
จุดซื้อตั๋วสถานีอุเมดะ Umeda (Osaka)

การเดินทางให้นั่งสาย Hankyu Line จากสถานีอุเมดะ (Umeda) ไปลงที่สถานีโกเบ-ซานโนมิย่า (Kobe-sannomiya) ครับ เช่นเดิม ให้สังเกตป้ายไฟบอกขบวนรถไฟทุกครั้งครับ ว่าขบวนไหนไปที่ไหน และประเภทของขบวนเป็นอย่างไร รอบนี้ต้องนั่งแบบ Limited Express ครับ ซึ่งมันจะข้ามบางสถานี หากนั่งแบบ Local จะใช้เวลาเป็นชั่วโมงๆ เนื่องจากจอดทุกสถานีนั่นเองครับ

ผมจึงสรุปหน้าตาของเจ้ารถไฟสองขบวนนี้ให้เห็นชัดๆนะครับ สำหรับการเดินทางไป Kobe ให้นั่งแบบ Limited Express ดังรูปด้านล่างนะครับ
ผมจึงสรุปหน้าตาของเจ้ารถไฟสองขบวนนี้ให้เห็นชัดๆนะครับ สำหรับการเดินทางไป Kobe ให้นั่งแบบ Limited Express

ออกมาจากสถานีโกเบ-ซานโนมิย่า (Kobe-sannomiya) ก็จะเห็นร้านค้าเรียงรายกันไปแบบนี้ครับ อ้อ! ก่อนออกจากสถานี ผมแนะนำให้ไปที่ Tourist Information Center เพื่อขอแผนที่ ซึ่งจะอยู่ก่อนทางออกครับ

Steakland : ทานเนื้อโกเบ

จากโพยของผมเกี่ยวกับร้านสเต๊กเนื้อโกเบที่จะไปกินนั้น ผมจำหน้าตาร้านนั้นได้ดีครับ ร้านนั้นชื่อว่า “สเต๊กแลนด์” (Steakland) ซึ่งก็ได้คะแนนรีวิวดีมากจากบรรดานักท่องเที่ยว ที่ว่ากันว่าอร่อยสมราคา

เดินเรียบตรงร้านค้ามาเรื่อยๆ ก็จะพบกับร้านสเต๊กแลนด์ Steakland ที่ที่เราจะมาทานเนื้อโกเบกันครับ
มีต้องต่อแถวรอกันสักนิดหน่อย แต่ไม่นานมากครับ เข้ามาแล้วก็จะเป็นโต๊ะแบบนี้ แล้วก็จะมีเชฟมาทำให้ครับ
มีต้องต่อแถวรอกันสักนิดหน่อย แต่ไม่นานมากครับ เข้ามาแล้วก็จะเป็นโต๊ะแบบนี้ แล้วก็จะมีเชฟมาทำให้ครับ
ฝีมือในการปรุงเนื้อต้องขอบอกว่าดูพิถีพิถันเหลือเกินครับ เครื่องปรุงเค้าเยอะ เค้าจะถามก่อนด้วยครับว่าต้องการสุกแบบไหน ที่ผมสั่งไปก็เป็น medium rare ครับ
หน้าตาของสเต๊กเนื้อโกเบครับ เสิร์ฟพร้อมข้าวร้อนๆ ซุป สลัด และกระเทียมแผ่นผัด

ต้องบอกว่ารสชาตินี่สุดยอดสมคำร่ำลือครับ เนื้อจะไม่มัน ไม่แข็งจนเกินไป ดูจากรูปอาจจะดูแข็งๆ แต่จริงๆแล้วไม่เลย ทานกับข้าวร้อนๆแล้ว อร่อยฟินไปเลยครับ มื้อนี้เป็นเซ็ตมื้อกลางวัน ราคาจะถูกกว่ามื้อดึกหน่อย หากมีโอกาสแนะนำให้มาให้ทัน Lunch set นะครับ สนนราคามื้อนี้ อยู่ที่ ¥2,980 และนอกจากนี้ ร้านนี้ก็ยังมีเมนูเป็นสเต๊กแบบธรรมดา ที่ไม่ใช่เนื้อโกเบด้วย ราคาก็จะถูกลงมากว่านี้ครับ

หลังจากที่อิ่มแล้ว ผมนึกอะไม่ออกเกี่ยวกับเมืองนี้เลย ก็ได้แต่หาข้อมูลไปพลางๆครับ ก็พบว่าแถวนี้มีห้างใหญ่ๆอยู่ ก็เลยว่าจะลองไปเดินเล่นซะหน่อย กินเสร็จแล้วก็ไปวนเดินเล่นรอบสถานีเก็บบรรยากาศครับ

snack in kobe

เดินออกมาสักหน่อย ก็จะเห็นห้าง SOGO ครับ ซึ่งเป็นห้างใหญ่อยู่ใกล้กับสถานีโกเบ Kobe ภายในก็จะมีร้านค้าต่างๆ และมี Loft ด้วย ! ผมจึงเข้าไปสำรวจมาบ้าง รู้สึกว่าของจะน้อยกว่า Tokyu Hands ที่ไปดูมาก่อนหน้านี้ ในห้างก็ยังมีของฝากจากเมือง Kobe ให้ได้เลือกซื้อด้วยครับ

วัดอิคุตะ Ikuta (Ikuta Shrine)

ผมเดินวนกลับมาที่เดิม ก่อนที่ผมจะมาพบกับวัดอิคุตะ (Ikuta) ครับ วัดนี้อยู่หลังตึก Tokyu Hands ครับ

ทางเข้าวัด Ikuta
ทางเข้าวัดอิคุตะ Ikuta

Ikuta Shrine

บรรยากาศภายในวัดครับ มองเสาแบบนี้แล้วอาจจะนึกถึงวัดนึงใน Kyoto แต่จริงๆไม่ใช่นะครับ เป็นส่วนนึงในวัด Ikuta ครับ
บรรยากาศภายในวัดครับ มองเสาแบบนี้แล้วอาจจะนึกถึงวัดฟูชิมิอินาริในเกียวโต (Kyoto) แต่ไม่ใช่นะครับ เป็นส่วนนึงในวัดอิคุตะ (Ikuta) ครับ

IMG_3099

คิตะโนะ หมู่บ้านฝรั่งแห่งโกเบ Kitano-cho/ Kitano Ijinkan (Foreigners residents) 

หลังจากนั้นผมก็ได้รับการติดต่อจากเพื่อนญี่ปุ่นคนหนึ่งซึ่งอยู่โตเกียวครับ เพื่อนผมแอบเป็นห่วงการเดินทางครั้งแรกและคนเดียวของผม เธอถามผมเผื่อผมต้องการความช่วยเหลืออะไร ผมจึงให้เขาช่วยแนะนำร้านอร่อยๆในโกเบล่ะครับ ซึ่งเธอก็ได้แนะนำร้านคาเฟ่ในโกเบแล้วบอกให้ผมลองไปติดตามใน Instagram ของเธอ แต่ผมก็นึกขึ้นได้ครับว่า เธอเคยมาเที่ยวที่โกเบเมื่อเร็วๆนี้! ผมจึงไปเช็ค Instagram ก่อนที่จะไปพบรูปของเธอพร้อมกับแท็กสถานที่ที่น่าสนใจที่หนึ่ง ที่เธอแท็กไว้ตอนมาที่โกเบ ผมตามพิกัดมาเรื่อยๆ และหวังไว้แค่ว่าจะไปถ่ายรูปในมุมที่เดียวกับที่เพื่อนผมเคยมา (เซอร์ไพรส์นั่นเอง) ผมก็ให้ Google Maps ของผม นำทางไปครับ แม้ว่าระยะทางดูแล้วมันเหมือนจะไกลและวนไปวนมามาก

ระหว่างทางผมก็พบว่า Kobe เป็นเมืองเล็กๆ บ้านเมืองเค้าดูน่ารักดีครับ ผมเองก็เดินไปเรื่อยๆ กับสังเกตสิ่งที่ผมเดินผ่านไปเรื่อยๆ
ระหว่างทางผมก็พบว่าโกเบ (Kobe) เป็นเมืองเล็กๆ บ้านเมืองเค้าดูน่ารักดีครับ
ผมเดินตามแผนที่มาเรื่อยๆ และก็พบว่าทางมันชันขึ้นไปเรื่อยๆ เหมือนกำลังปีนเขาอยู่เลยครับ แต่ก็พบว่าบรรยากาศแถวนี้ค่อนข้างออกไปแนวๆเมืองนอก ไม่ใช่ญี่ปุ่น สไตล์การตกแต่งอาคารดูร่วมสมัย และก็ยังคงความน่ารักไว้อยู่ ผมยังคงเดินต่อไปเรื่อยๆครับ ....
ตามแผนที่มาเรื่อยๆ และก็พบว่าทางมันชันขึ้นๆ เหมือนกำลังปีนเขาอยู่เลยครับ แต่ก็พบว่าบรรยากาศแถวนี้ค่อนข้างออกไปแนวๆยุโรป ไม่ใช่ญี่ปุ่น สไตล์การตกแต่งอาคารดูร่วมสมัย และก็ยังคงความน่ารักไว้อยู่ มาอ่านประวัติของเมืองนี้ก็พบว่า เมืองนี้เคยเป็นเมืองท่า มีการติดต่อการค้าขายในสมัยก่อนนั่นเองครับ
ระหว่างทางขึ้นไปก็จะมีร้านอาหารต่างชาติให้เห็นเยอะเลยครับ นี่เป็นร้านอาหารฝรั่งเศส
ระหว่างทางขึ้นไปก็จะมีร้านอาหารต่างชาติให้เห็นเยอะเลยครับ นี่เป็นร้านอาหารฝรั่งเศส

จนในที่สุด…. ผมก็เดินขึ้นมาในจุดที่แผนที่มันบอกครับ และสิ่งที่ผมตามหาในแผนที่เค้าเรียกแหล่งนี้ว่า “Kitano Ijinkan” หรือ Foreigners residents  ซึ่งขอบอกว่า ภาพที่เห็นครั้งแรกของผม…มันเป็นอะไรที่ “โหวววว เฮ้ยยย สวยยยย ไม่คิดว่าเดินมาถึงนี่แล้วจะมาเจอ”

ความเหนื่อยล้าจากการที่ต้องปีนเขาชันๆขึ้นมาเรื่อยๆ และไม่รู้ว่าข้างหน้ามาเจออะไร นี่อึดอัดนะครับ แต่เดินมาเจอความน่ารักของหมู่บ้านนี้ สยบเข้าให้ เป็นคุณก็คงจะ“ตกหลุมรัก”เมืองนี้อย่างจังแน่นอน

เพราะภาพที่ผมเห็น เป็นลานกว้างๆ ล้อมไปด้วยอาคารเล็กๆ น่ารักๆ เต็มไปหมดเลยครับ อาคารเหล่านี้ก็ล้วนแล้วแต่เป็นบ้านพักของชาวต่างชาติที่มาค้าขายในเมืองโกเบ (Kobe)

ภาพแรกที่เห็นตึกน่ารักๆแบบนี้ กับลานกว้างๆครับ :D
Kitano-cho
Weather Clock House เป็นสถานที่ที่เพื่อนผมมาถ่ายรูปเอาไว้ แล้วผมมีโอกาสได้ตามรอยเธอมาถึงที่นี่เลย...
Weather Clock House หอนาฬิกานี้เป็นสถานที่ ที่เพื่อนผมมาถ่ายรูปเอาไว้ แล้วผมก็มีโอกาสได้ตามรอยเธอมาถึงที่นี่เลยครับ ตรงยอดก็จะมีกุ๊กไก่ ที่เหมือนเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้ด้วย

weather-clock-house

ตอนที่ขึ้นมาถึงบริเวณตรงนี้ เดินตามแผนที่มาอย่างเดียวครับ ไม่ได้เดินตามมาในเส้นทางที่เค้าแนะนำให้เดินขึ้นมา ขากลับพอลงไปตามเส้นทางที่เค้าแนะนำ ก็ได้เห็นร้านค้าต่างๆ ที่ขายของที่ระลึก ร้านขายขนมน่ากินๆ ที่เป็นของฝากของเมืองโกเบ (Kobe) นี้ครับ ไม่ว่าจะเป็น ขนมชีสเค้ก พุดดิ้ง ไอศกรีม ทาร์ต ก็มีให้เลือกซื้อหลากหลายครับ (แม้ว่าจะมาพบทีหลังว่าที่สนามบินมีขายหมดเลย แต่ผมไม่รู้นะ มีความรู้สึกว่า มาถึงที่นี่แล้วก็ต้องขอซื้ออะไรติดเป็นที่ระลึกไปหน่อยล่ะ  แต่ก็มีบางยี่ห้อเท่านั้นครับ ที่ต้องซื้อที่นี่ ไม่มีขายที่สนามบิน)

Kazamidori home ที่ขายของฝากหลากหลายจากเมือง Kobe เลยครับ มีตั้งแต่ทาร์ตไข่ คุกกี้ เค้ก พุดดิ้ง ทางจะอยู่ทางขึ้นไปบน Kitano-cho เมื่อสักครู่ครับ
Kazamidori home (บ้านคาซามิโดริ) ที่ขายของฝากหลากหลายจากเมืองโกเบ (Kobe) เลยครับ มีตั้งแต่ทาร์ตไข่ คุกกี้ เค้ก พุดดิ้ง ทางจะอยู่ทางขึ้นไปชม Foreigners residents ครับ
Kazamidori พุดดิ้งยี่ห้อนี้รู้สึกว่าผมจะไม่เห็นที่สนามบินครับ แต่รสชาตินี่ต้องขอบอกว่า อร่อยเนื้อนุ่มใช้ได้เลย มีหลายแบบ แบบที่เน้นนมเยอะๆ กับแนนไข่เยอะๆ กล่องละ ¥1,050 ครับ 1 กล่องมี 4 ถ้วย
Kazamidori พุดดิ้งคาซามิโดรินี้ รู้สึกว่าผมจะไม่เห็นที่สนามบินครับ แต่รสชาตินี่ต้องขอบอกว่า อร่อยเนื้อนุ่มใช้ได้เลย มีหลายแบบ แบบที่เน้นนมเยอะๆ กับแนนไข่เยอะๆ กล่องละ ¥1,050 ครับ 1 กล่องมี 4 ถ้วย
เนื้อพุดดิ้งนั้นนุ่มเบา อร่อยจริงๆครับ มากับซอสคาราเมล แนะนำว่าหากมีโอกาสให้ลองทานพุดดิ้งออริจินอลของโกเบ (Kobe) มาทานให้ได้ครับ
และนอกจากนี้ผมก็ยังได้เป็นทาร์ตชีสเค้กมาเป็นของฝากด้วยครับ (ฝากให้เจ้าของบล็อกนี้ไปกินเมื่อกลับเกาหลี :P) กล่องนี้เห็นว่าเป็น Best seller ของร้านครับ ราคา ¥840
และนอกจากนี้ผมก็ยังได้เป็นทาร์ตชีสเค้กมาเป็นของฝากด้วยครับ (ฝากให้เจ้าของบล็อกนี้ไปกินเมื่อกลับเกาหลี :P) กล่องนี้เห็นว่าเป็น Best seller ของร้านครับ ราคา ¥840

เมื่อได้ของฝากไปบ้างแล้ว ก็ถึงเวลาเตรียมเดิมทางกลับไปที่สถานีโกเบ-ซานโนมิยะ (Kobe-sannomiya) เพื่อกลับไปที่โอซาก้า (Osaka) ต่อไปครับ

ระหว่างทางกลับไปที่สถานี ก็มาเจอร้านกาแฟ Starbucks ดีไซน์เก๋ ชิค คูล แบบนี้ …
หากต้องการขึ้นไปชม Kitano Ijinkan หรือ Foreigners residents นี้ก็ไม่ต้องไปวนหาเส้นทางเหมือนผมนะครับ จริงๆแล้วเส้นทางสำหรับขึ้นไปเยี่ยมชมนั้น สามารถเดินเลียบจากสถานี Kobe-sannomiya มา จะเห็นแยกที่มีร้านขายมือถือ docomo shop อยู่ครับ ให้เดินตรงไปเรื่อยๆจากซอยนั้นได้เลย

โกเบสำหรับผม จึงเป็นเมืองอีกเมืองที่น่ารักมากๆครับ ดูอบอุ่น เป็นเมืองที่ผมคิดอยากจะกลับมาเที่ยวอีกครั้งด้วยครับ เอาเป็นว่าสำหรับการเดินทางที่โกเบก็จบเพียงเท่านี้ ก่อนที่ผมจะมุ่งหน้ากลับไปที่โอซาก้าต่อไปครับ

Kijyoyu Udon ร้าน Hagakure : อุด้งมื้อนี้ที่ผมจะไม่มีวันลืม…

ทันทีที่ผมถึงโอซาก้า (Osaka) ผมก็ได้รับการติดต่อจากเพื่อนที่อยู่ที่โตเกียว (คนเดิม) กลับมาอีกครั้งครับ เพื่อนผมถามว่า “มาโอซาก้าแล้ว ได้ลองกินอุด้งของที่โอซาก้าหรือยัง?” เค้าบอกว่ามันอร่อยมากๆ ผมจึงขอให้เค้าแนะนำร้านให้ครับ อยากจะรู้เหมือนกันว่า “ร้านที่คนญี่ปุ่นเองว่าอร่อยเนี่ย เป็นแบบไหน” เพื่อนจึงส่งร้านมาให้สองร้าน พร้อมพิกัดครับ ผมเองก็จึงตัดสินใจ ตัวร้านอยู่ห่างไม่ไกลจากสถานีอุเมดะ (Umeda) ที่ผมอยู่ตอนนั้น ผมจึงตัดสินใจตามพิกัดไป ก่อนที่ผมจะคุยกับเพื่อนไปเล่นๆ เรื่อยเปื่อย

จนกระทั่งเพื่อนผมทักมาว่า “นี่อยู่ไหนแล้ว เราลืมบอกไปว่าร้านนั้นปิดรับออเดอร์ทุ่มสี่สิบห้านะ !” ผมเองดูนาฬิกาก็ตกใจเพราะตอนนั้นมันทุ่มครึ่งแล้วครับ แต่ใน Google Maps มันบอกผมว่าอยู่ใกล้มากๆแล้ว ร้านนี้จริงๆอยู่ในห้างที่ชื่อว่า Osaka Ekimae Dai-San building หรืออีกชื่อ คือ Osaka station 3 building ครับ ผมเองถึงหน้าห้างแล้วล่ะครับ แต่ตอนนั้นมันลนไปหมดจริงๆ กลัวไม่ได้กิน ผมรอไม่ไหวจึงขอให้เค้าช่วยส่งชื่อร้านมาให้ใหม่เป็นภาษาญี่ปุ่น และภาษาอังกฤษ แล้วเดี๋ยวผมจะเดินวิ่งไปหาร้าน เทียบกับป้ายเอา (แน่นอนครับผมอ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ออก ก็ได้แต่อาศัยอ่านไปเทียบไป)

coversation3

จนผมไปเจออยู่ร้านนึงที่เหมือนจะใช่ ผมเจอลุงคนนึงอยู่หน้าร้านพอดี ผมจึงถามลุงว่า “ใช่ร้านนี้มั้ย” (เป็นภาษามือ 555) ก่อนที่จะหยิบไอโฟนให้ลุงแกดู ลุงแกพยักหน้า ก่อนที่จะถามผมว่า “Thailand? Thailand?” ผมก็ตกใจสิครับ แหม… รู้ได้ยังไง ว่าผมเป็นคนไทย สงสัยว่าคนไทยจะมากินร้านนี้เยอะจริงๆ ผมจึงตามลุงแกเข้าไปนั่งในร้าน ก่อนที่ลุงแกจะบริการผมอย่างดี บอกให้ผมวางกระเป๋าสัมภาระ

เอ๊ะ ป้ายนี่มันคุ้นๆ เหมือนกับชื่อร้านจะตรงกับที่เพื่อนให้มาแฮะ Hagakure อะไรเนี่ย
เอ๊ะ ป้ายนี่มันคุ้นๆ เหมือนกับชื่อร้านจะตรงกับที่เพื่อนให้มาแฮะ Hagakure อะไรเนี่ย

ก่อนที่สักครู่นึง ลุงคนนี้จะเอาเมนูมาให้ผม แล้วพูดกับผมเป็นภาษาญี่ปุ่นอะไรสักอย่าง แล้วเค้าก็ปิดเมนู ราวกับเหมือนผมได้สั่งไปแล้ว … ผมเองก็เริ่มผิดสังเกต จึงได้หยิบมือถือไปทักเพื่อนอีกครั้ง ก่อนที่จะถามไปว่า “นี่…อย่าบอกนะว่า โทรมาเหรอ?” เค้าตอบผมว่า “ทำไมเหรอ…โทรไม่ได้เหรอ ก็เรากลัวแกไม่ได้กินนะะ…” ผมได้แต่ยิ้มแล้วก็สตั๊นไปอยู่แปปนึงเลยครับ มันเป็นความรู้สึกตื้นตันจนบอกไม่ถูก ที่เพื่อนจะโทรมาดักให้เราก่อน ก่อนที่ผมจะย้อนไปอ่านข้อความเธอที่ผมไม่ได้อ่าน ที่ส่งมาระหว่างผมวิ่งหาร้านนี้อยู่ เธอพิมพ์บอกผมว่า “ไม่ต้องรีบนะ เราโทรไปหาที่ร้านแล้ว เค้าก็บอกว่าเค้าจะช่วยตามหาเธอให้นะไม่ต้องห่วง” ความกังวลของทั้งผมและเพื่อนก็จบลงเพียงเท่านี้ครับ มันจบแบบแฮปปี้เอนดิ้งมาก และลุงก็มาพร้อมกับอุด้งที่สั่งเอาไว้ครับ….

บรรยากาศภายในร้านก่อนปิดรับออเดอร์
หน้าตาของ Kijyoyu อุด้งที่เพื่อนผมแนะนำมา เพื่อนแนะนำเมนูนี้เพราะเป็นเมนูออริจินอล ไม่ได้ใส่อะไรเพิ่มเลย และเส้นที่เหนียวนุ่มของร้านนี้ คนจึงนิยมสั่ง ลุงแกบอกให้ผมถ่ายรูปก่อนจะเอาไปมิกซ์กันก่อน
หน้าตาของ Kijyoyu Udon อุด้งที่เพื่อนผมแนะนำมา (ราคา ¥600) เพื่อนแนะนำเมนูนี้เพราะเป็นเมนูออริจินอล ไม่ได้ใส่อะไรเพิ่มเลย และเส้นที่เหนียวนุ่มของร้านนี้ คนจึงนิยมสั่ง ลุงแกบอกให้ผมถ่ายรูปก่อนจะมิกซ์กัน
หลังจากนั้น ลุงแกก็สอนผมกินครับ ลุงแกบอกว่า No mix นะ และกินทีละสองเส้น คีบมาแค่นี้ อย่ากินทีละหลายๆเส้น เป็นกฎของร้านนี้ ก่อนที่ลุงแกจะให้ผมลองคีบ แล้วลุงแกก็ให้ผมซู้ดดด ดูดเส้นไปให้แรงๆ จนลุงแกมั่นใจว่าผมทำถูกต้อง ก่อนที่จะปล่อยให้ผมกิน
หลังจากนั้น ลุงแกก็สอนผมกินครับ ลุงแกบอกว่า No mix นะ ห้ามไปคนกันเด็ดขาด และกินทีละสองเส้น คีบมาแค่นี้ อย่ากินทีละหลายๆเส้น เป็นกฎของร้านนี้ ก่อนที่ลุงแกจะให้ผมลองคีบ แล้วลุงแกก็ให้ผมซู้ดดด ดูดเส้นไปให้แรงๆ จนลุงแกมั่นใจว่าผมทำถูกต้อง ก่อนที่จะปล่อยให้ผมกิน

รสชาติของอุด้งนี้ ต้องบอกว่าอร่อยมากๆครับ เป็นอุด้งที่นำหัวไชเท้าบดละเอียดมาผสมกับซอสญี่ปุ่น ก่อนที่เค้าจะมาผสมกันและบีบด้วยมะนาว หอม ออกเปรี้ยว เมื่อทานแล้ว ต้องขอบอกว่าได้ทั้งรสชาติกลมกล่อมของซอสญี่ปุ่น กลิ่นหอมของมะนาว และเส้นที่เหนียวนุ่มของอุด้ง อยากจะบอกว่า มันอร่อยลงตัวมากเลยครับ!

ลุงแกก็ทั้งใจดีกับผม อุตส่าห์พยายามช่วยหาผมและยังเปิดรับออเดอร์ แถมตอนนั้นก็ยังแนะนำให้ลูกค้าของลุงแกในร้าน รู้จักกับผมด้วย ว่าเป็นคนไทย ผมประทับใจลุงมากๆ จึงพยายามหาแบงค์เงินไทยให้ร้านลุงไว้เป็นที่ระลึก ผมมีแบงค์ 50 ใหม่ สวยๆ มีพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงของเราอยู่ด้วย ผมจึงให้ลุงไว้ พร้อมกับบอกกับลุงว่าเป็น Omiyage หรือของที่ระลึกนะ ลุงแกก็ดีใจ และรับเอาไว้ ก่อนที่จะพูดบอกลูกค้าทั้งร้านเลย ผมไม่แน่ใจว่าลุงแกพูดว่าอะไรเป็นภาษาญี่ปุ่น แต่ลูกค้าที่ร้านมองมาทางผมด้วยสายตาที่เป็นมิตรมากๆ ผมเองก็หวังว่า ทุกคนจะรู้จักประเทศไทยของเรา และหาโอกาสไปเที่ยวประเทศไทยเช่นเดียวกันครับ 🙂 ใครมีโอกาสได้มาเที่ยวที่โอซาก้า และอยากลองทานอุด้งอร่อยๆ ก็ขอแนะนำร้านอุด้งในโอซาก้า ร้านนี้ครับ ไปตามรอยกันได้…

หน้าตาของร้าน Hagakure ครับผม ใครที่จะไปกินก็อย่าลืมนะครับ ลุงแกปิดรับ order ทุ่ม 45 !!

สำหรับหน้าตาของลุงนั้น ให้ไปอ่านในบล็อกของคุณ Eatitjoe ที่มาเขียนรีวิวเกี่ยวกับร้านนี้ไว้อย่างละเอียดครับ 😀
ส่วนนี่คือ เว็บไซต์ของร้านลุงที่ลุงแกให้นามบัตรกับผมไว้ > Hagakure.cc

สรุปการเดินทาง

ก่อนที่ผมจะเดินทางกลับไปที่พัก พร้อมกับรอยยิ้ม ความประทับใจที่ได้เจอเรื่องราวที่ดีตลอดวันนี้ครับ ผมเองรู้สึกดีในความหวังดีของคนญี่ปุ่น ความที่มีใจที่บริการของลุง และความหวังดีของเพื่อนของผมเอง ที่แม้ว่าตัวจะอยู่ไกลไม่ได้มาด้วย แน่นอนครับ ผมเองก็หวังว่าจะได้ต้อนรับเพื่อนคนนี้ทันทีที่เค้ามีโอกาสมาเที่ยวที่ประเทศไทยเช่นกัน เนื้อโกเบว่าอร่อยแล้ว มาเจออุด้งที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ความใจดีของคนญี่ปุ่นแล้ว อุด้งในมื้อวันนี้อร่อยกว่ามากๆเลยครับ ^^

วันที่สามของการเดินทางของผมที่เมืองโกเบ (Kobe) และกลับมายังเมืองโอซาก้า (Osaka) จึงต้องขอจบเอาไว้เท่านี้ก่อน พบกันในตอนหน้าที่เมืองเกียวโต (Kyoto) เราจะพาทุกท่านไปชมความสวยงามของวัดญี่ปุ่น และเมืองแห่งประวัติศาสตร์ที่น่าหลงใหลของเมืองนี้กันครับ

โปรดติดตามตอนต่อไป ~
To be continued…

หรือจะให้คนญี่ปุ่นพาเที่ยว Kobe ?

kobe-port

ไปอ่านกันต่อกันได้ ! กับโกเบในเวอร์ชันให้คนญี่ปุ่นพาเที่ยว ซึ่งเป็นการท่องเที่ยวของผมในหน้าร้อนที่ผ่านมากับทริปในโกเบ ซึ่งมีทั้งอ่าวโกเบ (Kobe Haborland), Chinatown แห่งโกเบ และเรื่องราวที่น่าสนใจอื่นๆ [คลิกที่นี่]

 

— สารบัญทริปลุยเดี่ยวเที่ยวญี่ปุ่น —

Comments

comments

Powered by Facebook Comments